โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุโมงค์ทางลอด ทล.304 เชื่อมผืนป่ามรดกโลก-เส้นทางสัญจร

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 16 มี.ค. 2562 เวลา 14.00 น.

คอลัมน์ เปิดมุมมอง โดย ขัตติยา ดีอาเกียเร่

อุโมงค์ทางลอด สัตว์ป่าข้าม ทล.304 นับเป็นโครงการต้นแบบในพื้นที่อนุรักษ์แห่งแรกและครั้งแรกที่ดำเนินการก่อสร้างขึ้นในประเทศไทย ที่มีการบูรณาการเทคนิคทางวิศวกรรมงานโครงสร้าง ธรณีวิทยาและฐานราก ด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนเข้าด้วยกัน การออกแบบทางเชื่อมผืนป่าอยู่ภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า และการใช้งานของมนุษย์ที่สามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

อุโมงค์ทางลอดสัตว์ป่าข้ามบนทางหลวง (ทล.) หมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย ผืนป่ามรดกโลกช่วงทับลาน-วังน้ำเขียว เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 9 มีนาคม 2562 เริ่มเมื่อปี 2547 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ขยายเส้นทางจาก2 เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคตเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางขนส่งสินค้าระหว่างภาคตะวันออก

และตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการจราจรคับคั่ง และเป็นเส้นทางสายสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทางกับประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา และสปป.ลาว เข้าสู่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง พื้นที่อุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC

ที่ผ่านมาเส้นทางดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งต่อทั้งสัตว์ป่าและผู้ใช้เส้นทาง บริเวณทางขึ้น-ลง เขาลาดชันหรือทางโค้งกรมทางหลวง จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาพร้อมไปกับพัฒนาด้านคมนาคมโครงข่ายทางหลวง โดยคงไว้ซึ่งการรักษาผืนป่ามรดกของไทย ให้คงความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามเงื่อนไขของยูเนสโก เมื่อปี 2548 ที่เห็นชอบให้ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลก

การดำเนินงานออกแบบและก่อสร้างได้ให้ความสำคัญในการศึกษาการจัดทำแนวเชื่อมต่อทางนิเวศวิทยา ผืนป่าด้านตะวันออกและตะวันตก ที่เชื่อมระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการชนสัตว์ ให้สัตว์ป่าได้มีโอกาสอพยพหรือเคลื่อนย้ายตามธรรมชาติอย่างอิสระ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในเส้นทางลอดผ่านอุโมงค์ไป-มาสะดวก ไม่รบกวนการใช้ชีวิตการเดินทางตามวิถีธรรมชาติของสัตว์ป่าด้านบนอุโมงค์ (wildlife overpass)

ด้วยความสำคัญของผืนป่ามรดกโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งรวมของระบบนิเวศตามธรรมชาติตั้งแต่ป่าดงดิบชื้น ป่าดงดิบเขา ป่าดงดิบแล้ง ไปจนถึงป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง และยังมีทุ่งหญ้าเขตร้อนกระจายตัวอยู่ทั่วไป จึงเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิด ทั้งที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ไปจากโลก

จากความร่วมมือของคณะกรรมการมรดกโลก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ศึกษาออกแบบและก่อสร้างดำเนินการควบคู่กันไปสามารถลดและแก้ไขปัญหาผลกระทบการแบ่งแยกผืนป่า เข้ากับความรู้ทางด้านนิเวศวิทยาสัตว์ป่า การกระจายตัวของสัตว์ป่า ชนิดสัตว์ป่าพฤติกรรมการเดินทางของสัตว์ป่า แหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ป่ามาประกอบการพิจารณาเพื่อออกแบบทางเชื่อมผืนป่าในรูปแบบต่าง ๆ

จากแนวคิดการออกแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ทางหลวงลอดใต้ภูเขา ทางยกระดับอุโมงค์ทางหลวงชนิดตัดดินแล้วถมกลับ ทางเชื่อมต่อผืนป่าแบบผสมผสาน และทางเชื่อมผืนป่าสำหรับสัตว์ข้ามทางหลวงเป็นแห่ง ๆ หลอมรวมตกผลึกเลือกนำมาใช้ในการออกแบบก่อสร้างทางวิศวกรรมแบบขุดเปิดหน้าดิน (cut and cover) ทางเชื่อมต่อผืนป่าแบบผสมผสาน (wildlife overpass and underpass crossing) ซึ่งเป็นรูปแบบการเชื่อมที่เหมาะสมที่สุด ขยาย ทล.304

ให้มีขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลานเข้าด้วยกัน เพื่อความสะดวกปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางและให้สัตว์ป่าสามารถข้ามไป-มาได้

มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกขั้นตอนของการศึกษา การก่อสร้างพิจารณาครอบคลุมในหลายๆด้าน ด้านวิศวกรรม เช่น ลักษณะทางกายภาพของทางหลวง ความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถและการกู้ภัย ผลกระทบต่อการจราจรระหว่างก่อสร้าง ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน เช่น ค่าก่อสร้าง ค่าบำรุงรักษา

และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม เช่นระบบนิเวศวิทยาทางน้ำมลพิษทางอากาศต่อผู้ใช้ทาง เสียง ความสั่นสะเทือน และแสงสว่างที่อาจส่งผลรบกวนต่อสัตว์ป่าและชุมชนใกล้เคียงด้านสังคม เช่น ผลกระทบต่อครัวเรือนที่ต้องโยกย้ายที่อยู่ ความไม่สะดวกในการสัญจรของประชาชนในระยะดำเนินการ ทางเชื่อมผืนป่าแบบผสมผสานบน ทล.304 จัดแบ่งเป็นช่วง ๆ ช่วงทางยกระดับ

เป็นทางยกระดับความสูง 4-6 เมตร ขนาด 4 ช่องจราจร ซึ่งสามารถขยายเป็น 6 ช่องจราจรได้ในอนาคต พื้นที่ใต้ทางยกระดับเป็นทางเดินข้ามผืนป่าของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ช่วงพื้นราบ เป็นทางราบ

ระดับพื้น 4 ช่องทางจราจร สามารถขยายเป็น 6 เส้นทางจราจรในอนาคต มีแนวกั้นรั้ว ในช่วงถนนระดับพื้นราบทั้ง 2 ฝั่ง ป้องกันสัตว์ป่าที่จะได้รับอันตรายจากถนน และช่วงทางอุโมงค์ เป็นอุโมงค์รถวิ่ง 4 ช่องจราจร ซึ่งสามารถขยายเป็น 6 ช่องจราจรในอนาคต ที่ กม.26-กม.29 (นาดี-นครราชสีมา) ความยาว 250 เมตร และ 180 เมตร รวมระยะทาง 430 เมตร

โดยด้านบนอุโมงค์ถมดินจัดภูมิทัศน์ให้เหมือนสภาพป่า เพื่อเป็นเส้นทางสำหรับป่าขนาดกลางและขนาดใหญ่เดินข้าม

นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์ทางลอด (wildlife tunnel) ตามแนวถนนระดับพื้น แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ อุโมงค์สัตว์ลอดสำหรับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และอุโมงค์สัตว์ลอดขนาดเล็ก ที่จัดสภาพแวดล้อมภายในอุโมงค์ให้มีความชื้นที่เหมาะสม และคล้ายคลึงกับสภาพแวดล้อมภายนอก เพื่อจูงใจให้สัตว์เข้ามาใช้อุโมงค์เหล่านี้

การดำเนินงาน การศึกษา สำรวจ และออกแบบการก่อสร้าง พิจารณาจากเส้นทางเดินของสัตว์ป่าควบคู่ไปกับลักษณะภูมิประเทศ 2 ข้างทาง ภายหลังการก่อสร้างเสร็จในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา

พบว่ามีรอยเท้าสัตว์ป่า หมีควาย กวาง เลียงผา เริ่มมาเดินข้ามบนอุโมงค์ทางลอดแห่งนี้มากขึ้น และหากินอยู่ไม่ห่างจากแนวถนนหลังแนวรั้วกั้น ความพยายามในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า อุโมงค์ทางลอด สัตว์ป่าข้าม ทล.304 จึงเป็นโครงการต้นแบบในพื้นที่อนุรักษ์ต่อ ๆ ไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...