โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอบพบ ขรก.ท่าสัก หนีราชการจริง นายอำเภอเผยปัญหาขัดแย้งภายใน ถ้าตกลงไม่ได้จะยื่นขอ ม.44

MATICHON ONLINE

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2560 เวลา 07.02 น.

จากกรณีที่นายยิ่งใหญ่ อายะนันทน์ อดีตนักแสดงชื่อดัง ในฐานะนายกเทศมนตรีตำบลท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “ความว่างเปล่าเวลานี้ 14.40 น.ที่เทศบาลท่าสัก ศุกร์-สุกข์กันมากเลยครับท่านผู้ชม ว่างแม้นกระทั่งห้องทำงาน ภาพที่ถ่ายทั้งหมดเวลา 14.40 น.วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560” นอกจากนี้ยังนำภาพถ่าย โรงจอดรถยนต์ที่ไม่มีรถยนต์จอด ห้องทำงานของสำนักปลัดเทศบาลตำบล (ทต.) ท่าสักที่มีเพียงโต๊ะทำงาน และเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ไม่มีข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่เลย ประตูหน้าห้องถูกล็อกกุญแจไว้ ต่อมานายยิ่งใหญ่ยอมรับว่า เป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊กเอง เพราะหมดความอดทนกับการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่บางคน ที่ไม่สนองงานฝ่ายบริหาร ขัดขวางการทำงาน และกลับบ้านก่อนเวลา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอพิชัย กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า หลังตั้งคณะกรรมการเข้าไปสอบสวนกรณี ข้าราชการและพนักงาน ทต.ท่าสัก กลับบ้านก่อนเวลาราชการเมื่อวันที่ศุกร์ที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาได้สรุปและรายงานมาให้ตนทราบแล้วคือ ข้าราชการและพนักงาน ทต.ท่าสักกลับบ้านก่อนเวลาราชการจริงตามที่เป็นข่าว ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดวินัยราชการ ส่วนจะมีความผิดอะไรอย่างไรนั้นคงจะต้องให้นายยิ่งใหญ่เป็นผู้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของนายกเทศมนตรีที่มีอยู่แล้ว ทางอำเภอเป็นเพียงผู้กำกับดูแลจะพิจารณาลงโทษคงจะไม่ค่อยเหมาะสมมากนัก เรื่องนี้จบแล้วคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายกเทศมนตรีดำเนินการตามอำนาจไป

นายเจษฎา กล่าวว่า จังหวัดให้ตั้งกรรมการสอบเฉพาะเรื่องที่ข้าราชการและพนักงานหนีราชการเท่านั้น และสั่งให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่เกิดความเสื่อมเสียต่อระบบราชการ ซึ่งทางอำเภอก็ตั้งกรรมการสอบสวนสรุปจบไปแล้ว แต่เกิดเรื่องใหม่ขึ้นมาคือ นายกเทศมนตรีกับนายวิภูษิต อินทรชัยศรี ปลัดเทศบาลตำบลท่าสัก ที่ขัดแย้งกันมานานแล้วนั้น ทางอำเภอก็จะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาอีกชุดเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลาสักหน่อย เนื่องจากเป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความละเอียดในการทำข้อมูลว่า ทั้งคู่เกิดการขัดแย้งกันเรื่องอะไร เมื่อไหร่ ใครจะพูดจริง ใครจะพูดไม่จริง แต่วันสองวันนี้จะเชิญทั้งนายกเทศมนตรีและปลัด ทต.ท่าสัก มาพูดคุยโดยตนจะเป็นประธานการเจรจาเอง เพื่อให้เรื่องจบโดยเร็ว

“ยอมรับเป็นงานที่ค่อนข้างหนักพอสมควร แต่ก็น่าจะผ่านไปด้วยดี เพราะเป็นเรื่องของความขัดแย้งกันซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยคุยกันมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังเกิดอยู่ ครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่ทำงานร่วมกันแล้ว จะลองเจรจากันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร จะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ หากทำงานร่วมกันแล้วงานที่ทำจะต้องออกมาดี ประชาชนจะต้องได้ประโยชน์เต็มที่จากการบริการ แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็คงจะต้องจับทั้ง 2 ฝ่ายแยกออกจากกัน เพราะลดปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดตามมาหากยังอยู่ที่เดียวกัน หรือมาตรการสุดท้ายหากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันคือ จะต้องส่งเรื่องให้ไปคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 จัดการกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือจัดการกับทั้ง 2 ฝ่ายเลยก็แล้วแต่ทางจังหวัดจะเสนอไป” นายเจษฎา กล่าว

นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ รองผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ในฐานะกำกับดูแลเทศบาล กล่าวว่า นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ติดตามและสั่งการทุกวันว่า อยากให้เรื่องที่ ทต.ท่าสักจบลงโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องเสียหายต่อภาพพจน์ของจังหวัดและระบบราชการ ส่วนข้าราชการและพนักงาน ทต.ท่าสัก กลับบ้านก่อนเวลานั้น คณะกรรมการระดับอำเภอก็รายงานมาเบื้องต้นให้ทราบแล้วว่า กลับบ้านก่อนเวลาจริง ถือว่าเป็นการหนีราชการ คนที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือนายกเทศมนตรีในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ส่วนข้อขัดแย้งระหว่างนายกเทศมนตรีกับปลัด ทต.ท่าสักนั้น จะให้ทั้ง 2 เจรจากันเพื่อหาทางออกร่วมกันว่า จะเอากันอย่างไร แต่ทั้งนี้อำนาจอยู่ที่นายกเทศมนตรีว่า จะต้องการอย่างไร หากไม่เอาปลัดก็คงต้องออกมา เพื่อลดการขัดแย้ง แต่ตอนนี้ยังไม่มีการคุยกัน เพราะนายกเทศมนตรีไปราชการต่างจังหวัด

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...