โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุมตัว “ทอย” ทำแผนรับสารภาพคดี “น้องนุ่น”

INN News

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2567 เวลา 09.00 น. • INN News

หลังจากที่พนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ด นำตัวนายศิริชัย หรือทอย ผู้ต้องหาฆ่าอำพลางศพ น้องนุ่น ภรรยาตัวเองจนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปเผาอำพรางคดีในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี มาสอบสวน โดยนายทอยมีสีหน้าเคร่งเครียด วิตกกังวลตลอดเวลา และมีอาการอิดโรย เจ้าหน้าที่ต้องให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ 2 นาย คอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เกรงว่านายทอยจะทำร้ายตัวเองหนีความผิด

ซึ่งหลังจากการสอบสวนเสร็จนั้น ตำรวจจึงได้นำตัวนายทอย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 4 จุด จุดแรกคือบ้านพักที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นจุดฆาตกรรม จุดสอง ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถ.แจ้งวัฒนะ จุดที่สามจุดหน้าร้านฟิล์มกระจก ซึ่งเป็นจุดที่ทะเลาะเบาะแว้งกันจนเกิดการทำร้ายร่างกาย และจุดสุดท้าย จุดเผาอำพรางศพใน จ.ปราจีนบุรี

สำหรับจุดแรกนั้น คือบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด ซึ่งเป็นบ้านของนายทอยและน้องนุ่น จากคำให้การของผู้ต้องหาเป็นจุดที่มีการลงมือทำร้ายร่างกายซ้ำ หลังจากที่มีการก่อเหตุบริเวณบริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะ โดยตำรวจมีการพาตัวเข้าประตูหลังของบ้านและเริ่มทำการชี้จุดซึ่งเป็นจุดที่ใช้ในการพาตัวภรรยาสาวออกจากรถเข้าไปในบ้าน และเป็นจุดที่ใช้ในการลากกระเป๋าที่บรรจุร่างของภรรยาสาวออกมาในช่วงเช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่บริเวณด้านหลังของตัว และพาขึ้นทางเบาะซ้ายของประตูหลัง

โดยภายในบ้านยังคงมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสีขาว ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุทั้งพาภรรยาไปเลี้ยงฉลองวันเกิด และเริ่มทำร้ายร่างกายก่อนพาตัวกลับมา และเป็นรถที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายหลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตไปทำการอำพรางในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี

ในเวลาต่อมาตำรวจมีการคุมตัวนายทอยกลับขึ้นรถตู้ ผู้สื่อข่าวจึงได้พยายามสอบถามกับนายทอย ว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์นี้หรือไม่ นายทอย ระบุว่า ตนอยากขอโทษกับสิ่งที่ทำไป ตอนนี้เป็นห่วงลูกอย่างมาก เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มีอะไรอยากจะบอกกับนุ่นหรือไม่ นายทอยระบุเพียงสั้นๆ ว่า ถ้านุ่นรับรู้ตนเองจะขอชดใช้ทุกอย่างให้ตามที่สัญญากับนุ่นไว้ ก่อนที่จะพานุ่นไปเผา

หลังจากนั้นตำรวจคุมตัวนายทอยไปทำการชี้จุดเพิ่มเติมที่บริเวณปั๊มน้ำมันปตท. ริมถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นจุดที่นายทอย ขับรถออกจากบ้านพัก มาแวะซื้อน้ำมันน้ำมันใส่แกลลอน ในจำนวนเงิน 1400 บาท เพื่อเตรียมใช้ในการเผาอำพรางร่างของน้องนุ่น โดยการชี้จุดดังกล่าวเป็นการชี้จุดบนรถเนื่องจากวันก่อเหตุ ตัวนายทอยไม่ได้มีการลงจากรถ

ในเวลาต่อมาเจ้าที่คุมตัวนายทอย มาทำการชี้จุดเกิดเหตุริมถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นจุดที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด พบว่านายทอย ทำร้ายร่างกายน้องนุ่น ภรรยาสาวจุดแรก โดยในจุดนี้ยังพบกับรอยเลือดของน้องนุ่นติดอยู่ด้วย

ภายหลังการชี้จุดทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผู้บังคับการ สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ที่เดินทางติดตามเฝ้าสังเกตการณ์ชี้จุดประกอบคำรับสารภาพทุกจุด เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการนำชี้จุดในวันนี้ ตัวผู้ต้องหาให้การในจุดเกิดเหตุที่เป็นบ้านพักว่าเป็นจุดที่ใช้ของแข็งทุบตีที่ศรีษะของภรรยา ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่ทำให้เสียชีวิต ส่วนบริเวณปั๊มน้ำมันเป็นการซื้อน้ำมันเพื่อใช้ในการเตรียมการอำพรางศพของภรรยา

ขณะที่ในส่วนของจุดเกิดเหตุบริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 38 ซึ่งบรรจุที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดวงจร จุดนี้ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นจุดที่ทำร้ายร่างกายภรรยาเป็นจุดแรก ซึ่งจากคำให้การยังพบว่ามีการใช้ของแข็งบางชิ้นร่วมทำร้ายร่างกายด้วย แต่ขณะนั้นภรรยายังไม่เสียชีวิต จึงมีการลากร่างของภรรยาสาวขึ้นรถกลับไปก่อเหตุซ้ำที่บ้านพักอีกด้วย

โดยหลังจากชี้จุดทั้ง 3 จุดในพื้นที่นนทบุรีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายทอยไปยังจุดที่ 4 คือบริเวณพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และ เตรียมดำเนินการฝากขังต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...