นโยบาย 'ชัชชาติ' แจกผ้าอนามัยฟรี เรื่องไม่เล็กของ 'ผู้หญิง'
นโยบาย ‘ชัชชาติ’ แจกผ้าอนามัยฟรี เรื่องไม่เล็กของ ‘ผู้หญิง’
ชวนขบคิดว่า ในทุกๆ เดือนผู้หญิงต้องซื้อ ‘ผ้าอนามัย’ มาใช้ ซึ่งจัดเป็นสินค้าที่มีการจัดเก็บภาษี 7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ชายไม่ต้องซื้อ เพราะไม่มีประจำเดือน แต่ได้ใช้ภาษีร่วมกัน มันแฟร์ไหม!
เป็นที่มาของการเรียกร้องให้“ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย” ที่กลุ่มผู้หญิงและกลุ่มนักศึกษา ออกมาเดินขบวนรณรงค์ และยื่นหนังสือให้กลไกที่เกี่ยวข้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง
อย่างกลุ่มลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณายกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มผ้าอนามัย แต่ผ่านมา 1 ปีกว่าๆ ก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ และเรื่องราวดูเหมือนจะเริ่มเงียบหายไป
กระทั่งถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ในการหาเสียงของ‘นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ที่ประกาศนโยบาย ‘นำร่องผ้าอนามัยฟรี’ เป็น 1 ใน 214 นโยบายหาเสียง ก่อนได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คนที่ 17
นำร่องแจกผ้าอนามัยฟรี
นายชัชชาติให้เหตุผลถึงการมีนโยบายนี้ว่า ผ้าอนามัยคือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้มีประจำเดือนทุกคน และเป็นภาระค่าใช้จ่าย อาจส่งผลให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า ความจนประจำเดือน (period poverty) เช่น มีเงินไม่พอซื้อ เข้าถึงได้แต่ไม่เพียงพอ ไปจนถึงการใช้งานอย่างไม่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนผ้าอนามัยน้อยครั้ง หรือใช้วัสดุอื่นที่ไม่เหมาะสมแทน จึงอาจเสี่ยงติดเชื้อและมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมาได้ เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้มีประจำเดือนและครอบครัว และลดความเสี่ยงของปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมา พวกเรามีนโยบายที่จะนำร่องจัดหาผ้าอนามัยให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.
โดยในนโยบายตั้งใจจัดจุดจัดวางผ้าอนามัยแจกฟรีในห้องน้ำของโรงเรียน หรือไว้ที่ห้องพยาบาล เพื่อให้เข้าถึงได้สะดวกและสอดคล้องกับความจำเป็น ก่อนมีการประเมินประสิทธิภาพถึงวิธีการแจก และตัวเลือกผ้าอนามัยที่ตอบสนองต่อผู้ใช้งาน และพิจารณาขยายผลให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีประจำเดือนต่อไป
ซึ่งยังไม่ทันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ นายพงษ์จักรินทร์ ถาวรพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางขุนเทียน ก็ตอบสนองนโยบายทันที จัดโครงการจัดหาผ้าอนามัยฟรีให้กับนักเรียน จำนวนกว่า 20,000 ชิ้น จากความร่วมมือกับภาคเอกชน เครือข่ายในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ กทม. ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ 16 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่จำเป็นต้องใช้ผ้าอนามัยจำนวน 2,000 คน
เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมืออย่างมาก
เช่นเดียวกับ ‘ปภาณษิณ ปิ่นแก้ว’ หรือบุ๊ค หัวหน้ากลุ่มลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ มธ. ก็รู้สึกทึ่ง ที่ภาคราชการตอบรับนโยบายนักการเมืองรวดเร็วอย่างนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย สะท้อนว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆ
ปภาณษิณกล่าวว่า ในบรรดาผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หนนี้ มีนายชัชชาติคนเดียวที่มีนโยบายเรื่องผ้าอนามัยชัดเจน ส่วนตัวเห็นด้วยที่เริ่มต้นแจกฟรีในสถานศึกษาก่อน และจริงๆ ควรยกเลิกภาษีผ้าอนามัยไปด้วย เชื่อว่าจะตอบโจทย์กว่าการทำรัฐสวัสดิการแจกผ้าอนามัยฟรีทั่วไป
“นโยบายอาจารย์ชัชชาติมีการตอบรับมาก แสดงว่าคนยอมรับ นโยบายนี้ถูกเสนอในระดับผู้สมัครขนาดนี้ เชื่อว่าต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงแน่นอน อย่างตอนนี้ลองไปดูนโยบายโรงเรียน หรือในมหาวิทยาลัย เริ่มมีนโยบายนี้เกือบทุกที่ อย่าง มธ.มีนโยบายผ้าอนามัยฟรีทุกคณะของมหาวิทยาลัยเลย ส่วนในโรงเรียนมัธยมบางแห่งที่มีเลือกตั้งประธานนักเรียน ก็เริ่มมีการชูนโยบายนี้บ้างแล้ว เพียงแต่ว่าจะทำได้จริงไหม ก็อีกเรื่อง”
มธ.มีผ้าอนามัยแจก – มช.ขายผ้าอนามัยราคาถูก
จริงๆ การแจกผ้าอนามัยในสถานศึกษาเกิดขึ้นสักพักแล้ว คือที่ มธ. ศูนย์รังสิต มีการแจกผ้าอนามัยฟรีในห้องน้ำหญิง ดำเนินการโดยองค์การบริหารนักศึกษา มธ. โดยเป็นลักษณะการหาผู้สนับสนุนทั้งตัวเงินหรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งปภาณษิณบอกว่า “ผลตอบรับดีมาก”
แต่ก็ยังมีจุดอ่อนว่า ของฟรีไม่ได้มีมาตลอด และควบคุมยาก เช่น บางคนอาจหยิบไปเยอะเกินความจำเป็น หยิบไปขายก็ได้
ส่วนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) แม้ได้แจก แต่มีการขายผ้าอนามัยราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ขายที่ห้องสหกรณ์ ราคาประมาณหลัก 10 บาทต้นๆ ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงผ้าอนามัยราคาถูก ซึ่งผลตอบรับก็ดีเช่นกัน
“ตอนนี้ทุกคนรู้ว่านี่คือปัญหา พยายามแก้ปัญหา ทำให้นวัตกรรมเกิดการแจกฟรีในสถาบันการศึกษา หรือขายราคาถูกในสถาบันการศึกษา ก็รู้สึกพอใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น”
ก้าวแรกสำคัญทำให้ดี
ปภาณษิณกล่าวย้ำว่า หลายคนอาจมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ผมมองว่าการแก้ปัญหาภาพเล็กนี่แหละจะกระทบภาพใหญ่ได้ คือการทำให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศได้ทางหนึ่ง อาจนานหน่อย แต่เป็นสิ่งต้องแก้ ให้สังเกตว่าใน 200 กว่านโยบาย ทำไมนโยบายนี้ถึงถูกตอบรับเป็นนโยบายแรกๆ เพราะมันเป็นปัญหาจริงๆ ใช่หรือไม่ ส่วนตัวยังมองว่าในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งหน้า ทุกพรรคจะเสนอเรื่องการแจกผ้าอนามัยฟรีในสถานศึกษาเช่นกัน
“ส่วนตัวมั่นใจในอาจารย์ชัชชาติ ที่ชูนโยบายนี้แล้วฝ่ายราชการตอบรับทันที น่าจะดำเนินนโยบายนี้ได้แน่ แต่ก็ฝากให้มีความชัดเจนเรื่องกระบวนการ การมีตัวชี้วัด และการประเมินโครงการ เพราะหากทำได้ดี กทม.จะเป็นพื้นที่แรกในประเทศ”
ปภาณษิณกล่าวทิ้งท้ายว่า หวังว่าสุดท้ายแล้วจะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ ไม่เพียงแต่ในสถานศึกษา แต่ผมอยากเห็นในห้องน้ำสาธารณะ สถานที่ราชการ ห้องน้ำในห้างสรรพสินค้า ก็ต้องดูต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– เรื่องจริงผ้าอนามัย! ที่ผู้หญิงต้องแบกรับ จ่าย VAT หลักแสน ถึงเวลาหรือยัง #ยกเลิกภาษีผ้าอนามัย