โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลักฐานฝ่ายล้านช้าง 'พระนางยอดคำทิพย์' มิใช่ราชนิกุลล้านนา? (1) / ปริศนาโบราณคดี : เพ็ญสุภา สุขคตะ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ก.ค. 2565 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2565 เวลา 08.00 น.

ปริศนาโบราณคดี

เพ็ญสุภา สุขคตะ

หลักฐานฝ่ายล้านช้าง

‘พระนางยอดคำทิพย์’

มิใช่ราชนิกุลล้านนา? (1)

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ดิฉันได้จัดเสวนากึ่งวิชาการในช่องทางคลับเฮาส์ให้กับเครือข่าย ทั้งกลุ่มมัคคุเทศก์ และกลุ่มฉันลุกแพร่มา เนื้อหาที่นำมาพูดคุยจะเน้นแลกเปลี่ยนการนำเสนอความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนา ด้วยการเชิญผู้รู้ด้านล้านนาศึกษาหลากหลายด้านมาคุยกันยามค่ำราว 1 ทุ่มจนถึงเที่ยงคืนวันเสาร์อาทิตย์

และแล้วก็ถึงคิวของหัวข้อหนึ่ง ที่ชื่อว่า “ยุคเสื่อมของอาณาจักรล้านนา” (เริ่มจากสมัยรัชกาลของพระเมืองเกษเกล้า ท้าวซายคำ พระนางจิรประภามหาเทวี พระไชยเชษฐา พระเมกุฏิ พระนางวิสุทธิเทวี จบลงในยุคที่บุเรงนองยึดล้านนา)

กับอีกหัวข้อหนึ่ง จัดร่วมกับ “คุณซอนญ่า สร้อยนภา” กลุ่ม THEA’S CLUB ชื่อ “ล้านนา-ล้านช้าง สัมพันธ์กันฉันใด?”

ทั้งสองหัวข้อนี้ดิฉันจำเป็นต้องได้ผู้เชี่ยวชาญด้าน “ล้านช้างศึกษา” มาร่วมแจมด้วยสัก 1-2 คน เพราะประวัติศาสตร์ช่วงนั้น ล้านนากับล้านช้างมีความสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่น ทั้งเชิงบวก-เชิงลบ เป็นทั้งมิตร-ศัตรู เป็นทั้งสหายร่วมรบและคู่แข่งตัวฉกาจ

เมื่อขอคำปรึกษาจาก ดร.ธีระวัฒน์ แสนคำ นักประวัติศาสตร์สายล้านช้าง มีมิตรจิตมิตรใจกันผ่านทางเฟซบุ๊กมายาวนานกว่า 10 ปี โดยที่ยังไม่เคยได้พบตัวจริงเป็นๆ น้องชายผู้แสนดีให้คำแนะนำว่า ตอนนี้ในวงการ “ล้านช้างศึกษา” นั้น มีนักวิชาการอิสระเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง อาชีพหลักทำงานด้านกฎหมาย แต่ชอบค้นคว้าเรื่องล้านช้างล้านนาอย่างเจาะลึกทะลุปรุโปร่ง

ดร.ธีระวัฒน์แนะนำว่า ดิฉันควรติดต่อไปที่ คุณ “ธีรานนท์ โพธะราช” แทนมากกว่า

คุณธีรานนท์ตอบตกลงยินดีร่วมแจมการเสวนาทั้งสองรายการ แต่มีการออกตัวเล็กน้อยว่า “ทฤษฎีที่ผมจะนำเสนอนั้น มันค่อนข้างจะขัดแย้งกับองค์ความรู้เดิมๆ ที่ชาวล้านนาเคยเชื่อถือกันมานาน ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ”

เมื่อดิฉันลองฟังตัวอย่างบางข้อคิดเห็นของคุณธีรานนท์ผ่านการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ พบว่าเป็นทฤษฎีที่ขัดแย้งกับองค์ความรู้เดิมของชาวล้านนามากจริงๆ

แต่ในโลกของประวัติศาสตร์ ไม่มีอะไรผิดหรือถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ การศึกษาประวัติศาสตร์ต้องไม่หยุดนิ่ง ไม่มีทฤษฎีอะไรตายตัวมิใช่หรือ ขึ้นอยู่กับว่า คนรุ่นหลังจักสามารถค้นหาหลักฐานอะไรใหม่ๆ มายืนยัน มาหักล้าง หรือมาเสริมทฤษฎีเดิมๆ ได้แค่ไหนต่างหากเล่า

ดิฉันตัดสินใจแล้วว่า ยินดีเปิดพื้นที่เชื่อมโยงแนวคิดของคุณธีรานนท์มาสู่โลกคลับเฮาส์ที่ผู้ฟังเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นผู้มีพื้นฐานด้านล้านนาศึกษามาอย่างละเอียด เพื่อให้คุณธีรานนท์ได้เสนอแนวคิดที่ว่า

1. พระนางยอดคำทิพย์ ผู้เป็นพระราชมารดาของพระไชยเชษฐา ที่เคยรับรู้กันทั้งประเทศว่านางเป็นราชนิกุลฝ่ายล้านนานั้น ที่แท้แล้วเป็นชาวล้านช้าง เรื่องนี้เรื่องใหญ่มากนะคะ เพราะเท่ากับว่า พระเจ้าไชยเชษฐาเอง ก็ย่อมมีทั้งพ่อและแม่เป็นสายล้านช้าง?

2. พระนางจิรประภา ที่เคยรับรู้ว่าน่าจะเป็นพระมเหสีของพระเมืองเกษเกล้านั้น ไปๆ มาๆ น่าจะเป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระบิดาพระเมืองเกษเกล้า คือพระเมืองแก้วมากกว่า ซึ่งประเด็นเรื่องพระนางจิรประภามหาเทวี ก็สุดจะซับซ้อนซ่อนเงื่อน จำเป็นต้องใช้พื้นที่แยกต่างหากในการขยายความอย่างละเอียดในฉบับถัดๆ ไป

ฉบับนี้และฉบับหน้าขอเปิดประเด็นร้อนแรงแค่เรื่อง เสด็จแม่ของพระเจ้าไชยเชษฐามิใช่ราชนิกุลล้านนาก่อน

สายตระกูลของพระนางยอดคำทิพย์

จากเอกสารฝ่ายล้านนา

เอกสารในฝ่ายล้านนามีเพียงฉบับเดียวคือ “พื้นเมืองเชียงแสน” ที่กล่าวอ้างว่า “พระนางยอดคำทิพย์” (บางเล่มเขียน นางยอดคำ) มีศักดิ์เป็นน้องสาวของ “ท้าวซายคำ” กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ 13 (ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ.2081-2086)

ซึ่งท้าวซายคำเป็นราชบุตรของพระเมืองเกษเกล้า (หรือพระญาเกศเชษฐราช กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ 12 ครองราชย์สองช่วง ครั้งแรก พ.ศ.2069-2081 ครั้งที่ 2 พ.ศ.2086-2088) ฉะนี้แล้ว นางยอดคำผู้เป็นน้องสาวของท้าวซายคำ ก็มีสถานะเป็นราชธิดาของพระเมืองเกษเกล้าด้วยเช่นกัน

ดังที่เอกสาร “พื้นเมืองเชียงแสน” ให้รายละเอียดไว้ว่า

“…ถัดนั้นพระอุปโย ลูกนางยอดคำ ลุกเมืองล้านช้าง มากินเชียงใหม่แทนท้าวซายคำตนเป็นลุงเล่า เหตุว่าแม่เป็นลูกพระเมืองเกศเกล้าแล…”

คำว่า “พระอุปโย” หมายถึงพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ขณะที่มากินเมืองเชียงใหม่นั้นยังทรงพระเยาว์อายุเพียง 12 ชันษา จึงเรียกว่า พระอุปโย หรือพระอุปเยาว์

จากข้อความนี้ เห็นภาพวงศาคณาญาติได้ชัดเจนว่า พระไชยเชษฐามีสถานะเป็นโอรสของนางยอดคำ (นางยอดคำเป็นมเหสีของพระเจ้าโพธิสาลราช กษัตริย์ล้านช้าง) นางยอดคำเป็นธิดาของพระเมืองเกษเกล้า (ส่วนพระราชมารดาของนางยอดคำ เดิมเคยเชื่อว่าคือพระนางจิรประภานั้น ตอนนี้เริ่มลังเลสงสัยเสียแล้วว่าอาจไม่ใช่ เอาไว้ฉบับหน้าค่อยว่ากัน)

นางยอดคำเป็นน้องสาวของท้าวซายคำ ผู้เป็นราชบุตรของพระเมืองเกษเกล้าเช่นกัน และท้าวซายคำมีฐานะเป็นลุงของพระไชยเชษฐา

นี่คือหลักฐานฝ่ายล้านนาที่ระบุชัดว่า พระมารดาของพระไชยเชษฐาธิราช นามพระนางยอดคำทิพย์ มีสถานะเป็นราชนิกุลฝ่ายล้านนา

ตำนานพระแก้วมรกต

ระบุเรื่องการถวายธิดาล้านนา

ให้กษัตริย์ล้านช้าง

นอกจากพื้นเมืองเชียงแสนแล้ว “ตำนานพระแก้วมรกต” จากประชุมพงศาวดารภาคที่ 1 เล่มที่ 1 ซึ่งรจนาขึ้นในล้านช้างราวปลายพุทธศตวรรษที่ 22 ก็มีเนื้อหาสอดคล้องต้องตรงกันในทำนองว่า พระเมืองเกษเกล้า (เอกสารนี้เรียกว่า พระญาพรหมราช) ได้พระราชทานนางยอดคำ พระธิดาไปเป็นพระอัครมเหสีของพระญาโพธิสาลราช กษัตริย์ล้านช้าง ขอยกความมาอย่างละเอียดดังนี้

“พระเจ้าโพธิสารราช (เอกสารบางเล่มใช้ ล บางเล่มใช้ ร) ครองราชย์สมบัติในเมืองศรีสัตนาคนหุตอุดมรัตนชวาละวัติมหานคร ท่านมีบุญสมภารก็มาก มีเดชานุภาพก็มากนัก แต่นั้นยังมีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งครองราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่ ท่านได้ยินข่าวสารว่าพระเจ้าโพธิสารราชมหากษัตริย์ มีบุญฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ มหิทธิศักดานุภาพมากนัก ดังนั้น ท่านก็มีความยินดีซึ่งบุญพระเจ้าโพธิสารราชมหากษัตริย์เป็นนักหนา

ท่านจึงให้อำมาตย์นำเอาพระราชธิกาองค์หนึ่ง อันเป็นบุตรของท่านนั้น ชื่อว่า ‘นางยอดคำราชกัญญา’ มาถวายพระเจ้าโพธิสารราชมหากษัตริย์พระองค์นั้นแล

จึงพระเจ้าโพธิสารราชมหากษัตริย์พระองค์นั้น ท่านก็ได้ตั้งไว้ยังนางยอดคำราชกัญญาองค์นั้น ให้เป็นอัครมเหสีแล้ว จึงแปลงพระนามว่า ‘นางหอสูง’ นั้นแล อยู่ไปข้างหน้าแต่นั้น จึงนางหอสูงราชเทวีองค์นั้น ก็ประสูติพระราชโอรสองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า เจ้าชัยเชษฐาราชกุมารนั้นแล”

นี่คือหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่เขียนขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับยุคที่พระเจ้าไชยเชษฐายังมีพระชนม์ชีพ

แม่พระไชยเชษฐา

เป็นลูกของกษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 5

จนกระทั่ง คุณธีรานนท์ได้เปิดเผยข้อมูลใหม่ อันเป็นเอกสารฝ่ายล้านช้างในรายการคลับเฮาส์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2564 (เสวนาหัวข้อ “ยุคเสื่อมของอาณาจักรล้านนา” ) และอีกครั้งวันที่ 17 เมษายน 2565 (เสวนาหัวข้อ “ล้านนา-ล้านช้าง สัมพันธ์กันฉันใด?) ว่า

มีเอกสารลาวฉบับหนึ่งชื่อ “พื้นขุนบรมราชาธิราช ฉบับวัดธาตุหลวง นครหลวงพระบาง” รจนาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2403 ว่า

“พระโพธิสาลราชเสวยบ้านเมือง จึงมีลูกชาย 1 ดอมนางใหญ่ผู้หนึ่ง ชื่อนางหอสูง ตนนางนั้นเป็นเชื้อพระยาจิกคำ ทั้งเป็นเชื้อนางน้อยอ่อนสอ ลูกชายตนนั้น แม่นพระไชยเสฐาทิราชนิแล…”

ข้อมูลชุดนี้คุณธีรานนท์อธิบายเพิ่มเติมว่าหมายถึง พระมารดาของพระไชยเชษฐาธิราช หรือผู้เป็นมเหสีของพระเจ้าโพธิสาลราชนั้น มีชื่อว่า “นางหอสูง” นางเป็นลูกสาวของพระญาจิกคำ ซึ่งพระญาจิกคำมีเชื้อสายมาจาก “นางน้อยอ่อนสอ”

ถามว่าทำไมจึงกลายเป็นหนังคนละม้วนกันซะยังงั้น ข้อมูลชุดพื้นขุนบรมทำไมจึงขัดแย้งกับข้อมูลที่ได้จาก “พื้นเมืองเชียงแสน” และ “ตำนานพระแก้วมรกต” โดยสิ้นเชิง

ใครคือ “พระญาจิกคำ” ไหนจะ “นางน้อยอ่อนสอ” อีก คุณธีรานนท์สืบค้นต่อไป ได้ข้อมูลมาว่า

พระญาจิกคำมีอีกชื่อว่า “พระเจ้าคำเต็มซ้า” เป็นกษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 5 มีสถานะเป็นถึงพระโอรสของพระญาสามแสนไท ซึ่งพระญาสามแสนไทผู้นี้ยิ่งใหญ่มาก

พระองค์ประสูติแต่พระราชมารดาชื่อ เจ้านางน้อยอ่อนสอ

มาถึงจุดนี้แล้ว ดิฉันต้องมานั่งสอบศักราชไล่เรียงประวัติลำดับกษัตริย์ลาวอย่างละเอียดด้วยตัวเอง ได้ข้อสรุปดังนี้

พระญาสามแทนไท เป็นกษัตริย์ลาวลำดับที่ 2 โดยเริ่มนับจากพระเจ้าฟ้างุ้มเป็นลำดับที่ 1 ชื่อเดิมของสามแสนไทคือ ท้าวอุ่นเรือน ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.1916-1959 รัชสมัยของสามแทนไทจะตรงกับรัชกาลของสมเด็จพระรามราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา (1938-1952) หรือตรงกับกษัตริย์ล้านนาสองพระองค์คือ พระญาแสนเมืองมา (1928-1944) และพระญาสามฝั่งแกน (1945-1984)

หนังสือ “ลำดับกษัตริย์ลาว” ชำระโดยกระทรวงศึกษาธิการของ สปป.ลาว ระบุว่า พระญาสามแสนไทมีโอรสหลายพระองค์ โอรสลำดับที่ 3 มีชื่อว่า “ท้าวคำเต็ม” (พิจารณาจากชื่อแล้ว คือคนเดียวกันกับพระเจ้าคำเต็มซ้า หรือพระญาจิกคำ) ท้าวคำเต็มประสูติแต่มเหสีที่เป็นธิดาของพระญาเชียงรุ่ง ต่อมาท้าวคำเต็มได้เป็นเจ้าเมืองห้วยหลวง และขึ้นเป็นกษัตริย์หลวงพระบางลำดับที่ 5 ครองราชย์ได้เพียงปีเดียวก็สวรรคต

หากนางหอสูง ผู้เป็นชายาของพระเจ้าโพธิสาลราช กษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 16 เป็นราชธิดาของกษัตริย์ล้านช้างองค์ที่ 5 (ท้าวคำเต็มซ้า) จริง ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลก

เหตุที่นางหอสูงมีศักดิ์เป็น “หลานตา” ของพระญาสามแสนไท กษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 2

ในขณะที่พระราชสวามีของนาง พระเจ้าโพธิสาลราช มีศักดิ์เป็น “เหลนทวด” ของพระญาสามแสนไท กล่าวคือ

พระเจ้าโพธิสาลราช (กษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 16) เป็นโอรสของพระเจ้าวิชุนราช (กษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 15) พระเจ้าวิชุนราชเป็นโอรสของพระไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้ว (ท้าวลือไชย กษัตริย์ล้านช้างลำดับที่ 11)

ซึ่งท้าวลือไชยเป็นน้องชายองค์เล็กของท้าวคำเต็มซ้า คือเป็นราชบุตรคนสุดท้องของพระญาสามแสนไท

นับกันตามวงศาคณาญาติแล้ว นางหอสูงมีศักดิ์เป็น “ป้า” ของพระเจ้าโพธิสาลราช เพราะนางหอสูงเป็นลูกพี่ลูกน้องในฐานะญาติผู้พี่ Generation เดียวกันกับพระเจ้าวิชุนราช

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก บางทีท้าวคำเต็มอาจมีลูกตอนชราก็เป็นได้ เรื่องของนางหอสูง-ยอดคำทิพย์ยังไม่จบ รออ่านต่อฉบับหน้า •

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...