โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รู้จักโรคพาร์กินสัน

สวพ.FM91

อัพเดต 16 ต.ค. 2562 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 06.08 น.

มารู้จักโรคพาร์กินสัน
ท่านเคยสังเกตผู้สูงอายุในบ้านหรือไม่ว่า มีอาการมือสั่น ๆ ทำอะไรช้าลง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุ อาจเป็นอาการของคนที่เป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งโรคนี้หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยเองก็จะใช้ชีวิตลำบาก  มาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน
พาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง ทำให้การผลิตสารบางอย่างที่ชื่อว่า โดพามีนลดลง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหว โดยร่างกายจะเคลื่อนไหวได้ช้า
ส่วนสาเหตุทำให้เกิดโรคพาร์กินสันที่ทำให้โดพามีนลดลงนั้น  ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าคืออะไร และในปัจุบันยังไม่แน่ชัดว่า ปัจจัยใดที่เป็นปัจจัยเดียวที่กระตุ้นให้เกิดโรคพาร์กินสัน แต่มีการศึกษาและค้นพบว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคพาร์กินสัน ได้แก่ ผู้ป่วยบางรายมีประวัติสัมผัสยาฆ่าแมลง มีประวัติใช้สารเสพติดบางชนิด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคพาร์กินสันก็จะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งพบได้ถึงร้อยละ 10 - 15
อาการของโรคพาร์กินสัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม อาการหลัก ๆ ได้แก่

  1. อาการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว มี 4 อาการหลัก ๆ คือ อาการที่หนึ่ง คือ อาการมือสั่น โดยเป็นลักษณะมือสั่นในขณะพัก แต่ว่าเวลาขยับเคลื่อนไหวอาการมือสั่นจะหายไป อาการที่สอง คือ อาการฝืด หนืด เกร็งของกล้ามเนื้อ อาการที่สาม คือ การเคลื่อนไหวช้า และอาการที่สี่ คือ การทรงตัวและการเดินที่ผิดปกติ จะเป็นลักษณะที่เดินซอยเท้าถี่ ๆ ศีรษะจะพุ่งไปข้างหน้า
    นอกจากนั้นอาจจะมาด้วยอาการอื่น ๆ ได้อีก เช่น เขียนหนังสือตัวเล็กลง ใบหน้าแสดงสีหน้าออกได้น้อย ยิ้มน้อย ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้า
  2. อาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน เช่น ท้องผูก จมูกดมไม่ค่อยได้กลิ่น หรือได้กลิ่นลดลงจากปกติ ตอนกลางคืนนอนมีการละเมอชกต่อยเตะถีบออกท่าทาง
    ในการวินิจฉัยโรคพาร์กินสัน เกณฑ์การวินิจฉัยขั้นตอนแรกจะดูว่าผู้ป่วยมีอาการคล้ายคลึงกับอาการที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ หลังจากนั้นซักถามประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่อาจจะมีอาการคล้ายคลึงกับโรคพาร์กินสัน เช่น มีประวัติได้รับยาต้านอาการทางจิตเวช ได้รับยาแก้อาเจียนคลื่นไส้เวียนศีรษะ มีประวัติเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตมาก่อน มีประวัติเป็นเนื้องอกสมอง หรือมีอาการโพรงสมองบวมน้ำ จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายจะหาข้อสนับสนุนในการเป็นโรคพาร์กินสัน เช่น มีอาการข้างหนึ่งนำมาก่อนอีกข้างหนึ่ง และมีลักษณะอาการดำเนินโรคไปอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป
    ส่วนการรักษา ในปัจจุบันแพทย์ยังแนะนำให้เริ่มต้นใช้ยาในการรักษา โดยมีเป้าหมายคือ เพิ่มสารโดพามีนในร่างกาย โดยลักษณะรูปแบบในการใช้ยามีทั้งรูปแบบการรับประทาน และการใช้แผ่นแปะ เพื่อให้ผู้ป่วยสะดวกในการบริหารยามากขึ้น โดยเป้าหมายหลักจริง ๆ ในการใช้ยาคือ ต้องการให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติก่อนที่กลายเป็นผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
    สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน นอกเหนือจากการใช้ยาแล้ว ยังแนะนำส่งเสริมให้ผู้ป่วยออกกำลังกายที่ได้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ได้แก่ การรำมวยจีน การรำไทเก๊ก และการเต้นรำในจังหวะแทงโก้ แต่หากไม่สามารถทำได้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างง่าย ๆ เช่น การเดินรอบสนาม การปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายอยู่ในบ้าน
    เครดิต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...