โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตีฟ จอบส์ ชายผู้อยู่เบื้องหลังความนิยมของเครือข่าย Wi-Fi

Thaiware

อัพเดต 21 ส.ค. 2561 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2561 เวลา 09.05 น. • moonlightkz
จอบส์ไม่ใช่คนคิดค้น Wi-Fi แต่เขานี่แหละ คือ คนที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยม

ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะสมาร์ทโฟน, โน๊ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์ ต่างก็รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้ มีบทบาทสำคัญจากสตีฟ จอบส์ แห่ง Apple ผู้คิดค้น iPhone อยู่ด้วย

ต้นกำเนิดของ Wi-Fi นั้น ถ้าจะย้อนไปถึงการคิดค้นเลย เราอาจจะคิดถึงบุคคลสำคัญอย่าง Hedy Lamarr ดาราสาวแห่งฮอลลีวูด ผู้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น Wireless goddess (เทพธิดาไร้สาย) เธอคิดค้นเทคนิคที่เรียกว่า Frequency Hopping ซึ่งแต่เริ่มเดิมทีถูกใช้ในวงการทหาร ก่อนที่จะถูกนำมาพัฒนาประยุกใช้ใน Wi-Fi, Bluetooth และ GPS ในปัจจุบัน

สตีฟ จอบส์ ชายผู้อยู่เบื้องหลังความนิยมของเครือข่าย Wi-Fi


Hedy Lamarr 1938 - ©Diltz/RDA/Everett Collection (00523921)©DILTZ/RDA/EVERETT COLLECTION (00523921)

หรือจะเป็น Vic Hayes ชายคนนี้ได้รับสมญานามว่า Father of Wi-Fi (บิดาแห่งไวไฟ) เขาเป็นคนสร้างมาตรฐานที่ชื่อว่า IEEE 802.11 ซึ่งถูกนำมาใช้ในระบบ Wireless Local Area Networks

สตีฟ จอบส์ ชายผู้อยู่เบื้องหลังความนิยมของเครือข่าย Wi-Fi

แต่หากพูดถึงคนที่ทำให้ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นเป็นที่นิยมล่ะก็ เราอาจจะคาดไม่ถึงว่า สตีฟ จอบส์ นี่แหละที่มีส่วนที่ทำให้ระบบนี้ประสบความสำเร็จได้

ย้อนกลับไปในปี 1996 หลังจากที่สตีฟ จอบส์ได้กลับมาทำงานที่ Apple อีกครั้ง (เขาถูกไล่ออกจากบริษัท Apple ที่ตัวเองก่อตั้งในในปี 1985) ตอนนั้นจอบส์มีไอเดียที่จะนำระบบเชื่อมต่อแบบไร้สายมาใช้ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของบริษัท

ตัดภาพไปที่บริษัท Lucent Technologies ณ วันที่ 20 เมษายน 1998 ตอนนั้นมี Cees Links ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไปของฝ่าย Wireless LAN Division อยู่ (ต่อมาเขา คือหนึ่งในผู้ก่อตั้งองค์กร Wi-Fi Alliance และเครือข่าย Zigbee) เขาได้รับหน้าที่ให้ไปพรีเซนต์เทคโนโลยี Wireless LANs กับสตีฟ จอบส์ที่กำลังสนใจเทคโนโลยีนี้อยู่ 

ซึ่งต้องบอกก่อนว่า Lucent Technologie ได้เริ่มวางขายตัวสินค้า WaveLAN wireless (ที่ต่อมาได้กลายเป็นรากฐานให้กับมาตรฐาน IEEE 802.11) มาตั้งแต่ปี 1991 โดยพยายามเข้าไปเจรจากับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หลายรายอย่าง Dell, Toshiba ฯลฯ แต่ว่าในยุคนั้น ไม่มีใครเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีไร้สายตัวนี้ Cee Links เปิดเผยว่ากระแสตอบรับที่เขาได้รับกลับมา คือ "ทุกคนมีช่อง Ethernet อยู่แล้ว ใครกันที่ต้องการใช้ระบบไร้สาย?" ทำให้ WaveLAN ถูกจำกัดการใช้งานอยู่ในวงแคบๆ อย่างภายในโรงเรียน, โรงพยาบาล หรือในระบบ POS ตามร้านค้าเท่านั้น แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากจอบส์ได้โทรมาหาเขาเพื่อนัดให้มาพรีเซนต์

ตัดภาพกลับไปในห้องประชุมของบริษัท Apple ที่ Cupertino จอบส์ใช้เวลา 10 นาที ในการพูดถึงความมหัศจรรย์ของระบบไร้สาย ก่อนที่จะตกลงซื้อเทคโนโลยี WaveLAN ของ Lucent มาใช้ (แถมกดราคาจาก $130 ให้เหลือ $50 ด้วยล่ะ) แล้วมันก็ถูกนำมาใช้ในเครื่อง iBook G3 (วางจำหน่ายในปี 1999) ทำให้มันเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องแรกของโลกที่นำเทคโนโลยีไร้สายมาใช้ และหลังจากนั้นเพียงสัปดาห์เดียวบริษัทอย่าง IBM, Sony, Compaq, HP, Dell ต่างก็โทรมาหา Cee Links เพราะต้องการนำเทคโนโลยีไร้สายนี้ไปใช้บ้าง

สตีฟ จอบส์ ชายผู้อยู่เบื้องหลังความนิยมของเครือข่าย Wi-Fi


ภาพของ iBook G3

หลังจากนั้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายก็แพร่หลาย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ได้จำกัดแค่บนคอมพิวเตอร์ ทุกวันนี้มันถูกใช้บนอุปกรณ์เกือบทุกชนิดในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่า Wi-Fi ก็น่าจะถูกใช้กันในปัจจุบันต่อให้วันนั้นสตีฟ จอบส์จะไม่ผลักดันก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า จอบส์นี่แหละที่เป็นคนหยิบมันขึ้นผลักดันให้ผู้บริโภคได้เห็น และอยากใช้

เกร็ดความรู้น่าสนใจ
Wireless LAN หรือ WLAN หมายถึงระบบ LAN ที่ทำงานแบบไร้สาย ปัจจุบันนิยมใช้โปรโตคอล 802.11  ในการทำงาน
ส่วน Wi-Fi ย่อมาจาก Wireless fidelity มักถูกใช้ในการเรียกแทนชื่อโปรโตคอล 802.11

ด้านล่างนี้ เป็นวีดีโอเหตุการณ์ตอนที่สตีฟ จอบส์ ทำการแนะนำเทคโนโลยี Wi-Fi ในงาน MacWorld ที่ New York City in ในเดือนกรกฏาคม ปี 1999 มีความน่ารักตรงที่จอบส์เอาห่วงฮูล่าฮูปมาวางครอบเครื่อง iBook เพื่อแสดงให้เห็นว่า มันไม่มีสายมาเชื่อมต่อให้เกะกะแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...