โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ดื่มน้ำ เพื่อสุขภาพดีดี ตาม 7 ช่วงเวลานี้ได้เลย! พร้อม 10 ประโยชน์จากการดื่มน้ำ

GedGoodLife

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 05.03 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

รู้หรือไม่ว่า… ร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 70% และร่างกายคนเราจะสูญเสียน้ำเฉลี่ยวันละ 0.5 - 1.5 ลิตร ผ่านทางปัสสาวะ และถ้าร่างกายเราขาดน้ำเพียง 3 วัน ก็อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้! จะเห็นได้ว่าการดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตมากเลยทีเดียว… ฉะนั้น ตามมาดูกันเลยว่า เราควรดื่มน้ำ อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมประโยชน์ดีดี 10 ประการจากการ ดื่มน้ำ

เกร็ดความรู้ : 22 มีนาคม ของทุกปี คือ "วันน้ำโลก" (World Water Day)

ดีคอลเจน

"น้ำเปล่า" ดีที่สุดต่อสุขภาพ และร่างกายเรา

การดื่มน้ำที่ดี ไม่ใช่จะดื่มน้ำอะไรก็ได้ เพราะถ้าเราดื่มน้ำหวาน กาแฟ เครื่องดื่มโซดา หรือแอลกอฮอล์ เข้าไปบ่อย ๆ ก็จะทำให้สุขภาพพังได้!

น้ำที่ดีที่สุดที่เราควรดื่ม คือ "น้ำเปล่า" ที่เป็นน้ำสะอาด บริสุทธิ์ และดื่มน้ำอุณหภูมิห้องจะดีต่อร่างกายเราที่สุด

ในช่วงแรกที่เราปรับตัวดื่มน้ำมากกว่าเดิมต่อวัน อาจจะมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ซึ่งก็ไม่ต้องกังวล หรือตกใจไป เพราะถือเป็นเรื่องธรรมดาของร่างกายที่ต้องขับน้ำออกทางปัสสาวะอยู่เป็นประจำ

การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น หัวใจทำงานปกติ ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย

น้ำ อยู่ส่วนไหนในร่างกายเราบ้าง?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า ในร่างกายเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 70 โดยประมาณ และจากตารางด้านล่างนี้ ได้แสดงถึงปริมาณน้ำที่อาศัยอยู่ตามอวัยวะภายในร่างกายเรา จะเห็นได้ว่าน้ำที่อยู่ในปอด มีปริมาณถึง 83% รองลงมาด้วย สมอง หัวใจ และผิวหนัง ตามลำดับ…

อวัยวะในร่างกาย ปริมาณน้ำ (%) ปอด 83% กล้ามเนื้อ และ ไต 79% สมอง และ หัวใจ 73% ผิวหนัง 64% กระดูก 31%

นอกจากนี้ยังมี พลาสม่า(ส่วนประกอบของเลือดที่เป็นของเหลวหรือเรียกว่า น้ำเลือด) มีน้ำอยู่ประมาณ 90 %

ดื่มน้ำ

ดื่มน้ำ ตาม 7 ช่วงเวลานี้ เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของเรา

การดื่มน้ำเป็นประจำทุกวันเสมอต้นเสมอปลาย ตาม 7 ช่วงเวลา ที่เราแนะนำด้านล่างนี้ เป็นวิธีที่จะช่วยให้สุขภาพองค์รวมดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine แนะนำให้ผู้ชายดื่มน้ำวันละ 13 แก้ว (หรือแก้วละ 240 ml.) ส่วนผู้หญิงควรดื่มน้ำวันละ 9 แก้ว หรือมากกว่า

* การดื่มน้ำให้ได้ตาม 7 ช่วงเวลาที่เราแนะนำ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยเวลา และวินัยพอสมควร ฉะนั้นใครที่คิดว่ายากเกินไป อาจจะปรับมาดื่มน้ำตามที่ National Academies of Sciences, Engineering, and Medicine ได้แนะนำไว้ก็ได้

1. ตอนตื่นนอน ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว

ร่างกายคนเราจะขาดน้ำในช่วงเวลานอน ทำให้ขาดความสดชื่น ชุ่มชื่น ตามไปด้วย ฉะนั้นการดื่มน้ำทันทีที่ตื่นนอนตอนเช้านั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ และได้ประโยชน์ดีดีมากมาย เช่น

  • ช่วยปรับสมดุลร่างกาย สร้างความสดชื่น
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ช่วยทำความสะอาดทางเดินอาหาร
  • กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใส

2. ดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหาร 1 แก้ว

งานวิจัย journal Clinical Nutrition Research ในปี 2018 ค้นพบว่า การดื่มน้ำก่อนรับประทานอาหาร สามารถช่วยให้เรากินน้อยลงได้ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ดื่มน้ำก่อนอาหาร

และยังมีงานวิจัย ปี 2019 เปิดเผยว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ดื่มน้ำเย็นที่ 1.6 องศาเซลเซียส หรือ 35 องศาฟาเรนไฮด์ กินอาหารน้อยลงกว่าอีกกลุ่มที่ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำร้อน เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นลงทำให้การย่อยอาหารช้าลง และอาจช่วยลดความอยากอาหารลงได้

3. ดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อช่วยล้างมื้ออาหาร

ถ้าหากเรากินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เราก็ควรดื่มน้ำตามไปด้วย เพราะ ไฟเบอร์จะละลายไปกับน้ำ (ไฟเบอร์มีทั้งแบบละลายน้ำ และไม่ละลาย) โดยไฟเบอร์จะช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร และการขับถ่าย

4. ดื่มน้ำแทนกาแฟในช่วงบ่าย ประมาณ 2-3 แก้ว

แทนที่จะไปหากาแฟเพื่อแก้ง่วงในช่วงบ่าย เราแนะนำให้ดื่มน้ำเย็นสัก 2-3 แก้ว เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้บ้าง และฝึกให้การดื่มน้ำช่วงบ่ายเป็นนิสัย ดื่มเป็นประจำ จะช่วยให้เรามั่นใจในพลังงานที่มีอยู่ในตัวเราเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากาแฟสักแก้วเลย

ทั้งนี้ แพทย์สมาคมโรคของการนอนสหรัฐฯ กล่าวเตือนว่า ไม่ควรดื่มกาแฟก่อนเวลาเข้านอน 6 ชั่วโมง (หรือเลยเวลา 5 โมงเย็นไปแล้ว) เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ และการดื่มกาแฟเป็นประจำสามารถส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ

5. ดื่มน้ำ 1-2แก้ว เมื่อคุณมีอาการปวดหัว

มูลนิธิ National Headache Foundation (NHF) ได้กล่าวไว้ว่า อาการปวดหัวที่เกิดจากการขาดน้ำสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นไมเกรน ควรดื่มน้ำเพิ่ม เพื่อช่วยบรรเทาอาการไมเกรนให้ดีขึ้นได้

6. ดื่มน้ำเยอะ ๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย

ผู้ที่ชื่นชอบออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะผู้ที่เหงื่อออกง่าย สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายจริงจัง การขาดน้ำเพียงเล็กน้อย ก็มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายทั่ว ๆ ไป อย่างเช่น เดินจ็อคกิ้ง เดินเร็ว ขี่จักรยาน ควรดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนออกกำลังกายสัก 30 นาที และควรจิบน้ำเรื่อย ๆ ในระหว่างที่ออกกำลังกาย

7. จิบน้ำก่อนเข้านอน

อย่าดื่มน้ำเยอะก่อนเข้านอน เพราะอาจทำให้ปวดปัสสาวะ ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ เป็นการรบกวนชั่วโมงนอนของเราได้ ข้อแนะนำคือ ให้จิบน้ำก่อนเข้านอนเพียงพอแล้ว

ผู้ที่ต้องรับประทานยาก่อนนอน ผลข้างเคียงของยาอาจทำให้เกิดอาการปากแห้ง คอแห้งได้ วิธีแก้คือ ให้ตั้งขวดน้ำ หรือแก้วน้ำวางไว้ข้างเตียง เผื่อรู้สึกกระหายน้ำกลางดึก ก็สามารถจิบน้ำได้ทันที

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วัน

ดื่มน้ำ

โดยปกติ คนเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 0.5-1.5 ลิตร และอีกเกือบถึง 1 ลิตรสำหรับ การหายใจ และทางเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว) ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ร่างกายของแต่ละคนต้องการน้ำในปริมาณที่แตกต่างกัน เราจึงแนะนำให้คำนวณโดยใช้สูตร ดังนี้

  • น้ำหนัก / 30 = ปริมาณน้ำ (มล.)
  • เช่น น้ำหนักตัว 65 กิโลกรัม / 30 = 2,166 มล. (หรือ 2 ลิตร/วัน)

* ถ้าเป็นนักกีฬา ที่ต้องเสียเหงื่อมาก ควรดื่มน้ำให้มากกว่าบุคคลทั่วไป

10 ประโยชน์ของการ ดื่มน้ำ โดย สสส.

1.ดื่มน้ำช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น
การดื่มน้ำสะอาดช่วยลดอาการอ่อนเพลีย และทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น

2.น้ำช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย
การดื่มน้ำเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมาจากร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในท่อปัสสาวะ และปัญหาเป็นโรคนิ่วในไตอีกด้วย

3.ผิวพรรณสดใส
การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายขับสารพิษต่างๆ ทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล ดูสดใส และดูอ่อนกว่าวัย

4.ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
น้ำช่วยละลายไขมันในร่างกายช่วยให้ไฟเบอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการท้องผูก อีกทั้งการดื่มน้ำอย่างพอเพียงยังช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกมาได้ง่ายขึ้น

5.ดื่มน้ำป้องกันตะคริว
ภาวะการขาดน้ำส่งผลต่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และสารหล่อลื่นภายในข้อต่อ ลดลงในระยะยาวอาจส่งผลต่ออาการบาดเจ็บได้ จึงควรดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ

6.น้ำดีต่อหัวใจ
การดื่มน้ำเปล่ามากขึ้นทำให้ระบบหลอดเลือดทำงานดีขึ้นทำให้อัตราความเสี่ยงต่อโรคตัวใจลดลง

7.ช่วยให้อาการป่วยให้ดีขึ้น
การดื่มน้ำอุ่นช่วยลด อาการหวัด คัดจมูก โดยน้ำอุ่นจะช่วยบรรเทาอาการหวัดให้ดีขึ้น

8.ลดอาการแฮงค์จากการดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ทำให้เกิดอาการแฮงค์ การดื่มน้ำหลังดื่มแอลกฮอล์ จะช่วยลดอาการขาดน้ำได้ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

9.ช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกาย
การออกกำลังกายนั้นทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น และการดื่มน้ำเป็นการช่วยลดอุณหภูมิได้ เพราะน้ำจะไปช่วยทดแทนของเหลวในร่างกาย ที่เสียไปทางเหงื่อ

10. รักษาอาการปวดหัว
อาการปวดหัวไมเกรน หรือปวดหลัง จริง ๆ แล้วมีสาเหตุมาจากภาวะขาดน้ำในร่างกาย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้

รวมอาหารฉ่ำน้ำ กินแล้วดีต่อสุขภาพ ไม่ต้องกลัวขาดน้ำ!

  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี
  • ส้ม และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
  • ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว
  • แตงกวา
  • ผักขม
  • แตงโม, แคนตาลูป, และเมลอน
  • แอปเปิ้ล
  • มะพร้าว
  • มะเขือเทศ

อ้างอิง :
1. medicalnewstoday 2. healthline 3. everydayhealth 4. sleepfoundation 5. thaihealth.or.th

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ดีคอลเจน

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...