โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาทองโลก ร่วงต่อเนื่องกว่า 6% จากจุดสูงสุด หลังสหรัฐส่งสัญญาณผ่อนคลายสงครามการค้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 04.10 น.

"ราคาทองโลก" ร่วงต่อเนื่องกว่า 6% จากจุดสูงสุด หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลสงครามการค้าและเทขายทำกำไร

วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 10.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำโลก ปรับตัวลดลงต่อจากสถิติสูงสุดในสัปดาห์ที่แล้ว หลังความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงกลับคืนสู่ตลาดบางส่วน ท่ามกลางสัญญาณความตึงเครียดทางการค้าที่เริ่มคลี่คลาย

ราคาทองคำร่วงลงมากถึง 1.6% ไปอยู่ที่ประมาณ 3,268 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และปรับลดลงมากกว่า 6% นับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดกว่า 3,500 ดอลลาร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นักลงทุนหันไปให้ความสนใจกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าของสหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า โอกาสที่จะเลื่อนการขึ้นภาษีตอบโต้เพิ่มเติมมีน้อย

โดยมีสัญญาณว่าหลายประเทศในเอเชียกำลังเตรียมทำข้อตกลงระยะสั้นกับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้ภาษีเชิงลงโทษ (punitive tariffs) ก่อนครบกำหนดช่วงผ่อนผัน 90 วันในต้นเดือนกรกฎาคม

และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการขั้นต่อไป ทีมงานของทรัมป์ได้ร่างกรอบการเจรจากับราว 18 ประเทศ โดยใช้เทมเพลตที่กำหนดประเด็นปัญหาหลักร่วมกันเพื่อเป็นแนวทางในการเจรจา

Charu Chanana นักกลยุทธ์จาก Saxo Capital Markets Pte กล่าวว่า "บรรยากาศในตลาดกลับมาอยู่ในภาวะสงบนิ่งแบบระแวดระวังอีกครั้ง หลังทำเนียบขาวส่งสัญญาณท่าทีประนีประนอมมากขึ้น นักลงทุนจึงตีความว่าความเสี่ยงลดน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงที่สงครามการค้าปะทุใหม่ ๆ …อย่างไรก็ตาม ยังมีความสงสัยอยู่มาก เพราะแนวคิดที่จะปิดดีลการค้าหลายฉบับในเวลาไม่กี่สัปดาห์นั้นดูจะมองโลกในแง่ดีเกินไป และหากมีความล่าช้า ความผันผวนก็จะกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว"

การเทขายทองคำยังกระตุ้นให้ราคาร่วงเร็วขึ้น เนื่องจากนักลงทุนปิดสถานะเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งแรงและเร็วเกินไป ข้อมูลล่าสุดจาก Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ระบุว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ในนิวยอร์กได้ลดการถือครองสถานะซื้อสุทธิในฟิวเจอร์สและออปชันทองคำลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือน

การเปลี่ยนแปลงในตลาดออปชัน ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วปริมาณการซื้อขายในกองทุน SPDR Gold Shares ETF ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่กว่า 1.3 ล้านสัญญาบ่งชี้ว่าตลาดอาจมีภาวะร้อนแรงเกินไปในระยะสั้น ราคาทองได้วิ่งนำปัจจัยพื้นฐาน เช่น ทิศทางดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (real rates) ไปแล้ว ตามการวิเคราะห์ของ Barclays Plc

อย่างไรก็ตามราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นราว 25% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าสินทรัพย์หลักอื่น ๆ เกือบทั้งหมด โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายการค้าก้าวร้าวของทรัมป์และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก ที่ทำให้นักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย

การไหลเข้าของเงินลงทุนในกองทุน ETF ที่มีทองคำหนุนหลัง การซื้อทองคำของธนาคารกลาง และสัญญาณการเก็งกำไรที่แข็งแกร่งในจีน ล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการขึ้นของราคาทอง แม้ว่าการบริโภคทองคำจริงในประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของโลกจะลดลงก็ตาม

ทั้งนี้ราคาทองคำส่งมอบทันทีลดลง 1.1% อยู่ที่ 3,283.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เวลา 11:03 น. ตามเวลาสิงคโปร์ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนราคาลดลง 0.2% ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ปรับขึ้น 0.1% ขณะที่ราคาซิลเวอร์ พัลลาเดียม และแพลทินัมต่างก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...