โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เทคโนโลยี (ใหม่) เปลี่ยนโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2562 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2562 เวลา 03.36 น.

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยให้มนุษย์ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก แต่ยังช่วยแก้ปัญหาอีกหลายด้านตั้งแต่สุขภาพไปจนถึงสิ่งแวดล้อม รายงานของ “เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม” ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคตอันใกล้นี้เป็น Top 10 Emerging Technology for 2019 ซึ่งประชาชาติธุรกิจขอหยิบมานำเสนอ 5 เทคโนโลยี

ไบโอพลาสติก 

จากปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเพียง 15% ที่ได้รับการนำมารีไซเคิล ทำให้ปัจจุบันโลกกำลังสนใจกับเทคโนโลยี “ไบโอพลาสติก” ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ในเวลาไม่นาน ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า โดยปัจจุบันมีการผลิตไบโอพลาสติกจากข้าวโพด อ้อย หรือไขมัน แต่ยังขาดความแข็งแรงคงทน

จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีไบโอพลาสติกจาก“เซลลูโลส” หรือลิกนินซึ่งเป็นเส้นใยที่มีอยู่ในพืชหรือเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งทำให้ได้พลาสติกชีวภาพที่มีความคงทนกว่าและยังย่อยสลายได้ง่าย โดยปัจจุบันหลายบริษัททุ่มทุนวิจัยและผลิตไบโอพลาสติกด้วยต้นทุนต่ำอย่าง “โมเบียส”(Mobius) ในสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเม็ดพลาสติกจากลิกนิน สำหรับอุปกรณ์ทางการเกษตร อย่างเช่น กระถางต้นไม้ ขณะที่ “เมตเจนออยล์” (MetGen Oy) ของฟินแลนด์ ก็ได้พัฒนาไบโอพลาสติกสำหรับใช้งานหลากหลายประเภท

หุ่นยนต์เพื่อสังคม

หุ่นยนต์เป็นอีกเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์ แม้ว่าในปัจจุบันหุ่นยนต์จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้ หุ่นยนต์จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยความสามารถในการตอบสนองต่อมนุษย์ทั้งกายภาพและทางด้านอารมณ์ได้เสมือนจริง

ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ทำให้ระบบการประมวลผลที่ได้จากกล้องและเซ็นเซอร์ของหุ่นยนต์ทำงานได้อย่างซับซ้อนขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงระบบประมวลผลเข้ากับข้อมูลด้านจิตวิทยาและระบบประสาทของมนุษย์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถวิเคราะห์อารมณ์ของมนุษย์ได้และตอบสนองได้อย่างเหมาะสม อย่างเช่น “เปปเปอร์”(Pepper) หุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์สูง 47 นิ้ว ของบริษัทซอฟต์แบงก์โรโบติกส์ซึ่งสามารถจำจดใบหน้าและวิเคราะห์อารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ได้ ซึ่งปัจจุบันมีการนำหุ่นยนต์เปปเปอร์ราว 15,000 ตัว ไปใช้ในงานบริการ เช่น เช็กอินในโรงแรม และสนามบิน รวมถึงชำระเงินในศูนย์การค้า

ความก้าวหน้าของหุ่นยนต์ถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ในสังคมสูงอายุ เช่น “พาโร” หุ่นยนต์รูปร่างเหมือนแมวน้ำ ของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขั้นสูงของญี่ปุ่น เพื่อบำบัดอาการอัลไซเมอร์และลดความเครียดในผู้สูงอายุ เป็นต้น

เลนส์ขนาดจิ๋ว

ด้วยการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ทำให้ “เลนส์ขนาดจิ๋ว” มีความจำเป็นมากขึ้น ปัจจุบันจึงมีการพัฒนา “เมทัลเลนส์” (metalenses) ท่ี่มีความเล็กจิ๋วและความบางโดยสร้างจากวัตถุระดับนาโน และความสามารถในการกระจายความเข้มของแสงที่ตกกระทบ ช่วยให้สามารถผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กลงมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากเมทัลเลนส์สามารถผลิตได้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างซัมซุง และกูเกิล ที่เริ่มลงทุนในการวิจัยเพื่อผลิต “เมทัลเลนส์” เพื่อนำมาใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

ยายับยั้งเซลล์ผิดปกติ

สาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งไปจนถึงโรคเกี่ยวกับระบบประสาท เกิดจากความผิดปกติของโปรตีนภายในร่างกาย (ไอดีพีเอส) ที่เป็นส่วนหนึ่งของกรรมพันธุ์และสภาพแวดล้อม แต่ยังไม่สามารถจัดการกับความเจ็บป่วยนั้นได้ เนื่องจากโปรตีนเหล่านี้สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ตลอดเวลา แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองใช้ชุดชีวฟิสิกส์ เพื่อยับยั้งการเติบโตของโปรตีนผิดปกติโดยเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนวิธีการรักษาโรคร้ายแบบที่เจาะจงไปที่เซลล์ร้ายเท่านั้น

โดยปัจจุบันมีหลายบริษัทที่พัฒนาตัวยาดังกล่าว เช่น “ไอดีพีฟาร์มา” (IDP Pharma) บริษัทผู้ผลิตยาด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ ที่กำลังพัฒนาสารยับยั้งความผิดปกติของโปรตีน อันเป็นสาเหตุของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว และเซลล์มะเร็งปอด เป็นต้น

ปุ๋ยอัจฉริยะ

“ปุ๋ย” สารอาหารของพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่พืชกลับดูดซึมสารอาหารจากปุ๋ยได้น้อย เพราะทำปฏิกิริยากับน้ำเร็วเกินไป และส่วนที่เหลือก็กลายเป็นมลพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีใหม่ของปุ๋ยเพื่อทำให้สารอาหารไปถึงพืชมากขึ้น และลดการปล่อยมลพิษด้วยการบรรจุปุ๋ยไว้ในแคปซูลเพื่อให้ทำปฏิกิริยากับน้ำน้อยลง และพืชจะค่อย ๆ ดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น ทั้งยังมีเทคโนโลยีช่วยให้เกษตรกรสามารถเปลี่ยนความเร็วของการย่อยสลายของแคปซูลให้เหมาะสมต่อพืชแต่ละชนิดได้ โดยผู้ผลิตปุ๋ยหลายรายอย่าง “ไฮฟากรุ๊ป” (Haifa Group) และ “ไอซีเอลสเปเชียลิตี้” (ICL Speciality) เริ่มผลิตปุ๋ยดังกล่าวออกมาจำหน่าย

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีเอไอ และระบบเซ็นเซอร์เข้ามาช่วยตรวจสอบปริมาณการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...