DeepSeek เขย่าตลาดเทคจีน หลัง Tencent-Baidu-ByteDance ประกาศสงคราม AI
DeepSeek จุดชนวนสงครามเทคโนโลยี หลัง Tencent Baidu ByteDance แห่ดึง AI ของ DeepSeek เข้าระบบแอปตัวเอง ด้าน BYD เข้าร่วมด้วย
ตลาดแชทบอทของจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจาก เทนเซนต์ (Tencent) ประกาศว่าจะนำโมเดลเอไอ (AI) ของDeepSeek มาใช้ ซึ่งทำให้ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ไปตู้ (Baidu) และบรรดาผู้นำรายอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีน ต่างเร่งเครื่องเพื่อตอบโต้ และทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินการของ Tencent ถือเป็นก้าวสำคัญในความทะเยอทะยานด้าน AI ของบริษัท เนื่องจากผู้ใช้ Weixin ในจีน มากกว่า 900 ล้านคน มักใช้เวลาเล่นแอปเฉลี่ยประมาณ 93 นาทีต่อวัน ซึ่งการเข้ามาของDeepSeek อาจช่วยปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของแชทบอทในจีนได้ และทำให้ Tencent ได้เปรียบอย่างมาก
Tencent
Tencent เริ่มทดสอบระบบเบต้าDeepSeek บน Weixin ซึ่งเป็นแอป WeChat เวอร์ชันจีน โดยเปิดตัวฟีเจอร์ การค้นหาด้วยเอไอ (AI Search) พร้อมกับ Quick Response และ "Deep Search"
DeepSeek-R1 จะทำงานร่วมกับโมเดล Hunyuan ของ Tencent และผู้ใช้สามารถแชร์คำตอบผ่าน Moments และแชทกลุ่มได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว Tencent ก็กำลังสำรวจการผสานรวมDeepSeek เข้ากับ Cloud AI Code Assistant และแชทบอต Yuanbao ด้วยเช่นกัน
Baidu
Baidu ซึ่งครองตลาดการเสิร์ชเอ็นจินในจีนมาอย่างยาวนาน หลังจากที่ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Weixin Search เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Baidu ก็ตอบสนองด้วยการใช้DeepSeek เช่นเดียวกัน โดยได้นำ DeepSeek บูรณาการเข้ากับ Baidu Search อย่างเต็มรูปแบบและปรับปรุงโมเดลภาษา Ernie ให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้แล้ว Baidu ยังประกาศด้วยว่าจะเปิดตัว Ernieเป็นโอเพนซอร์ส แม้ว่าก่อนหน้านี้จะยืนกรานว่าต้องทำกำไรจากซอฟต์แวร์จำกัดสิทธิ์ (closed source) โดยความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้หุ้นของ Baidu ร่วงลงกว่า 7% ในขณะที่หุ้นของ Tencent พุ่งขึ้น 8%
ByteDance
ByteDance ก็รู้สึกกดดันจากการแข่งขันครั้งนี้ โดยในการประชุมบริษัทเมื่อเร็ว ๆ นี้นายเหลี่ยง หรูโป ซีอีโอ ByteDance ยอมรับว่าบริษัทมีความล่าช้าในการคว้าโอกาสจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Doubao ซึ่งเป็นแชทบอตของ ByteDance และเป็นผู้นำตลาดในด้านจำนวนผู้ใช้งานรายวันในปีที่แล้ว แต่ DeepSeekกลับแซงหน้าไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ด้วยจำนวนผู้ใช้งานรายวันมากถึง 30 ล้านคน เมื่อเทียบกับ Doubao ที่มีผู้ใช้งาน 16 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ByteDance ได้นำ DeepSeek-R1 มาใช้ในฟังก์ชันสเปรดชีตของ Lark ของบริษัท
BYD
นอกเหนือจากแชทบอตแล้ว DeepSeekยังสร้างกระแสในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกด้วย รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ โดย บีวายดี (BYD) วางแผนที่จะผสานรวม AI ของDeepSeek เข้ากับสถาปัตยกรรมยานยนต์อัจฉริยะ
Huawei
Xiaoyi ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ของ Huawei ได้นำ DeepSeek-R1 มาใช้เช่นกัน นอกจากนี้ Youdao ของ NetEase ยังได้เปลี่ยนกลยุทธ์โดยผสานDeepSeek-R1 อย่างสมบูรณ์หลังจากพัฒนาโมเดลภาษาของตัวเองในช่วงแรก
การเติบโตของDeepSeek ที่สร้างความกังวล
การเติบโตอย่างรวดเร็วของDeepSeek ได้สร้างปฏิกิริยาที่หลากหลายทั่วโลก โดยแม้ว่าจะได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างฮือฮา และถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในอุตสาหกรรม ความสำเร็จของDeepSeek ได้ช่วยจุดประกายความเชื่อมั่นในนวัตกรรมเทคโนโลยีของจีนให้กลับมาอีกครั้ง โดยนายเหลียน เหวินเฟิง ซีอีโอของDeepSeek ได้พบปะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เมื่อไม่นานนี้ เพื่อเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการสนับสนุนการพัฒนา AI
รัฐบาลท้องถิ่นอย่างเช่น เซินเจิ้น กว่างโจว ก็กำลังนำDeepSeek เข้ามาบูรณาการในระบบของตน แต่อย่างไรก็ตามประเทศอื่น ๆ ก็มีท่าทีต่อต้านและมองว่าเป็นภัยคุกคาม โดย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ได้สั่งห้ามไม่ให้ใช้DeepSeek ในคอมพิวเตอร์ของรัฐบาล ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย นอกจากนี้แล้ว สหรัฐก็กำลังพิจารณาข้อจำกัดที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย
อ้างอิง : nikkei.com