“มนัส” ลั่นรวม 3 กองทุนเอาแค่เรื่องพื้นฐาน
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2568 นายมนัส โกศล ประธานสภาลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีมีข้อเสนอเรื่องการรวม 3 กองทุนสุขภาพ ประกอบด้วย กองทุนประกันสังคม (สปส.) กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และสวัสดิการข้าราชการ โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นแม่งานว่า ตนเป็นผู้นำแรงงานมามากกว่า 40 ปี ที่ได้ร่วมผลักดันแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานหลายฉับ เช่น พ.ร.บ.ประกันสังคม, พ.ร.บ.เงินทดแทน (ที่ให้พนักงานราชการ ลูกจ้างของรัฐ อยู่ใน พ.ร.บ. นี้) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ค่าชดเชย 400 วัน) และ พ.ร.บ. อีกหลายฉบับที่ตนเองได้มีส่วนร่วมในการแก้ไข ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ รวมทั้งร่วมกับภาคีเครือข่ายในการผลักดันสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมานานอย่างค่าทำฟัน ซึ่งไม่ได้อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ 7 กรณี แต่เป็นออพชั่นเสริมให้กับผู้ประกันตน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ยื่นข้อเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มจาก 600 บาท เป็น 1,200 บาท โดยมีการหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น คือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล และปลัดกระทรวงแรงงานในขณะนั้น แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างก็มีการปรับเพิ่มมาจาก 600 บาท เป็น 900 บาท หรือกรณีการเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 1,000 บาท เป็นต้น
นายมนัส กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราทำหลายเรื่อง แต่เราไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง แต่พอมีกลุ่มหนึ่งมาผสมโรง อยากย้ายสิทธิผู้ประกันตน ให้มีการรวม 3 กองทุนเข้าด้วยกัน แต่หลักคิด และนโยบายของเรา ในฐานะที่ตนเป็นผู้นำแรงงาน เรามีนโยบายว่าเราจะต้องกระจายผู้ป่วย ไม่กระจุกอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะหากสังเกตคนไปที่โรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมาก ทำให้ต้องไปรอรับการรักษานาน แล้วถ้าเอา สปสช. เข้ามาจับทุกกองทุน ซึ่งตอนนี้ก็ค่อนข้างมีปัญหาอยู่แล้ว คนต้องรอคิวรักษา บางคนเป็นโรคร้ายกว่าจะเข้าโรงพยาบาลใหญ่ได้ ต้องเข้าโรงพยาบาลปฐมภูมิก่อน ต้องมีใบส่งตัว ในขณะนี้ระบบประกันสังคม มีการเชื่อมตรงกับโรงพยาบาลเอกชนเลย อาจจะ ดีไม่มากนักแต่ก็ค่อยๆ ปรับไปตามโครงการ ตามกระบวนการกฎหมาย ถือเป็นการกระจายกลุ่มประชากรที่ต้องเข้ารับบริการสุขภาพ ขณะที่ข้าราชการก็จะมีกลุ่มของเขา
นายมนัส กล่าวต่อว่า ดังนั้นการจะรวม 3 กองทุน ถ้ารวมเฉพาะเรื่องพื้นฐานก็คงพอได้แต่ ออพชั่นต่างๆ จะแตกต่างกัน เรามองว่า หากเอาประกันสังคมไปรวมแล้วจะคิดอย่างไร เนื่องจากผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบเข้าทุกเดือน ที่ผ่านมาผู้ประกันตนป่วยต้องพักรักษาตัวก็มีเงินค่าทดแทนการขาดรายได้ ทุพพลภาพก็จ่ายเงิน ทดแทนการขาดรายได้ 50% ของเงินเดือนตลอดชีวิต แต่กรณีบัตรทองได้สิทธิเหล่านี้ไหม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สภาองค์การพัฒนาลูกจ้างฯ และพรรคแรงงานสร้างชาติ เราก็ใส่เป็นนโยบายหนึ่งว่า หากรวมแล้ว บัตรทองก็ต้องมีเงินทดแทนการขาดรายได้ เหมือนกับข้าราชการเหมือนกับประกันสังคมหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต่างหากที่เราจะทำ ผู้ประกันตนก็ใช้สิทธิแบบเดิมคือ 4 กรณี แต่เราเพิ่มเติมให้หากมีตรงไหนที่ยังไม่ดี เช่น ตอนนี้ผู้ประกันตนสามารถเลือกโรงพยาบาลได้ ปีละ 1 ครั้ง หรืออาจจะขอขยายปีละ 2 ครั้ง ยืนยันว่าเราจะทำสิ่งที่เป็นไปได้ เราไม่ขายฝัน ไม่ดราม่า เราเอาสิ่งที่เป็นไปได้.