โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยุคสมัย/ศิลปะลพบุรี : มรดกโลกยุคอาณานิคม และชาตินิยม ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ก.ค. 2565 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2565 เวลา 03.52 น.

ยุคสมัย/ศิลปะลพบุรี :

มรดกโลกยุคอาณานิคม และชาตินิยม

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ใกล้ท้องสนามหลวง) ได้ดําเนินปรับปรุงทั้งอาคารและการจัดแสดงนิทรรศการถาวร ที่จัดแสดงเกี่ยวกับ “ศิลปะและลําดับยุคสมัยต่างๆ ในประเทศไทย” ครั้งใหญ่ โดยก็ได้มีการทยอยเปิดห้องจัดแสดงศิลปะและยุคสมัยต่างๆ มาเป็นลําดับ จนกระทั่งได้ทําการเปิดให้เข้าชม “ห้องลพบุรี (เขมรในประเทศไทย)”เป็นห้องสุดท้าย เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่เพิ่งจะผ่านมานี้

แน่นอนว่า การจัดแสดงในห้องลพบุรีนั้น มีความทันสมัยมากขึ้นทั้งในแง่ของเทคโนโลยีที่นํามาใช้และความสวยงาม เช่นเดียวกับในห้องอื่นๆ ที่เปิดให้เข้าชมมาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ชื่อของห้องคือ “ลพบุรี” ซึ่งมีนัยยะสื่อถึงทั้งยุคสมัยและรูปแบบศิลปะนั้นได้ย้อนกลับไปใช้ชื่อเรียกดั้งเดิม ซึ่งเคยมีปราชญ์และนักวิชาการหลายท่านตั้งข้อสงสัยถึงความเหมาะสม ทั้งในแง่ของข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ชาตินิยมที่อยู่เบื้องหลังของชื่อเรียกยุคสมัยและรูปแบบศิลปะ จนทําให้มีการเสนอให้เปลี่ยนไปใช้ชื่อเรียกอื่น ได้แก่ ศิลปะขอม/เขมร, ศิลปะร่วมแบบเขมรในประเทศไทยและศิลปะขอม/เขมรในประเทศไทยซึ่งกรมศิลปากรได้เคยน้อมรับมาใช้จนมีการเปลื่ยนชื่อเรียกยุคสมัย/ศิลปะเหล่านี้ตามหลักฐานและคําแนะนําต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ในกํากับของกรมศิลปากรมาแล้ว

การย้อนกลับไปใช้ชื่อเรียกว่า “ห้องลพบุรี” (ถึงแม้ว่าจะมีคําว่า “เขมรในประเทศไทย” ห้อยท้ายก็เถอะ) จึงเป็นการย้อนกลับไปปลุกสํานึกล้าหลังที่เกี่ยวเนื่องอยู่ระหว่างการสร้างชาติในยุคอาณานิคม และชาตินิยม/เชื้อชาตินิยมแบบสงครามเย็น

ยุคสมัย/ศิลปะลพบุรีมาจากไหน?

คําว่า “สมัย/ศิลปะลพบุรี” ปรากฏขึ้นครั้งแรกในผลงานทางประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่เป็นครั้งแรกในหนังสือ Sculpture in Siamของนักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวเยอรมันที่ชื่ออัลเฟร็ด ซัลโมนี (Alfred Salmony) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2468

แต่ก็ดูเหมือนว่า นิยามความเป็น “ยุคสมัย หรือศิลปะลพบุรี”ตามอย่างที่กรมศิลปากรย้อนกลับมาใช้ในปัจจุบันนั้น จะมีรากฐานมาจากพระนิพนธ์เรื่อง“ตํานานพุทธเจดีย์สยาม” ของบิดาแห่งวิชาประวัติศาสตร์ไทยอย่าง สมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชา นุภาพที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2469 คือเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากงานของซัลโมนีตีพิมพ์ออกมามากกว่า

ในตํานานพุทธเจดีย์สยามนั้น ได้จําแนกพุทธศิลป์ประเภทต่างๆที่ปรากฏอยู่ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน ออกเป็นยุคสมัยต่างๆ 7 สมัย ได้แก่ ทวารวดี, ศรีวิชัย, ลพบุรี,เชียงแสน, สุโขทัย, อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ผ่านทางรูปแบบศิลปะแล้วได้ขมวดให้ยุคสมัยของพุทธศิลป์เหล่านี้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นจนกลายเป็นประเทศสยามในที่สุด

ที่น่าสนใจก็คือในพระนิพนธ์เรื่องนี้ กรมดํารงฯ ได้พยายามสร้างให้ “ศิลปะลพบุรี” แตกต่างไปจาก“ศิลปะขอม/เขมร” ดังตัวอย่างเช่น

ลักษณะพระพุทธรูปลพบุรีดูเหมือนจะเอาแบบทวารวดีกับแบบขอมผสมกันจึงเกิดเป็นแบบใหม่ขึ้นมาอย่างหนึ่ง”เป็นต้น

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีนักประวัติศาสตร์ศิลปะเห็นด้วยกับกรมดํารงฯว่าพระพุทธรูปลพบุรีคือการผสมผสานระหว่างแบบทวารวดีกับขอมก็ตาม แค่ลักษณะอย่างนี้เป็นจุดตั้งต้นที่จะทําให้เกิดชุดคําอธิบายว่ากลุ่มศิลปะขอม/เขมร ที่พบอยู่ในอาณาเขตสยามประเทศไทยนั้นมีลักษณะที่แตกต่างไปจากที่พบในเขตประเทศกัมพูชาอันมีความหมายโดยนัยยะว่าผู้สร้างกลุ่มศิลปกรรมเหล่านี้ไม่ใช่พวกขอม/เขมรในเขตประเทศกัมพูชาและไม่เคยมีอํานาจทางการเมืองการปกครองของพวกขอม/เขมร ในเขตอธิปไตยของประเทศไทย

ขอม” ก็คือ “เขมร” ในทรรศนะของกรมดํารงฯ

จากข้อความของกรมดํารงฯ จะเห็นได้ว่า “ขอม” นั้นก็คือ “เขมร”

ความเข้าใจอย่างนี้มีอยู่ทั่วไปก็ปรากฏอยู่ในชิ้นงานต่างๆ ของพระองค์รวมถึงในหมู่ปัญญาชนและชนชั้นนําสยามมาแต่เดิม

วาทกรรมที่ว่า “ขอม” เป็นผู้สร้างปราสาทหินต่างๆ ไม่ใช่ประชากร “เขมร” ในปัจจุบัน จนบางทีก็เลยเถิดไปถึงขั้นเชื่อกันว่า “ขอมคือไทย” นั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้ลัทธิคลั่งชาติตามแนวคิดชาตินิยม โดยเพิ่งเกิดขึ้นในยุคสงครามเย็นเท่านั้น

ศิลปะลพบุรีผลัดเลือดขอมให้เป็นไทย ในพิพิธภัณฑ์

พัฒนาการทางความคิดที่สําคัญอีกอย่างเกี่ยวกับวาทกรรม “ศิลปะลพบุรี” นั้นเกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่กรมดํารงฯ และเลขานุการส่วนตัวของพระองค์คือชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ (Goerge Cœdès) นั้นได้ร่วมกันจัดจําแนกโบราณวัตถุ

เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสําหรับพระนคร (ต่อมาคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) ขึ้นในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2470-2472 จนทําให้เกิดหนังสือ คู่มือนําชมพิพิธภัณฑสถานสําหรับพระนครขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2472

ประเด็นสําคัญในหนังสือเล่มนี้ก็คือได้มีการจัดหมวดหมู่ศิลปะต่างๆไว้เป็น 2 สมัยหลักคือ 1. ศิลปะสมัยก่อนไทย และ 2. ศิลปะไทย โดยระบุว่าศิลปะลพบุรี (ซึ่งมีความแตกต่างกับศิลปะขอม/เขมรในกัมพูชา) เป็นศิลปะสมัยก่อนไทย แต่จะค่อยๆ หลอมรวมกลายเป็นไทย โดยการผสมผสานกับ “ศิลปะสุโขทัย” ซึ่งเป็นศิลปะของคนไทยแล้วกลายเป็น “ศิลปะอู่ทอง” คือกลุ่มพระพุทธรูปรุ่นต้นกรุงศรีอยุธยาจึงตั้งชื่อพุทธศิลป์กลุ่มนี้ตามชื่อพระเจ้าอู่ทอง ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้น จากนั้นเลือดขอมก็ค่อยๆ ผลัดเลือดขอมเปลี่ยนเป็นเลือดไทยที่แสดงออกผ่าน “ศิลปะอยุธยา” ในที่สุด

สิ่งที่สําคัญก็คือวิธีการจัดจําแนกและอุดมการณ์เบื้องหลังอย่างนี้ ถูกใช้ในการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสําหรับพระนครในยุคนั้น และยังถูกใช้ต่อเนื่องมาเมื่อเปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อย่างในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นแม่แบบในการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ในกํากับของกรมศิลปากรแทบทั้งหมด

ทําไมชื่อ “ลพบุรี” จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้เรียกกลุ่มศิลปะขอม/เขมร

ที่พบในประเทศไทย?

แต่คําจํากัดความของ “ยุคสมัย/ศิลปะลพบุรี” อย่างที่เป็นแม่แบบของแนวคิดดังกล่าวในปัจจุบันนั้น น่าจะเห็นได้จากในหนังสือ “ศิลปะสมัยลพบุรี” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2510) ของนักประวัติศาสตร์ศิลปะ ผู้เป็นโอรสองค์สุดท้องของกรมดํารงฯ อย่าง ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล ที่นิยามความหมายศิลปะลพบุรีเอาไว้ว่า

คําว่า ‘ศิลปะสมัยลพบุรี’ เท่าที่ใช้กันอยู่ในวงการโบราณคดีประเทศไทยปัจจุบัน

หมายถึงโบราณวัตถุสถานขอมที่พบในประเทศไทย รวมทั้งโบราณวัตถุสถานขอมที่ทําขึ้นในประเทศไทย แต่ทําเลียนแบบศิลปะขอมในประเทศกัมพูชา ฉะนั้นศิลปะสมัยลพบุรีในที่นี้จึงมีทั้งที่เป็นแบบขอมอย่างแท้จริง และที่ทําขึ้นเลียนแบบขอมอันมีลักษณะผิดแปลกออกไปบ้าง”

คําอธิบายที่ว่า “ทําขึ้นเลียนแบบขอมอันมีลักษณะผิดแปลกออกไปบ้าง” นั้น ย่อมหมายความว่ามีลักษณะเหมือนขอมมากกว่าที่จะไม่เหมือน ที่สําคัญก็คือกลุ่มชิ้นงานในศิลปะขอมที่สร้างขึ้นนอกเมืองพระนคร–นครธม อันมีศูนย์กลางอยู่ที่ จ. เสียมเรียบประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน เช่น กลุ่มงานที่ จ. พระตะบอง นั้น ก็มีลักษณะพื้นถิ่นที่ทําให้มีลักษณะผิดแปลกออกจากศิลปะขอมที่ศูนย์กลางใน จ. เสียมเรียบ ออกไปบ้าง ไม่ต่างไปจากที่พบในเขตประเทศไทย

ควรจะสังเกตด้วยว่า หนังสือศิลปะสมัยลพบุรีของ ม.จ. สุภัทรดิศ นั้น ตีพิมพ์ขึ้นหลังจากเกิดกรณีพิพาทเรื่อง “ปราสาทเขาพระวิหาร” ระหว่างไทย–กัมพูชา เมื่อ พ.ศ. 2505 จนทําให้เกิดกระแสชาตินิยมในการเรียกร้องทวงคืนปราสาทพระวิหารต่อมาอย่างยาวนาน กระแสชาตินิยมดังกล่าวย่อมส่งผลต่อกระบวนการคิดของ ม.จ. สุภัทรดิศในการสร้างกฎเกณฑ์ความแตกต่างระหว่าง “ศิลปะขอม/เขมร” กับ “ศิลปะลพบุรี” ขึ้นมา

อันที่จริงแล้ว การนําคําว่า “ลพบุรี” มาใช้เป็นชื่อยุคสมัย/ศิลปะ ก็เป็นเรื่องที่ดูจะผิดฝาผิดตัว เพราะ “ยุคสมัย/ศิลปะลพบุรี” นั้น ถูกกําหนดอายุให้อยู่ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1100-1800 ในขณะที่งานศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องกับขอม/เขมรที่เก่าแก่ที่สุดในเขตเมืองลพบุรีมีอายุอยู่ในช่วงราว พ.ศ. 1400 เศษเท่านั้น ประกอบกับการมีกลุ่มโบราณวัตถุสถานที่เกี่ยวข้องกับขอมขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในที่ต่างๆ ของประเทศ ที่แสดงให้เห็นว่าศูนย์กลางของวัฒนธรรมขอม/เขมรในประเทศไทยนั้น ไม่ได้จํากัดอยู่เฉพาะที่เมือง ลพบุรี เช่น เมืองพิมาย หรือกลุ่มปราสาทบริเวณเขาพนมรุ้ง เป็นต้น

ดังนั้น “ลพบุรี” จึงไม่ใช่ชื่อที่ครอบคลุมความหมายของกลุ่มวัฒนธรรมที่เกี่ยวพันกับขอม/เขมรที่พบในประเทศไทยทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อคําว่าลพบุรีนั้นเป็นชื่อใหม่ที่ถูกนํามาเรียกแทนชื่อเมืองเดิมคือ “ละโว้” เมื่อราว พ.ศ. 2200 ในช่วงที่สมเด็จพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยา แปรพระราชฐานมาประทับเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ชื่อ “ลพบุรี” ซึ่งสืบมาจาก “ละโว้” นั้น ก็แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองของขอม/เขมรอย่างใกล้ชิด ดังปรากฏรูปกองทัพของเมืองละโว้อยู่ในสภาพขบวนทหารจากเมืองต่างๆ ที่เป็นเครือญาติกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ที่ระเบียงคด ปราสาทนครวัด ที่สลักขึ้นในช่วงประมาณ พ.ศ. 1650

ศิลปะลพบุรี : เมื่อประวัติศาสตร์ศิลปะรับใช้การเมือง

ศ.ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้เคยตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจไว้ในวงเสวนาบนแอพพลิเคชั่น Clubhouse “ฉอดประวัติศาสตร์ทับหลังมาจากไหน? ‘ลพบุรี’ ศิลปะที่เพิ่งสร้างจริงหรือ?” ซึ่งจัดโดย สำนักพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2564 ว่า กระแสความโต้แย้งถึงความเหมาะสมในการเรียกกลุ่มศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องวัฒนธรรมขอม/เขมรในประเทศไทยนั้นทําให้กรมศิลปากรเลิกใช้คําว่าศิลปะลพบุรี แล้วหันมาใช้คําอื่นๆ เช่น “ศิลปะขอม/เขมรในประเทศไทย”แทน โดยเฉพาะในพิพิธภัณฑสถานต่างๆ การกลับมาใช้คําว่า “ศิลปะลพบุรี”ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่างๆ ในกํากับของกรมศิลปากรนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นภายหลังจากกระแสการทวงคืนปราสาทพระวิหาร โดยกลุ่มพันธมิตร ในช่วงต้นทศวรรษ2550 เท่านั้น

ดังนั้นการหวนกลับมาใช้คําว่า “ศิลปะลพบุรี” จึงมีความเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ทางการเมืองและลัทธิชาตินิยม–เชื้อชาตินิยม อย่างมีนัยยะสําคัญ

เมื่อพิจารณาจากทั้งในแง่ของข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์, อุดมการณ์ชาตินิยมและเชื้อชาตินิยมที่อยู่เบื้องหลัง รวมไปถึงแนวคิดเบื้องหลังกระบวนการสร้างชาติไทยแล้ว คําว่า “ลพบุรี” จึงไม่ควรถูกนํามาใช้เรียกเป็นชื่อยุคสมัย/ศิลปะของโบราณวัตถุสถานในวัฒนธรรมขอม/เขมรในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้คือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีของชาติโดยตรงอย่างกรมศิลปากร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในกํากับของตนเอง

ปราสาทพระวิหาร อีกหนึ่งปรากฏการณ์สําคัญของลัทธิชาตินิยมเชื้อชาตินิยมไทยกัมพูชา ที่มีแนวคิดเรื่องศิลปะลพบุรีเป็นหนึ่งในส่วนสําคัญ ช่วงยุคสงครามเย็น(ภาพจาก: https://www.phnompenhpost.com/national/hun-sen-notes-iconic-preah-vihear-temple-anniversary)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...