โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้หรือไม่...เก็บเงิน “แต่งงาน” ช่วยกันเก็บ...ดีกว่าเก็บคนเดียว ?

Wealthy Thai

อัพเดต 26 พ.ย. 2566 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 16.44 น.

ถ้าจะมีอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญไม่แพ้เป้าหมายใดในชีวิตของคนเรา นั่นก็คือ “การแต่งงาน” ขยับตัวเองจากชีวิตอิสระของ ‘คนโสด’…ไปสู่การใช้ ‘ชีวิตคู่’ จุดเริ่มต้นของการ ‘สร้างครอบครัว’ ของตัวเองนั่นเอง

ในขณะที่เป้าหมาย “เกษียณสุข” เป็นเป้าหมายในระยะยาวจนบางครั้งก็ทำให้หลายคนละเลยที่จะนึกถึงมันไป แต่กับเป้าหมาย “แต่งงาน” ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น หลายคนก็ละเลยไปเช่นเดียวกัน

เพราะทั้ง 2 เป้าหมายเกี่ยวข้องกับ “เงินๆ ทองๆ” ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนเก็บกันแต่เนิ่นๆ เพื่อจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ได้อย่างราบรื่นไม่แตกต่างกันนั่นเอง

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

จังหวะ “แต่งงาน”…ปัจจัยกำหนด ‘ระยะเวลาเก็บเงิน’

“เก็บเงินแต่งงาน” ก็ไม่ต่างกับ “เป้าหมายเกษียณ” …นั่นคือคุณต้องมีเป้าหมายเป็นจำนวนเงินที่ตัวเองต้องการ และระยะเวลาที่จะลงทุนเพื่อจะบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้

ลองพักเรื่องตัวเลขเอาไว้ก่อนล่ะกัน…

วิถีชีวิตคนยุคใหม่ มักแต่งงานช้าลง และมีลูกไม่มาก อาจจะครอบครัวละ 1 คน หรือ 2 คน เท่านั้นเอง

ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการมีบุตร ก็ไม่ควรมากเกินไป (แต่ไม่ใช่มีไม่ได้นะ) เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลเป็นพิเศษจากแพทย์ แต่เท่าที่เป็นข้อมูลเผยแพร่โดยทั่วไป สตรีอายุ 35 ปี ขึ้นไป หากจะมีลูกก็เข้ากรณีนี้แล้ว

สมมติ…เราแต่งงานอยากมีลูกสัก 2 คน ให้ห่างกันสัก 2 ปี เรียกว่าช่วงอายุแต่งงานก็อาจจะสัก 30 ปี (สำหรับผู้หญิง) แบบแต่งแล้วพร้อมมีลูกเลย ก็จะมีลูกในช่วง 30 – 35 ปี ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่โอเคโดยทั่วไป เรียกว่าถ้าจะมีลูกก็ดีกับแม่และเด็ก (พ่อก็คงแฮบปี้ด้วยเช่นกัน)

มาถึงจุดนี้…เราก็พอจะเห็น Time Line คร่าวๆ ว่า…ถ้าแต่งงานสักอายุ 30 ปี เรียนจบป.ตรีมาอายุ 22 ปี โดยประมาณ สำหรับการเรียนปกติ 4 ปี ในมหาวิทยาลัย ออกมาทำงานหาเงินใช้ชีวิตอิสระสัก 3 ปี ทำงานหารายได้ใช้ชีวิตในรูปแบบของคนทำงานดูสักพัก ในจังหวะนี้ก็อาจ “พบรัก” เจอกามเทพแผลงศรเข้าให้ และก็อาจอยากจะตัดสินใจที่จะใช้ “ชีวิตคู่” ร่วมกันในอนาคต เพื่อสร้างครอบครัวต่อไป

“คุณก็จะพอประมาณการระยะเวลาเก็บเงินสำหรับแต่งงานได้คร่าวๆ แล้ว สัก 5 ปี มีเวลาดูใจ ร่วมสร้างอะไรด้วยกันไปด้วยในระหว่างนี้ หากทั้ง 2 คน มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ชีวิตคู่ที่จะเข้าสู่ ‘การแต่งงาน’ ด้วยกันนั่นเอง”

“กองทุนผสม” ทางเลือกที่ตอบโจทย์…เก็บเงินเพื่อ ‘แต่งงาน’

เมื่อมีระยะเวลาเก็บเงินเพื่อเป้าหมาย “แต่งงาน” ประมาณ 5 ปี แล้ว ก็มีดูงบประมาณที่ใช้กันบ้าง ขออนุโลมเป็นเลขกลมๆ ไว้ประมาณ 500,000 บาท ก็น่าจะเป็นงบประมาณที่สมเหตุสมผลและน่าจะจัดงานได้ในระดับที่ “คู่บ่าวสาว” ทุกคู่ก็คงอยากจะจัดงานแต่งของตัวเองให้ออกมาดีได้ เพราะเป็น ‘ความประทับใจ’ ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

“ในงบประมาณ 500,000 บาท น่าจะได้สินสอดเป็นทอง 3 บาท แหวนเกลี้ยง 1 สลึง 2 วง (คำนวณที่ทองบาทละ 27,000 บาท) เงินสด 200,000 บาท งบจัดงานอีกประมาณ 200,000 บาท (นี่แบบเก็บกันเอง ยังไม่นับว่าถึงเวลา…อาจมีงบประมาณสบทบจากทางผู้ใหญ่มาช่วยด้วยนะ)”

เรื่อง “เกษียณ” อีกนานกว่าจะถึง…เริ่มเก็บเร็ว…ยิ่งดี…ใช้เงินเก็บน้อย แต่เรื่อง “แต่งงาน” มีเวลามาเป็นเงื่อนไขสำคัญ แม้จะต้องเริ่มต้นเก็บเร็วเหมือนกัน แต่ระยะเวลาการเก็บอาจจะสั้นกว่าประมาณ 5 ปี เท่านั้น ดังนั้น คงไปลงทุนอะไรที่ผลตอบแทนสูงและเสี่ยงมากไม่ได้ ทางเลือกการลงทุนจะค่อนข้าง ‘จำกัด’ พอสมควร แต่ก็ยังมีทางเลือกอยู่ในกลุ่ม “กองทุนผสม” ที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 4 – 5% ต่อปี

“เงิน 500,000 บาท ระยะเวลาเก็บ 5 ปี ถ้าคุณฝาก ‘ออมทรัพย์’ ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี จะต้องเก็บเงินเดือนละ 8,231 บาท แต่ถ้าคุณไปลงทุน ‘กองทุนผสม’ ที่ให้ผลตอบแทน 4 – 5% ต่อปี จะเก็บเงินลดลงเหลือเดือนละ 7,542 – 7352 บาท เท่านั้น ลดลง 8 – 10% เลยทีเดียว”

หากเทียบกับฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่ 15,000 บาท จะเป็นสัดส่วนการเก็บค่อนข้างสูงประมาณ 49 – 55% ซึ่งในทางปฏิบัติอาจจะดูยากพอสมควร แต่…นี่เป็นเรื่องของคน 2 คน ถ้าคุยกันแล้ว มีเป้าหมายเดียวกัน “แต่งงาน”… ช่วยกันเก็บ เพื่อเป้าหมายเดียวกันนี้ สัดส่วนการเก็บจะลดลงเหลือประมาณ 25% เท่านั้น

ถ้าฝากออมทรัพย์ก็ตกต่อคนเดือนละ 4,116 บาท หรือหากไปลงทุน ‘กองทุนผสม’ ที่ผลตอบแทน 4 – 5% ก็จะเหลือคนละ 3,771 บาท และ 3,676 บาท เท่านั้น เอง ซึ่งยังอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้และไม่กระทบกับการดำรงชีวิตของแต่ละคนแต่ประการใด

“แนะนำให้ช่วยกันเก็บแบบแยกกันเก็บ…ถึงเวลาเอามารวมกัน เพราะประสบการณ์จากเท่าที่เคยพบมาช่วงรักกัน ไปเก็บไว้ที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่สุดท้ายหากมีเหตุสุดวิสัยที่เดินไปไม่ถึงจุดที่ฝันกันไว้ จะเป็นปัญหาที่ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดเลย แต่หากแยกกันเก็บแล้วถึงเวลามารวมกัน เส้นทางนี้…ค่อนข้างปลอดภัยและดีและยังตอบโจทย์กับทุกฝ่ายเช่นเดิม”

จะเห็นว่า…หากเริ่มเก็บเร็ว ช่วยกันเก็บก็ตอบโจทย์โดยไม่กระทบการใช้ชีวิตของแต่ละฝ่ายแต่ประการใด และหากใครมีศักยภาพในการเก็บเต็มที่ (อาจจะอยู่ในฐานะการเงินที่เก็บได้) จะเก็บคนเดียวก็ตอบโจทย์ได้เช่นกัน หรือมีศักยภาพในการเก็บเต็มที่ทั้ง 2 คน “งบประมาณงานแต่ง” ก็จะขยายเพิ่มเป็น 2 เท่า ส่วนที่เหลือ…อาจเอาไปไว้สำหรับเป็นเงินดาวน์บ้านก็ยังได้ เห็นมั้ยว่า…ช่วยกันเก็บ “สบายกว่าเยอะ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...