โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ช่อง 3 เลิกบทละครออนไลน์-หนังสือพิมพ์แล้ว หวังแก้ปมคนไม่ดูทีวี

Positioningmag

อัพเดต 26 ต.ค. 2561 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2561 เวลา 07.11 น.

กำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของทีวีดิจิทัลในยุคที่คนอยู่กับมือถือ นิยมเสพสื่อออนไลน์  ทำอย่างไรถึงจะดึงผู้ชมให้มาดูบนหน้าจอทีวี ทำให้ช่อง 3 ต้องออกนโยบายผลิตละครช่อง 3 ออกนโยบายใหม่ ไม่ให้มีการขายบทละครลงในช่องทางหนังสือพิมพ์และออนไลน์ หวังที่จะดึงคนดูมาลุ้นละครแต่ละตอนสดๆ แทน

ช่อง 3 ได้เริ่มงดการเผยแพร่บทละครทางสื่อออนไลน์แล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายน และเตรียมงดเผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ ซึ่งปัจจุบันมี 4 ฉบับ คือ ไทยรัฐ เดลินิวส์  ข่าวสด คมชัดลึก ในเร็วๆนี้

แหล่งข่าวช่อง 3 บอกว่า อยู่ระหว่างทำหนังสือ ชี้แจงไปยังหนังสือพิมพ์ทั้ง 4 ฉบับถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิก หลังจากร่วมมือกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี  เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมทละคร

โดย จากนี้จะไม่ส่งบทละครฉบับเต็มแล้ว จะส่งแค่เรื่องย่อไปให้สื่อต่างๆ  รวมถึงนิตสารเล่มละคร ก็จะได้แค่เรื่องย่อเท่านั้น ไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดเนื้อเรื่องทั้งหมด โดยเฉพาะตอนจบ เพื่อให้ผู้ชมได้ลุ้นที่หน้าจอด้วยตัวเอง

ละครเรื่องแรกที่ทำตามนโยบายใหม่นี้ คือ “มีเพียงรัก” ที่กำลังออกอากาศในวันศุกร์-อาทิตย์ นำแสดงโดย เคน ธีรเดช และ เต้ย จรินทร์พร

นโยบายใหม่นี้ ช่อง 3 ต้องการให้ผู้ชมรู้สึก ลุ้น และติดตามละครที่หน้าจอแทน เพราะที่ผ่านมา บางคนใช้วิธีการอ่านเรื่องแต่ละตอนมาก่อน ทำให้ลดทอนความอยากดูลงไป จนมีผลทำให้เรตติ้งละครลดต่ำลงด้วย

แหล่งข่าวกล่าว

ที่ผ่านมา บทละครที่นำไปให้กับสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ จะถูกจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ โดยผู้จัดและนักเขียนบท และอาจจะรวมถึงเจ้าของบทประพันธ์ จะเป็นผู้จัดเก็บเงินกับสื่อที่นำไปออกอากาศ เฉลี่ยตอนละ 5 หมื่นบาท  โดยไม่เกี่ยวกับช่อง 3

นโยบายนี้ทำมานาน เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมทละคร แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป บทละครตอนต่อตอนที่เผยแพร่ไปนั้น ยังมีการนำไปต่อยอดในช่องทางออนไลน์อื่นๆ ในรูปแบบคลิปเสียง เล่าเรื่องราวแต่ละตอนอย่างละเอียด อำนวยความสะดวกผู้ชมทีวี ไม่ต้องมานั่งอ่าน แค่ฟังเสียง หรือดูคลิปเสียงก็ได้ ความอยากติดตามละครแต่ละเรื่องก็ลดน้อยลงไปด้วย

นอกจากนี้ ช่อง 3 ยังได้ขายลิขสิทธิ์ละครไปออกอากาศในต่างประเทศ หากมีการเผยแพร่เรื่องราวออกไป ก็อาจไม่เป็นผลดีต่อการขาย

ในบรรดาช่องทีวีที่เผยแพร่บทละครนั้น มีทั้งช่อง 7 และช่อง 3 ในขณะที่ช่องวันนั้น ใช้กลยุทธ์ไม่เผยแพร่บทละครโดยละเอียด แต่ส่งแค่เรื่องย่อสั้นๆของละครที่กำลังออกอากาศ โดยไม่บอกบทสรุปเรื่องในตอนจบ เพื่อให้คนลุ้นและติดตามที่หน้าจอแทน ซึ่งก็ได้ผลมาในหลายๆเรื่องที่เป็นกระแส สร้างความรับรู้อยากติดตามละครอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตอนจบว่าจะลงเอยอย่างไรเช่น ละครเรื่อง “เมีย 2018” ที่เป็นละครที่ได้รับความนิยมที่สุดของช่องวันในปีนี้ ช่องวันไม่บอกว่าจะจบแบบไหน ทำให้คนดูต้องติดตามสดเอาเอง เรตติ้งในตอนจบจึงพุ่งสูงถึง 6.421 ส่วนค่าเฉลี่ยเรตติ้งละครทั้งเรื่องอยู่ที่ 3.157

สำหรับสถานการณ์เรตติ้งละครช่วงหลัง 2 ทุ่ม เป็นช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ที่ทั้ง 2 ช่องใหญ่ทั้งช่อง 7 และช่อง 3 ต่างได้รับผลกระทบจากการแข่งขันค่อนข้างมาก เรตติ้งลดลงอย่างมาก สำหรับในเดือนตุลาคมนี้ ละครช่อง 3 ที่มีเรตติ้งสูงสุดคือ “ริมฝั่งน้ำ” ที่มีเรตติ้งตอนจบอยู่ที่ 4.354 ส่วนละครที่กำลังออกอากาศมีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3

ส่วนช่อง 7 ระบำมาร ตอนจบ ในวันที่ 10 ตุลาคม เรตติ้งอยู่ที่ 6.754 ส่วนละครที่กำลังออกอากาศ สายโลหิต, นางทิพย์ และพ่อมดเจ้าเสน่ห์ มีเรตติ้งอยู่ในระดับ 3-4 เท่านั้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...