โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หวั่นค่าแรงทุบ "โรงแรม 3 ดาว" แนะ "คุมต้นทุน-ขายออนไลน์" รับแข่งขันสูง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 13 เม.ย. 2561 เวลา 12.30 น.

“ทีเอชเอ” หวั่นโรงแรม 3 ดาวกระอักต้นทุน หลังรัฐบาลประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 1 เมษายนที่ผ่านมา แนะเร่งปรับตัวทั้งทำแผนควบคุมต้นทุนรักษาพนักงาน หารายได้เพิ่ม หนุนผู้ประกอบการพลิกแพลงวิธีทำตลาดออนไลน์สู้ภาวะแข่งขันรุนแรง ปรับราคาห้องพัก-อาหารไม่ได้

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้สมาคมมองว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มระดับ 3 ดาว คือ การปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำที่มีผลเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนของโรงแรมสูงขึ้น เพราะนอกเหนือจากค่าแรงของพนักงานโรงแรมแล้ว ต้นทุนวัตถุดิบอาหารยังมีการปรับสูงขึ้นตามต้นทุนค่าแรงขั้นต่ำใหม่ด้วย

ประกอบกับปัจจุบันธุรกิจโรงแรมยังประสบปัญหาเรื่องไม่สามารถปรับขึ้นราคาห้องพักและค่าอาหารได้มากนัก เนื่องจากการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง ผู้ประกอบการโรงแรมจึงต้องระมัดระวังและหาวิธีบริหารจัดการควบคุมต้นทุนให้ได้มากที่สุด

โอดค่าแรงกระทบต้นทุนโรงแรม

“ตอนนี้การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใหม่มีผลต่อธุรกิจโรงแรมแล้ว เพราะขึ้นทุกจังหวัดในประเทศไทย ยกเว้นพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็น 2 พื้นที่ที่มีค่าแรงสูงสุด อย่างโรงแรมในภูเก็ตมีราคาห้องพักสูงอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น เพราะโรงแรมมีการจ่ายค่าแรงแก่พนักงานสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว โดยผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโรงแรมแบบเดี่ยว (indi-vidual hotel) จะได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะระดับ 3 ดาวที่ค่าแรงกระทบต้นทุนเพิ่มขึ้นราว 5-10% เพราะถ้าไม่ขึ้นค่าแรงให้ พนักงานอาจหาย ลาออกไปทำงานที่อื่นแทน” นางศุภวรรณ กล่าว

และว่า ขณะที่โรงแรมระดับ 4-5 ดาว ไม่ค่อยมีปัญหาจากการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่จ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว ส่วนธุรกิจบริการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือร้านอาหาร เพราะค่าแรงมีผลโดยตรงกับราคาวัตถุดิบอาหาร

ติดกับดัก “ซัพพลาย” ล้น

นางสาวศุภวรรณ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมต้องประสบกับภาวะต้นทุน ทั้งเรื่องค่าแรงและค่าวัตถุดิบที่ขยับสูงขึ้นตลอด แต่โรงแรมกลับปรับราคาขายห้องพักได้น้อย เมื่อเทียบกับสัดส่วนต้นทุนที่สูงขึ้น ประกอบกับเจอปัญหาห้องพักล้นตลาด (โอเวอร์ ซัพพลาย) ในทุกภูมิภาค ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องเร่งปรับตัวรับการแข่งขันที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างรายได้ ด้วยการเร่งหารายได้เพิ่มทั้งในช่องทางเก่าและใหม่ พร้อมดึงลูกค้าเดิมให้กลับมาใช้บริการซ้ำที่โรงแรมมากที่สุด ไม่ให้เปลี่ยนใจไปพักที่โรงแรมอื่น

รวมถึงดำเนินกลยุทธ์ทั้งเชิงรุกและรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เนื่องจากโรงแรมเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและเร็วสุด เห็นได้จากการแข่งขันที่รุนแรงในช่องทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้มากขึ้น

พลิกแพลงวิธีขาย “ออนไลน์”

“หากโรงแรมไม่ใช้ความสามารถในการทำตลาดจากช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มอัตราเข้าพักให้มากขึ้นก็จะเสียเปรียบโรงแรมอื่น ๆ ที่รุกทำตลาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวจองห้องพักผ่านช่องทางนี้ โดยโรงแรมที่มีเชนรับบริหารเขาจะเก่งเรื่องการทำตลาดออนไลน์อยู่แล้ว และมีแพลตฟอร์มจองห้องพักเป็นของตัวเอง ขณะที่โรงแรม individual hotel ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลัก จะปรับตัวกับการขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ดี ส่วนโรงแรมในต่างจังหวัดบางแห่งอาจจะยังไม่เก่งในเรื่องนี้ ซึ่งจำเป็นต้องเร่งปรับตัว” นางศุภวรรณกล่าว

นายกสมาคมโรงแรมไทย ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นับตั้งแต่มีการขายห้องพักผ่านช่องทางออนไลน์ ยอมรับว่าโรงแรมสามารถทำราคาขายได้ดีขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีการพลิกแพลงการขายให้ดี สามารถกำหนดเรตราคาขายห้องพักให้ขึ้นลงตามดีมานด์ซัพพลายในแต่ละวัน วันไหนหรือเดือนไหนเหลือห้องน้อยก็สามารถกำหนดราคาขายแบบแพงได้ นี่คือข้อดีของการขายห้องพักผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่ในยุคก่อนจะขายห้องพักในราคาแบบ flat rate แก่บริษัทตัวแทนนำเที่ยว (แทรเวล เอเย่นต์) เป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...