โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความจริงเพิ่งเปิดเผย! เพราะอะไร Vin Diesel ถึงไม่กลับมาเล่นใน 2 Fast 2 Furious

BT Beartai

อัพเดต 23 มี.ค. 2563 เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 12.00 น.
ความจริงเพิ่งเปิดเผย! เพราะอะไร Vin Diesel ถึงไม่กลับมาเล่นใน 2 Fast 2 Furious

แม้ว่า Fast & Furious 9 จะเลื่อนฉายจากเดิมเดือนพฤษภาคมปีนี้ ไปเป็นเดือนเมษายนปี 2021 เพราะสถานการณ์ไวรัส Covid-19 แต่ข่าวคราวของ The Fast Saga ก็ยังมีออกมาเรียกความสนใจจากแฟน ๆ อยู่ โดยเฉพาะข่าวนี้ที่คงเป็นความสงสัยของแฟน ๆ Fast มาตลอดว่า ทำไมพระเอกที่เป็นเสาหลักของเรื่องอย่าง Vin Diesel ถึงไม่กลับมารับบทนำในภาค 2 ปล่อยให้ Paul Walker ไปจับคู่กับ Tyrese Gibson และกลายเป็นภาคเดียวที่ Diesel ไม่มีส่วนร่วมเลยในบรรดาทุกภาค (ภาค 3 ยังโผล่มาในตอนท้ายหน่อยนึง)

The Fast and The Furious (2001) ที่ติดดินและดิบเถื่อนแบบ Diesel ต้องการ

The Fast and The Furious (2001) ที่ติดดินและดิบเถื่อนแบบ Diesel ต้องการ

ย้อนกลับไปในปี 2000 ผู้กำกับสายบู๊อีกคนของวงการฮอลลีวูดที่กำกับภาคแรกอย่าง Rob Cohen ที่เห็นแววเขาจากหนังแฟรนไชส์ Riddick เรื่องแรกอย่าง Pitch Black (2000) จึงชวนมาเล่น The Fast and the Furious (2001) Diesel ที่มีความสามารถด้านการเขียนบทและกำกับหนังมาก่อนบ้าง จากผลงานเก่า ๆ ที่เข้าประกวดตามสายเทศกาลจนผลงานเข้าตา Steven Spielberg และได้มาเล่น Saving Private Ryan (1997) ในตอนนั้นเขาไม่พอใจบทที่เขียนขึ้นในทีแรก และใช้เวลาร่วมกับนักเขียนบทอยู่หนึ่งสัปดาห์เพื่อปรับแก้บทให้ดีขึ้น โดยที่ปรับให้ตัวละครของเขาและ Walker ติดดินและดูเป็นนักแข่งรถแบบเถื่อน ๆ มากขึ้น ท้ายที่สุดความพยายามของ Diesel ก็ไม่เสียเปล่า และหนังก็ได้รับคำวิจารณ์ไปในทางที่ดีรวมถึงทำรายได้อย่างงดงาม ต่อมาไม่นานค่ายหนังก็อนุมัติการสร้างภาคต่อ

ผู้กำกับภาคแรก Rob Cohen

ผู้กำกับภาคแรก Rob Cohen

Rob Cohen ไม่ได้กลับมากำกับภาค 2 ที่ชื่อ 2 Fast 2 Furious เปลี่ยนเป็น John Singleton ผู้ล่วงลับจากShaft (2000) และ Four Brothers (2005)  (แต่ Cohen และ Diesel ก็จับมือกันไปทำหนังต่อที่ xXx (2002) แทน) Diesel ได้รับข้อเสนอให้มาแสดงเป็นค่าตัว 25 ล้านเหรียญฯ เพื่อมาสานต่อความสำเร็จในบท “ดอมินิค โทเร็ตโต” แต่เขาก็ปฏิเสธจะกลับมาแม้ค่าตัวระดับนั้นจะถือว่าเป็นค่าตัวที่สูงมากสำหรับนักแสดงที่มีหนังดังมาแค่เรื่องเดียว

2 Fast 2 Furious (2003)

2 Fast 2 Furious (2003)

โดยเหตุผลที่ Diesel ให้ไว้ก็คือ เขามองว่าภาคต่อของ The Fast and the Furious  ควรจะเป็นอะไรที่มากกว่าการทำเดินซ้ำรอยเดิมของภาคแรกที่เน้นไปที่ความบันเทิง แต่อยากจะลงลึกถึงปูมหลังของเรื่องราวและตัวละครที่จะทำให้แฟรนไชส์นี้คงความคลาสสิกในอนาคต เหมือนที่ผู้กำกับ Francis Ford Coppola ได้ทำไว้กับ The Godfather: Part II (1974) เมื่อไม่ถูกใจบทและทิศทางของการทำหนังภาค 2 เขาจึงโบกมือลาไปพัฒนาหนังภาคต่อของ Pitch Black เรื่อง The Chronicles of Riddick (2004) แทน ซึ่งกลายเป็นหนังทุนสูงที่เจ๊ง แต่ก็ยังมีภาคต่อตามออกมา โดย Diesel เลือกจะกลับไปสร้างภาค 3 เป็นหนังแนวสยองขวัญทุนต่ำเหมือนภาคแรก

The Chronicles of Riddick (2004)

The Chronicles of Riddick (2004)

ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ใน Fast & Furious (2009) 8 ปีให้หลัง

ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ใน Fast & Furious (2009) 8 ปีให้หลัง

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ภาค 4 เป็นต้นมาที่เป็นเหมือนกับการรวบรวมทวงคืนจิตวิญญาณของภาคแรกกลับมา Diesel ที่กลายมาเป็นผู้อำนวยการสร้างของแฟรนไชส์นี้ตั้งแต่ภาค 4 มาจนภาค 9 ในปัจจุบัน ก็มีสิทธิ์มีเสียงจะกำหนดทิศทางของเรื่องราวนี้ ทำให้แฟน ๆ ได้เห็นปูมหลังของตัวละครหลายตัวในเรื่องนี้ และความเป็น “ครอบครัว” ที่แฟรนไชส์นี้นำเสนอเป็นจุดขายตลอดมามากขึ้น สมกับที่เขาตั้งใจไว้ตอนปฏิเสธรับเล่นภาค 2 แล้ว

The Fast and The Furious ที่เน้นความเป็น

The Fast and The Furious ที่เน้นความเป็น “ครอบครัว” มาตั้งแต่ภาคแรก

อ้างอิง

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...