โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็กทิศทางค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ คาดแกว่งกรอบ 32.90-33.70 บาท/ดอลลาร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 04.01 น. • The Bangkok Insight

เช็กทิศทางค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ BAY คาดแกว่งกรอบ 32.90-33.70 บาท/ดอลลาร์ ติดตามทิศทางนโยบายการค้าสหรัฐ-คู่ค้า และราคาทองคำตลาดโลก

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 33.44 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 33.10-33.47 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 เดือนตามราคาทองคำตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่

ทิศทางค่าเงินบาท

ทางด้านประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความเห็นว่าการที่รัฐบาลสหรัฐตั้งกำแพงภาษีศุลกากรต่อประเทศต่าง ๆ ในอัตราที่สูงเกินคาดอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและถ่วงเศรษฐกิจลง พร้อมกล่าวว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์อาจทำให้ภารกิจของเฟดเผชิญความท้ายทายมากขึ้น ส่วนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดดอกเบี้ย 25bps เป็น 2.25% ตามคาดการณ์ของตลาด และเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 7 ในวัฎจักรนี้ โดยอีซีบีระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนถูกผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 904 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรมากถึง 31,160 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐและการเจรจากับประเทศคู่ค้า รวมถึงข้อมูล PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนเมษายนของยูโรโซนและสหรัฐ โดยนอกเหนือจากประเด็นภาษีศุลกากรของทรัมป์ซึ่งทำให้ตลาดการเงินระส่ำระสายแล้ว ท่าทีคุกคามครั้งล่าสุดของผู้นำสหรัฐ ต่อความเป็นอิสระของเฟดยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการในการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ทั้งนี้ วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของพาวเวลล์จะสิ้นสุดลงในปี 69 ขณะที่ทรัมป์ขู่จะปลดเขาออกเนื่องจากไม่ยอมลดดอกเบี้ย อนึ่ง ค่าเงินบาทจะยังคงได้รับอิทธิพลสูงจากราคาทองคำตลาดโลกในระยะนี้

ทิศทางค่าเงินบาท

ส่วนปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) ประเมินผลของสงครามการค้าต่อไทยว่าความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าสหรัฐจะอยู่ในระดับสูงและยืดเยื้อ โดยผลกระทบจะส่งผ่านช่องทางหลัก ได้แก่ ตลาดการเงินผันผวนสูง การตัดสินใจลงทุนชะลอออกไป ส่งออกจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี สินค้าไทยจะเผชิญกับการแข่งขันรุนแรง และเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอตัวลงจากปัจจัยด้านอุปทาน ความเห็นของทางการที่ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในบางภาคส่วน (Sector) และการเน้นย้ำปัญหาด้านอุปทานดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ว่ามาตรการที่ตรงจุดอาจมีประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหามากกว่าการใช้เครื่องมือดอกเบี้ยนโยบาย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...