โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

BMW XM Label Red เอสยูวีเสียบปลั๊กทรงพลัง 748 แรงม้า

Car2day

อัพเดต 15 เม.ย. 2566 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2566 เวลา 03.00 น. • Car2Day

สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆสาวกบีมเมอร์เมื่อ BMW XM เอสยูวีจอมพลังเสียบปลั๊ก V8 เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วย BMW XM Label Red

BMW

ตกแต่งพิเศษด้วยขอบสีแดงบริเวณกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่รวมถึงขอบกระจกลากยาวไปบนที่เปิดประตู ลิ้นสปอยเลอร์ใต้กันชนหลังและล้อขนาดใหญ่ 21 นิ้ว สีดำ Black High Gloss พร้อมยางหน้า 275/45R21 และยางหลัง 315/40R21 พร้อมสีดำทั้งคันแบบ BMW Individual Frozen Carbon Black

พร้อมออปชันเดิมทั้ง กระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบต่อเนื่อง ไฟหน้า Adaptive LED อัจฉริยะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและมอบแสงสว่างบนท้องถนนตลอดจนช่วงเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น พร้อมปรับการทำงานไฟสูงช่วยเปิดและปิดไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนหรือมีรถด้านหน้า รับชุดกับกันชนหน้าขนาดใหญ่ในชุดฝากระโปรงหน้าออกแบบมีเหลี่ยมสันแต่มองเห็นชัดเจนในยามขับขี่

มีปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตูที่ช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารขึ้นลงรถได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล ส่วนบริเวณด้านข้างมีแถบสีที่ชวนให้นึกถึง BMW M1

ทำให้รถดูโดดเด่นยิ่งขึ้นกับกระจกหลัง ไฟท้ายทรงเรียว LED สีดำเงา มีช่องระบายอากาศติดมาด้วยในชุดกันชนหลังใส่ลิ้นสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ฝังท่อไอเสียแนวตั้ง 4 ท่อ สองฝั่งกรอบสีทองสองฝั่ง ตราโลโก้ BMW ฝังไว้ที่กระจกรถนับเป็นครั้งแรกของค่ายที่ติตตราโลโก้ในลักษณะนี้ ส่วนตำแหน่งเดิมตราโลโก้ฟ้าขาวกลายเป็นที่ติดโลโก้ XM ขอบสีแดง

BMW

ภายในแต่งพิเศษด้วยโทนดำ/แดง ตั้งแต่ชุดเบาะนั่งหนังแท้ แบบ M Multifunctional บริเวณที่นั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า แผงคอนโซลหน้า แผงประตูหุ้มหนังสัมผัสสีดำขลิบแดงแบบ BMW Individual แผงช่องแอร์ซ้าย-ขวาตกแต่งสีดำแดง หัวเกียร์หุ้มหนังดำ/แดง พร้อมหมอนใบเล็กหนุนหลังในทีนั่งตอนหลัง

พร้อมออปชันเดิมทั้ง ภายในตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M เข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M ให้ความรู้สึกสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ ผ้าบุหลังคายังเป็นเสมือนงานประติมากรรม 3 มิติ ลวดลายแบบปริซึมและเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน ชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ระบบระบายอากาศและฟังก์ชันนวดผ่อนคลายสําหรับเบาะนั่งตอนหน้า ยังถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในรถยนต์รุ่นนี้เช่นกัน

ระบบความบันเทิงและการสื่อสารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการ BMW Operating System 8 ใหม่ล่าสุด ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น ระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ

ระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond ยังมอบสุนทรียภาพแห่งเสียงที่ชวนดื่มด่ำแบบเต็มขั้นด้วยลำโพงให้กำลังขับ 1,475 วัตต์ และลำโพงพิเศษอีกสี่ตัวบริเวณหลังคา ทั้งหมด 15 จุด เด่นด้วยระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของตนกับรถยนต์แบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto นอกจากนั้น ผู้ขับขี่ยังจะได้รับประโยชน์จาก Connected Package Professional ซึ่งช่วยให้ผู้ขับมั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและข้อมูลการจราจรอัปเดตล่าสุดเมื่ออยู่บนท้องถนน

BMW

ขุมพลังพัฒนาใหม่เพื่อความพิเศษสำหรับคุณกับเบนซินเทอร์โบคู่ V8 M TwinPower Turbo M HYBRID แบบ Plug-In Hybrid รหัส S63B44 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 750 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,400 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ BMW eDrive 197 แรงม้าที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่ 100-5,000 รอบ/นาที

เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ามากถึง 748 แรงม้าที่ 5,400 รอบ/นาที แรงบิด 1,000 นิวตันเมตรที่ 1,600-5,000 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. และไปไกลถึง 290 กม./ชม. ถ้าเพิ่มโหมดสมรรถนะ M Driver’s Package คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด M Steptronic

โดยใช้พลังงานจากลิเธียม-ไอออนแบตเตอรี่ขนาด 25.7 kWh ที่ติดตั้งอยู่ด้านใต้ท้องรถ แถมให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ในโหมดไฟฟ้าล้วนและวิ่งไกลสุด 75-83 กม./การชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) รองรับการชาร์จช้า 7.4 kW AC 0 – 100% ภายใน 4.25 ชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกกดปุ่ม M Hybrid ที่คอนโซลกลางเพื่อเข้าโหมดใดโหมดหนึ่งจากทั้งหมด 3 โหมด ทั้ง HYBRID, ELECTRICโหมดการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 100% และ eCONTROL

BMW

BMW

ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ M xDrive ช่วยให้มั่นใจได้ว่าแรงทั้งหมดจะถูกส่งไปยังถนนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยยกระดับไดนามิกการขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นรวมถึงโหมด Sand หรือทราย สำหรับการขับขี่บนเนินทรายและพื้นผิวถนนที่คล้ายกัน ระบบเฟืองท้าย M Sport ช่วยเสริมสมรรถนะของรถโดยกระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหลัง ช่วยให้ตัวรถสามารถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นพร้อมเสริมเสถียรภาพการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ และช่วงล่าง Adaptive M Suspension Professional มอบการควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายแก่ผู้ขับ

BMW XM Label Red มีทั้งหมด 50 สี และสีดำแดงพิเศษมีเพียง 500 คันเท่านั้นโดยจะเปิดตัวสู่สาธารณชนในสัปดาห์หน้าที่งาน Auto Shanghai 2023 และเมืองไทยมีแนวโน้มที่จะเอาเข้ามา

ที่มา BMW

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...