ผลวิจัย "ขมิ้นชัน" มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของข้อเข่า หมอแนะทางเลือกในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
หมอแนะทางเลือกในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ชูผลวิจัยขมิ้นชัน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของข้อเข่า สามารถใช้แทนยาแผนปัจจุบันได้ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และดีต่อระบบทางเดินอาหาร
นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า วันที่ 12 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันโรคข้อสากล องค์การอนามัยโลกคาดว่า ปี พ.ศ.2563 จะมีผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ ประมาณ 570 ล้านคน สำหรับประเทศไทยจากสถิติกระทรวงสาธารณสุขปี 2558 มีอัตราการเกิดโรคข้อเสื่อมเท่ากับ 57.10 ต่อประชาชน 1 แสนคน ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ทางการแพทย์แผนไทยเรียกโรคข้อเข่าเสื่อมว่า “โรคลมจับโปงเข่า” แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ โรคลมจับโปงน้ำและจับโปงแห้ง จับโปงน้ำจะมีอาการปวดเข่า เข่าบวม อักเสบชัดเจน มีน้ำในข้อเข่า ส่วนจับโปงแห้งจะมีอาการปวดเข่า มีเสียงกรอบแกรบในข้อเข่า ข้อเข่าฝืด สะบ้าติด แพทย์แผนไทยรักษาโรคดังกล่าวด้วยการนวดรักษาเฉพาะจุด เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนบริเวณข้อเข่า ลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่า หลังจากนั้นก็ประคบสมุนไพรหรือใช้ยาพอกเข่า เป็นการเสริมประสิทธิภาพ ของการนวดในด้านการลดการอักเสบและลดอาการปวด
สำหรับยาสมุนไพรที่ช่วยลดการอักเสบชะลอการเสื่อมของข้อเข่า คือ ยาจากสารสกัดขมิ้นชัน ผลวิจัยพบว่า มีสารเคอร์คูมินอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้เหมือนกับยาต้านการอักเสบไดโคลฟีแนคของแผนปัจจุบัน ขมิ้นชันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ก่อให้เกิดผลดีในการลดการอักเสบ จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
นพ.ปราโมทย์ กล่าวในตอนท้ายว่า หากต้องการห่างไกลจากโรคข้อเข่าเสื่อม ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การไม่ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดแรงกดต่อข้อเข่า ในขณะที่มีอาการปวดเข่าควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหน่อไม้ เครื่องในสัตว์ อาหารหมักดอง และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เพราะจะส่งผลให้เกิดอาการปวดข้อและข้อบวมมากยิ่งขึ้น ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหาร ที่ช่วยบำรุงข้อและกระดูก เช่น อาหารจำพวกธัญพืช ผักใบเขียว ผักตระกูลกระกล่ำ นม ปลาเล็กปลาน้อย ซึ่งมีแร่ธาตุแคลเซียมสูง และควรออกกำลังกายเป็นประจำ สำหรับผู้มีน้ำหนักเกิน ควรออกกำลังกาย โดยการว่ายน้ำ การปั่นจักรยานอากาศ หรือการทำท่ากายบริหารแบบฤาษีดัดตน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับข้อเข่า นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย วันละ 6-8 ชั่วโมง และรักษาความอบอุ่นของร่างกายให้เป็นปกติอยู่เสมอ
หากท่านใดสนใจเกี่ยวกับการรักษาอาการปวดเข่าด้วยการแพทย์แผนไทย สามารถเข้ารับบริการได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทั่วประเทศ หรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือเข้าเว็บไซต์ www.dtam.moph.go.th