โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.กสิกรไทย แนะลงทุน K-WealthPLUS ตราสารหนี้เป็นพอร์ตหลัก รับมือภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2568 เวลา 09.50 น.

บลจ.กสิกรไทย แนะลงทุน K-WealthPLUS เป็น Core Port หรือพักเงินกับกองทุนตราสารหนี้ ปลอดภัยภาษีทรัมป์ ส่วนSatellite Portfolio ให้ลดสัดส่วนกองทุนหุ้นเวียดนามและจีน

นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดการเงินทั่วโลกปั่นป่วนหลังทรัมป์ประกาศภาษี Reciprocal Tariff เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา

ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรง ทั้งดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าอุปโภคบริโภคที่พึ่งพาจีน-เวียดนาม รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารชั้นนำของโลก

นอกจากนี้ ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 4% สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินปลอดภัยอย่างเยนและฟรังก์สวิส รวมถึงเงินบาทก็อ่อนค่าลงในวันที่มีการประกาศภาษีนำเข้า

นายวจนะกล่าวต่อไปว่า จากความกังวลของผู้ลงทุนว่าภาษีใหม่จะทำให้เกิด Stagflation นั่นคือ เงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลให้มีโอกาสเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) สูงขึ้นได้นั้น

บลจ.กสิกรไทย แนะนำให้ผู้ลงทุนพิจารณาสัดส่วนการลงทุนใน Core-Satellite Portfolio โดยในส่วนของ CorePortfolio ที่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวนั้น ผู้ลงทุนยังสามารถคงสัดส่วนการลงทุนในกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ทั้ง K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP และ K-WPULTIMATE ได้เช่นเดิม

ส่วน Satellite Portfolio ผู้ลงทุนควรปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนที่มีหุ้นจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าในรอบนี้อย่างเวียดนามและจีน เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำได้ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน K-SFPLUS สำหรับพักเงินระยะสั้น 3-6 เดือน และกองทุน K-FIXEDPLUS สำหรับระยะเวลาลงทุน 1-1.5 ปีขึ้นไป

“ผู้ลงทุนควรติดตามนโยบายโต้ตอบจากจีนหรือประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่อาจจะตอบโต้ด้วยภาษีของตัวเอง หรือมาตรการทางการค้าอื่นๆ รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดหลังจากนี้”

นายวจนะกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุน K-SFPLUS เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นทั้งในและต่างประเทศ อาทิ พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชนของไทย และเงินฝากต่างประเทศบางส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินก่อนที่จะสับเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนอื่นๆ ต่อไป โดยแนะนำให้ถือไว้อย่างน้อย 6 เดือน

สำหรับกองทุน K-FIXEDPLUS เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ อาทิ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หุ้นกู้เอกชนของไทย และอาจมีการกระจายลงทุนบางส่วนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีความมั่นคงสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความผันผวนให้กับพอร์ตในระยะยาว และสามารถลงทุนได้นานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...