โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สำนัก" แหล่งเรียนรู้วิถีกุลสตรีชาววังของ "ฝ่ายใน" สมัยรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 ก.ย 2568 เวลา 18.17 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2568 เวลา 18.16 น.
สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชเทวี และพระอัครราชเทวี พร้อมด้วยเจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ณ อัฒจันทร์ พระที่นั่งวิมานเมฆ (ภาพจาก หนังสือ “พระตำหนักสวนสี่ฤดูพระราชวังดุสิต” )

“สำนัก” แหล่งเรียนรู้วิถี สตรีชาววัง ของ “ฝ่ายใน” หรือ พระราชสำนักฝ่ายใน สมัย รัชกาลที่ 5

พระภรรยาเจ้า หมายถึง พระภรรยาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงเป็น “เจ้า” กล่าวคือ เป็นพระราชธิดาหรือพระราชนัดดาในพระมหากษัตริย์ อันมีพระอิสริยยศตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป โดยพระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 สามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ พระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง พระภรรยาเจ้าชั้นหลานหลวง และพระภรรยาเจ้าจากประเทศราช

พระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวง คือ พระราชธิดา (ลูก) ในรัชกาลที่ 4 ประกอบไปด้วย สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี, สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี, พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี, และพระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าทักษิณชา นราธิราชบุตรี (มิได้สถาปนา)

พระภรรยาเจ้าชั้นหลานหลวง คือ พระราชนัดดา (หลาน) ในรัชกาลที่ 3 ประกอบไปด้วย พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์, พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา และพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ ส่วนพระภรรยาเจ้าจากประเทศราชมีพระองค์เดียวคือ เจ้าดารารัศมี พระราชชายา

ทั้งนี้รายพระนามที่กล่าวมาข้างต้นคือพระภรรยาเจ้าทั้งสิ้น ส่วนตำแหน่ง“เจ้าจอมมารดา” และ“เจ้าจอม” เป็นสามัญชนถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาสนองพระเดชพระคุณรัชกาลที่ 5 สามารถเรียกได้ว่า “พระภรรยา”

พระภรรยาเจ้าและพระภรรยาต่างประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวังบริเวณฝ่ายใน เรียกว่า “พระราชสำนักฝ่ายใน” ภายในฝ่ายในประกอบไปด้วยพระตำหนักและตำหนักจำนวนมาก โดยแต่ละแห่งมีความโดดเด่นเรื่อง “ชาววัง” แตกต่างกัน อาจเป็นเพราะเจ้าของพระตำหนักหรือตำหนักนั้นมีความสนใจหรือมีความสามารถด้านใดด้านหนึ่ง พระตำหนักหรือตำหนักนั้นก็จะมีชื่อเสียงพิเศษโดยเฉพาะ แต่จะไม่เรียกพระราชสำนักจะเรียกสั้น ๆ เพียง “สำนัก” ซึ่งแต่ละสำนักจะมีบรรดาข้าหลวงจากตระกูลขุนนางหรือตระกูลผู้รากมากดีมาถวายงานรับใช้ ได้เรียนรู้วิถี สตรีชาววัง แต่ละสำนักก็มีความพิเศษแตกต่างกันไป ดังนี้

“สำนักสมเด็จที่บน”

สมเด็จที่บนในที่นี้คือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ พระมเหสีที่พระอิสริยยศสูงที่สุดในบรรดาพระภรรยาเจ้าและพระภรรยาในรัชกาลที่ 5 เหตุที่เรียกสำนักของพระองค์ว่า“ที่บน” อันเนื่องมาจากสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ ประทับ ณ พระที่นั่งสุทธาศรีอภิรมย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “ที่บน” หรือพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทตามที่ชาววังเรียกอย่างลำลอง

สำนักสมเด็จที่บนขึ้นชื่อในเรื่องการทำดอกไม้ มีฝีมือการทำงานดอกไม้อย่างปราณีต สวยงาม และแปลกใหม่ อย่างเช่น พวงมาลัยโซ่ที่ใช้คล้องคอม้าในวันเปิดพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ก็ทำขึ้นโดยสำนักนี้ รวมถึงการจัดดอกไม้บนโต๊ะอาหาร และประดับห้องเสวยเมื่อมีพระราชพิธีสำคัญ หรืองานเลี้ยงต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ จะทรงเป็นผู้ตกแต่งด้วยดอกไม้สดอย่างสวยงาม

ข้าหลวงประจำสำนักนี้มักจะเป็นลูกผู้ดีชั้นหนึ่ง มีความรู้การงานสูง การศึกษาสูง แต่ว่ากันว่ามักหยิ่ง ไว้เนื้อไว้ตัว มักแต่งตัวอย่างยิ่งใหญ่ คือทั้งโก้และเก๋ เมื่อกราบทูลลาออกไปมีครอบครัวมักออกไปเป็นคุณหญิงหรือท่านผู้หญิง โดยข้าหลวงประจำสำนักนี้มักมาจากราชนิกูลและตระกูลขุนนางสำคัญ เช่น ราชสกุลสุทัศน์, ตระกูลสุจริต, ตระกูล ณ นคร, ตระกูล ณ ระนอง, ตระกูลบุณยรัตพันธุ์, ตระกูลโชติกเสถียร เป็นต้น

“สำนักสมเด็จพระตำหนัก”

สำนักสมเด็จพระตำหนักคือสำนัก สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เหตุที่เรียกสำนักนี้ว่าสำนักสมเด็จพระตำหนัก เนื่องจากพระตำหนักที่ประทับของพระองค์เป็นพระตำหนักประธานในฝ่ายในและมีขนาดใหญ่ สำนักสมเด็จพระตำหนักเชี่ยวชาญในเรื่องการเย็บผ้าทอผ้า เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ ทรงมีความสนพระทัยในการเย็บผ้าทอผ้า พระบรมวงศานุวงศ์ที่อยู่ในตำหนัก แม้แต่พระราชธิดาในพระอุปถัมภ์ก็ต้องทรงหัดทอผ้าเป็นทุกพระองค์

ข้าหลวงประจำสำนักนี้จะเป็นผู้เคร่งครัด เจ้าระเบียบ มีมารยาท แต่งกายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ฉูดฉาด เมื่อกราบทูลลาออกไปมีครอบครัวมักมีผู้สรรเสริญว่าใจคอหนักแน่น มีความรู้ความสามารถ ปราดเปรื่อง และไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยข้าหลวงประจำสำนักนี้มักมาจากตระกูลที่ใกล้ชิดสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ โดยเฉพาะตระกูลสุจริตกุลและตระกูลชูโต

“สำนักพระนาง”

สำนักพระนางคือสำนักของ พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี เหตุที่เรียกว่าสำนักพระนางเนื่องจาก พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีฯ ทรงเป็นพระภรรยาเจ้าชั้นลูกหลวงพระองค์เดียวที่ดำรงพระอิสริยยศชั้น “พระราชเทวี” จึงออกพระนามนำหน้าเพียงแค่ “พระนางเจ้า” มิใช่ “สมเด็จ”

เนื่องจากพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีฯ โปรดทางอักษรศาสตร์ ทั้งพระองค์และพระราชธิดาคือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ทรงเป็น“ราชเลขานุการินี” ในรัชกาลที่ 5 ดังนั้น ข้าหลวงสำนักนี้จึงขึ้นชื่อว่ามีความรู้ทางหนังสือและความรู้รอบตัว นอกจากนี้ยังถนัดงานฝีมือแบบยุโรป เช่น การถักไหมพรม นิตติ้ง โครเชต์ เป็นต้น

ข้าหลวงประจำสำนักนี้มักโก้เก๋ แต่งตัวฉูดฉาด พูดเก่ง กล้าหาญ เมื่อกราบทูลลาออกไปมีครอบครัวส่วนใหญ่มักเป็นภรรยาของข้าราชการทหาร ข้าหลวงประจำสำนักนี้มักมาจากตระกูลบุนนาค เนื่องจากพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีฯ ทรงมีเชื้อสายสกุลบุนนาค นอกจากนี้ยังมีข้าหลวงจากตระกูลชูโต, ตระกูล ณ บางช้าง, ตระกูลศิริสัมพันธ์ เป็นต้น

“สำนักท่านองค์เล็ก”

“ท่านองค์เล็ก” คือ พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ ทรงเป็นพระอรรคชายาเธอพระองค์เล็กในจำนวนพระอรรคชายาเธอ 3 พระองค์ ซึ่งอีกสองพระองค์คือ พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ และพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าอุบลรัตนนารีนาค กรมขุนอรรควรราชกัลยา ซึ่งในภายหลังที่พระพี่นางสิ้นพระชนม์ พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ ก็มีหน้าที่ดูแลข้าหลวงของพระพี่นางทั้งหมดด้วย จึงเป็นสำนักที่ใหญ่สำนักหนึ่ง

สำนักท่านองค์เล็กเชี่ยวชาญเรื่องการทำอาหารเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ ทรงมีหน้าที่ดูแลและควบคุมห้องพระเครื่องต้น คือทำเครื่องเสวยถวายรัชกาลที่ 5 ดังนั้น ข้าหลวงในพระตำหนักจึงเชี่ยวชาญด้านอาหาร เก่งทางด้านบริการ ชำนาญขับร้องดนตรี แต่งตัวเรียบ ๆ เจียมตัว แม้จะมีความรู้พื้น ๆ แต่ทำอะไรรวดเร็ว ว่องไว จัดการครอบครัวดี เลี้ยงลูกดี เข้าตำรา “แม่ศรีเรือน” ข้าหลวงประจำสำนักนี้มักเป็นพระญาติของพระอรรคชายาเธอ หรือเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่ 3 เช่น ราชสกุลลดาวัลย์, ราชสกุลสิงหรา เป็นต้น

“สำนักพระราชชายา”

สำนักพระราชชายาคือสำนักของ เจ้าดารารัศมี พระราชชายา พระภรรยาเจ้าจากเมืองเชียงใหม่ ข้าหลวงในพระตำหนักส่วนใหญ่เป็นชาวเหนือที่ตามเสด็จมาถวายงานรับใช้พระองค์ ดังนั้น สำนักแห่งนี้จึงล้วนมีวัฒนธรรมอย่างชาวล้านนา ข้าหลวงจะนุ่งซิ่น ไว้ผมยาวเกล้าผม พูดคำเมือง รับประทานเมี่ยง มีความงดงาม พูดจาไพเราะ ทั้งยังเชี่ยวชาญการฟ้อนแบบชาวเหนือ ขับร้อง และดนตรี แต่ข้าหลวงสำนักนี้มักไม่คึกคักเท่าข้าหลวงสำนักอื่น

“สำนักเจ้าคุณจอมมารดาแพ”

เจ้าคุณจอมมารดาแพ เป็นพระภรรยาในรัชกาลที่ 5 ก่อนที่จะเสวยราชย์สมบัติ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถืออยู่มาก แม้แต่พระภรรยาเจ้าที่มีพระอิสริยยศสูงกว่าก็ทรงยำเกรงท่าน สำนักเจ้าคุณจอมมารดาแพขึ้นชื่อเรื่องน้ำปรุง (น้ำหอม) เป็นพิเศษ เรียกว่า “น้ำปรุงเจ้าคุณ” ซึ่งมีกลิ่นหอมมากจนเป็นที่เลื่องลือว่าหอมรัญจวนใจ โดยเจ้าคุณจอมมารดาแพเป็นเจ้าของต้นตำรับสูตรน้ำปรุงนี้

เนื่องจากเจ้าคุณจอมมารดาแพสืบเชื้อสายมาจากสกุลบุนนาค ข้าหลวงในตำหนักจึงเป็นพวกบุนนาคค่อนข้างมาก สำนักของเจ้าคุณจอมมารดาแพจึงเป็นสำนักที่ใหญ่มากสำนักหนึ่ง โดยบรรดาข้าหลวงทั้งเก่งและกล้าหาญ มักแต่งตัวฉูดฉาด ชอบห้อยช่อดอกไม้หรือทัดดอกไม้ จนชาววังนินทาว่า “เปรี้ยว” และ “เจ้าชู้”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จิรวัฒน์ อุตตมะกุล. (2548). พระภรรยาเจ้าและสมเด็จเจ้าฟ้าในรัชกาลที่ 5. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

ฉัตรดาว ลีเชวงวงศ์. (2561). การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 มิถุนายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สำนัก” แหล่งเรียนรู้วิถีกุลสตรีชาววังของ “ฝ่ายใน” สมัยรัชกาลที่ 5

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...