โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผีเสื้อมวนหวาน ศัตรูสำคัญของไม้ผล

รักบ้านเกิด

อัพเดต 12 ก.ย 2562 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2562 เวลา 06.19 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ผีเสื้อมวนหวานเป็นผีเสื้อกลางคืนที่มีขนาดใหญ่ บินเร็วตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำหวานจากผลไม้ทุกชนิด ทำให้ผลไม้ เกิดความเสียหาย และหลุดร่วง

ผีเสื้อมวนหวาน
ชื่อสามัญ : Fruit Piercing Moths
วงศ์ : NOCTUIDAE

ผีเสื้อมวนหวานเป็นผีเสื้อกลางคืนที่มีขนาดใหญ่ บินเร็วตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำหวานจากผลไม้ทุกชนิด ทำให้ผลไม้ เกิดความเสียหายและหลุดร่วง
 

ผลไม้ที่เป็นอาหารของผีเสื้อมวนหวาน ได้แก่
- ลิ้นจี่
- ลำไย
- ส้มเขียวหวาน
- ส้มโอ
- มะม่วง
- เงาะ
- มะนาว
- องุ่น
- กล้วย
- พุทรา
- มะละกอ
- ลางสาด
- ลองกอง
- น้อยหน่า
- ฝรั่ง
- กระท้อน
- มังคุด
** ผีเสื้อจะทำลายผลไม้โดยใช้ปาก (Proboscis) ที่แข็งแรงซึ่งม้วนอยู่ใต้หัวแทงทะลุผ่านเปลือกของผลไม้ สุกเข้าไปดูดกินน้ำหวาน ภายในเนื้อผลไม้ แผลที่ถูกเจาะจะเป็นรู ทำให้น้ำหวานไหลออกมาเป็นที่ดึงดูด แมลงชนิดอื่นๆ ให้เข้ามาทำลายซ้ำเติมอีก
ผีเสื้อมวนหวานมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น Eudocima salaminia Cramer ,Thyas honesta Hubner แต่ที่จัดได้ว่ามีความสำคัญและมีจำนวนมากก็คือ Othreis fullonia

Othreis fullonia
ผีเสื้อชนิดนี้จะวางไข่ในพืชตระกูล menispermaceae เช่น ใบหญ้าฟาง ใบข้าวสารโดยผีเสื้อจะวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ สีเหลือง ไข่จะฝัdออกมาเป็นตัวภายใน 2-3 วัน หนอนที่ฝักออกมาจะกินใบอ่อนของพืช เมื่อโตเต็มที่หนอน จะมีความยาวลำตัวประมาณ 5-6 เชนติเมตร มีสีดำ น้ำตาล หรือสีน้ำเงินเข้ม ในการเจริญระยะตัวหนอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 19-21 วัน จึงจะเข้าระยะดักแด้ และจะใช้เวลาในระยะนี้อีก ประมาณ 12 -14 วัน ก็จะฝักออกมาเป็นตัวผีเสื้อ ซึ่งจะเป็นผีเสื้อกลางคืน ที่มีขนาดใหญ่ เมื่อกางปีกออกจะมีความกว้าง 7-10 เชนติเมตร ปีกคู่หน้ามีสีน้ำตาลคล้ายสีใบไม้แห้งเมื่อหุบปีกจะมีลักษณะ คล้ายหลังคา ส่วนปีกคู่หลังจะมีสีเหลืองอมส้ม และมีจุดดำคล้ายรูปไตปรากฎอยู่อย่างเด่นชัดบนปีกทั้งสองข้าง ผีเสื้อจะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 60 วัน
 

ผีเสื้อมวนหวานจัดเป็นแมลงที่เป็นศัตรูของพืชที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในมังคุด ที่ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีเปลือกหนา ผีเสี้อมวนหวานก็สามารถเจาะกินน้ำหวานได้
++ การป้องกันกำจัด(กรมส่งเสริมการเกษตร) ++
1. ทำลายวัชพืชต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณสวนหรือบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากวัชพืชบางชนิดเป็นที่อยู่อาศัยของผีเสื้อมวนหวาน
2. ใช้กับดักแสงไฟจากหลอดแบล็คไลท์ (Black Light ) ในช่วงเวลาที่เหมาะสม 20.00-22.00 น.
เป็นช่วงที่ตัวเต็มวัยออกหากินมากที่สุด ควรวางกับดักสูงจากพื้น 1.2 เมตร ใต้หลอดไฟวางถาดน้ำมัน
หรือถาดบรรจุน้้ำผงซักฟอก ให้ตัวแก่บินมาเล่นไฟตกลงมาจมน้ าตาย
3. ใช้เหยื่อพิษ โดยเหยื่อล่อเป็นสับปะรดสุก ขนาดชิ้นหนา 1 นิ้ว ชุบสารเคมี คาร์บาริล 85% WP
อัตรา 5 กรัม ผสมน้ำ 1 ลิตร แขวนเป็นจุดๆ ในสวน จำนวน 1 กับดัก ต่อ ต้นไม้ผล 5 ต้น

  1. จับเก็บตัวเต็มวัยในเวลากลางคืน โดยใช้ไฟฉายส่องตามผล ช่อผล เริ่มในช่วงเวลา 20.00-22.00 น.
    จะพบตัวเต็มวัยเจาะดูดกินน้้ำหวานจากผล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมลงไม่ทันระวังตัว สามารถจับได้ด้วยมือ
    และนำเก็บใส่ลงในขวดพลาสติกปิดฝา นำไปทำลาย
  2. วิธีการป้องกันผีเสื้อมวนหวานที่ดีที่สุด คือ การห่อผลด้วยกระดาษถุงปูน หรือกระดาษหนังสือพิมพ์โดยการห่อเป็นรูปกรวยสามเหลี่ยม และเปิดที่ปลายโคนเพื่อเป็นช่องให้อากาศผ่านกันการเกิดผลเน่า
    5.ใช้กรงกับดักดักจับตัวเต็มวัย กรงกับดักเป็นกรงมุ้งตาข่าย ด้านล่างเป็นกรวยปลายเปิดเล็กเข้าไปด้านใน มีแท่นวางเหยื่อล่อด้านล่าง ใช้จับตัวเต็มวัยผีเสื้อมวนหวาน จะแขวนบนต้นสูงระดับเดียวกับผลไม้หรือวางบนขาตั้งสูงจากพื้น 20 เซนติเมตร เหยื่อล่อเป็นสับปะรดสุก หรือกล้วยน้ำหว้าสุกงอม ต้องมีฝาปิดโดยปิดไว้หลวมๆ ให้ผีเสื้อมวนหวานดันเข้าไปในกรงกับดัก แต่แทรกดันออกไม่ได้
  3. การใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียนไข่ทริโคแกรมมา มวนพิฆาต และมวนเพชฌฆาตเพื่อกำจัดไข่และตัวหนอนผีเสื้อมวนหวาน
     

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :

- คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. เข้าถึงได้จาก : http://www.agri.ubu.ac.th/
- "ข่าวเตือนการระบาดศัตรูพืชประจำสัปดาห์" .กองส่งเสริมการอารักขาพืชและการจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. เข้าถึงได้จาก : http://www.doae.go.th/uploads/agriqua-20160721-161722.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...