โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดฉากฆ่าเอาเงินประกัน 14 ล้าน คปภ.-15 บริษัทประกัน เตรียมเอาผิด

Khaosod

อัพเดต 14 มี.ค. 2568 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2568 เวลา 06.40 น.
จัดฉากฆ่าเอาเงินประกัน 14 ล้าน คปภ.-15 บริษัทประกัน เตรียมเอาผิด

จัดฉากฆ่าเอาเงินประกัน 14 ล้าน คปภ.-15 บริษัทประกัน เอาผิดตามกฎหมายฉ้อฉลประกันภัย เผย พิรุธทำประกันภัยซ้ำซ้อน 28 ฉบับ เปิดโทษจำคุก-ปรับเป็นแสน

วันที่ 14 มี.ค.2568 ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวในงานแถลงแนวทางการกำกับดูแลกรณี "การจัดฉากฉ้อฉลฆาตกรรมเอาเงินประกันภัย มูลค่ารวมกว่า 14.1 ล้านบาท" ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดเหตุขึ้นในวันที่ 10 ก.พ.2568 เวลาประมาณ 21.00 น. โดยในคดีนี้มีรถกระบะเกี่ยวข้อง 3 คัน

ซึ่งพบว่ารถทั้ง 3 คัน ได้มีการทยอยทำประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เพิ่มจากเดิมที่มีอยู่คันละฉบับ รวมเป็น 22 ฉบับ และมีการทำประกันรถภาคสมัครใจอีกจำนวน 6 ฉบับ รวมกรมธรรม์ทั้งหมด 28 ฉบับ จากทั้งหมด 15 บริษัทประกันภัย โดยพบว่า มีการทำประกันภัยในช่วง 6-18 วัน ก่อนเกิดเหตุถึง 19 ฉบับ

จัดฉากฆ่าเอาเงินประกัน 14 ล้าน คปภ.-15 บริษัทประกัน เอาผิดตามกฎหมายฉ้อฉลประกันภัย เผย พิรุธทำประกันภัยซ้ำซ้อน 28 ฉบับ เปิดโทษจำคุก-ปรับเป็นแสน

จัดฉากฆ่าเอาเงินประกัน 14 ล้าน คปภ.-15 บริษัทประกัน เอาผิดตามกฎหมายฉ้อฉลประกันภัย เผย พิรุธทำประกันภัยซ้ำซ้อน 28 ฉบับ เปิดโทษจำคุก-ปรับเป็นแสน

"จะเห็นว่ามีการทำประกันรถไว้มากผิดปกติ และรถบางคันมีกรมธรรม์มากถึง 16 ฉบับ โดยความคุ้มครองของรถทั้ง 3 คัน ประกอบด้วย ความคุ้มครองตามประกัน พ.ร.บ. กรมธรรม์ละ 500,000 บาท รวม 22 ฉบับ วงเงินเอาประกัน 11 ล้านบาท ความคุ้มครองตามประกันรถภาคสมัครใจ กรมธรรม์ละ 500,000 บาท รวม 6 ฉบับ วงเงินเอาประกัน 3 ล้านบาท และความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย อุบัติเหตุส่วนบุุคคล กรมธรรม์ละ 100,000 บาท รวมวงเงินเอาประกันภัยทั้งหมด 14.1 ล้านบาท" นายกสมาคมฯ กล่าว

โดยหลังจากวันเกิดเหตุ 4 วัน หรือประมาณวันที่ 14 ก.พ.2568 นายสกล (ขอสงวนนามสกุล) (ผู้รับมอบอำนาจ) ไปติดต่อยื่นเบิกค่าสินไหมทดแทนกับ บมจ.คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย โดยบริษัททำการนัดหมายเพื่อชี้แจงในวันที่ 16 ก.พ.2568

หลังจากนั้นอีกประมาณ 7 วัน มีการไปใช้สิทธิในหลายบริษัทประกันภัยและในหลายพื้นที่ วันที่ 21 ก.พ.2568 เวลา 13.00 น. นายวรรณพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) (ผู้รับมอบอำนาจ) ไปติดต่อยื่นเบิกค่าสินไหมทดแทนกับ บมจ.ทิพยประกันภัย สาขามุกดาหาร

และเวลา 17.00 น. นายสกล ไปติดต่อยื่นเบิกค่าสินไหมทดแทนกับ บมจ.เทเวศประกันภัย สาขามุกดาหาร และมีการไปใช้สิทธิยื่นเบิกค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด

อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 22-26 ก.พ.2568 บริษัทกลางฯ ได้ประสานงานตรวจสอบข้อมูลการเอาประกันภัยและการยื่นคำร้องจากบริษัทประกันทั้ง 15 บริษัท และมีการประสานงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

คณะกรรมการกฎหมาย และคณะกรรมการยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อประชุมร่วมกันเพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการ เนื่องจากพบประเด็นน่าสงสัยตามที่ได้กล่าวไปแล้ว และประสานงานสาขาสกลนครเพื่อนัดหมายเข้าพบผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สกลนคร ก่อนที่จะนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเข้าข่ายการฉ้อฉลประกันภัย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 สำนักงาน คปภ.ได้เชิญผู้แทนบริษัทประกันภัย 15 บริษัท เพื่อหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนะนำให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อสถานีตำรวจภูธร จ.สกลนคร ในข้อหา "ฉ้อฉลประกันภัย" ซึ่งทางบริษัทประกัน 15 บริษัท ได้ดำเนินการไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

โดยตามกฎหมาย พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย มาตรา 108/4 ระบุว่าผู้ใดเรียกร้องผลประโยชน์กรมธรรม์โดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง / ผู้ใดกระทำการให้การช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกต่อผู้อื่นกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ มาตรา 45 ผู้ใดยื่นคำร้องเป็นเท็จเพื่อขอรับค่าสินไหมทดแทน จะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ในเหตุการณ์ครั้งนี้บริษัทประกันภัยไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนเนื่องจาก 1.เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นเจตนาก่อให้เกิดความเสียหาย และ 2.เข้าข่ายฉ้อฉลประกันภัย ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน และสามารถแจ้งยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโดยไม่ต้องคืนค่าเบี้ยประกันภัย

ภารกิจของสำนักงาน คปภ. ที่ผ่านมา ได้มีการ MOU ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หากมีกรณีฉ้อฉลประกันภัยจะส่งสำนวนไปให้ดำเนินคดี โดยการตรวจจับการฉ้อฉลในปัจจุบัน คปภ. ก็ได้ยกระดับในการนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้งานเพื่อให้การดำเนินการมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

โดยจำนวนคดีที่เกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย ขณะนี้มีการส่งสำนวนไปให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และพร้อมที่จะกล่าวโทษกว่า 40 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 50 ล้านบาท และเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษอีก 21 คดี

"สำนักงาน คปภ. จริงจังในการตรวจจับการฉ้อฉลประกันภัย เพื่อไม่ให้เกิดการเคลมที่ผิดกฎหมาย และไม่อยากให้กระทบต่อการขึ้นเบี้ยลูกค้าและความเชื่อมั่นของธุรกิจประกันภัย"

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการตรวจจับการฉ้อฉลของ คปภ. ตั้งระบบ AI ในการตรวจจับมุ่งเป้าไปที่วงเงินเอาประกันสูง ๆ เบี้ยประกันสูง ๆ เป็นหลัก เพื่อให้คัดกรองข้อมูลได้อย่างแม่นยำ ไม่เช่นนั้นฐานข้อมูลที่เข้ามาจะเป็นล้าน ๆ รายการ แต่จากกรณีประกัน พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะการฉ้อฉล เล่นในวงเงินเอาประกันต่ำ ๆ เบี้ยประกันน้อย ๆ

แต่อย่างไรก็ตามด้วยระบบฐานข้อมูลกลางด้านประกันวินาศภัย (Insurance Bureau System) และการหารือร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย เกี่ยวกับ พ.ร.บ.เรียลไทม์ ที่จะทำให้ คปภ.เห็นและสามารถ Detect ได้ทันทีว่ารถคันนี้มีประกัน พ.ร.บ. เพิ่มขึ้นกี่ฉบับ

"นี่คือจุดที่จะค่อย ๆ เปลี่ยน เราจะไม่หยุดนิ่ง เพราะเฟ็กเตอร์ในการจับจะต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ให้ทันต่อสถานการณ์" เลขาธิการ คปภ. กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จัดฉากฆ่าเอาเงินประกัน 14 ล้าน คปภ.-15 บริษัทประกัน เตรียมเอาผิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...