โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อึ้ง!! ‘โครงการโฮปเวลล์’ ไร้ผลศึกษาความเหมาะสม ‘บิ๊กตู่’ กำชับตามแก้ต้องรอบคอบ!

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 เม.ย. 2562 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2562 เวลา 11.56 น. • The Bangkok Insight

อึ้ง!! “โครงการโฮปเวลล์” ผ่าน ครม. โดยไม่มีผลศึกษาความเหมาะสม คมนาคมดัน 5 แนวทางเร่งจ่าย “ค่าโง่” ควานหาตัวคนผิด ด้าน “บิ๊กตู่” กำชับต้องทำให้รอบคอบ

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) จ่ายค่าชดเชยแก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จากการบอกเลิกสัญญาโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับรวมเป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับตั้งแต่คดีสิ้นสุดนั้น

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (30 เม.ย.) กระทรวงคมนาคมได้รายงานรายละเอียดของคดีโฮปเวลล์ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบและนำเสนอแนวทางในการดำเนินการตามคำพิพากษา โดยการรถไฟฯ และกระทรวงคมนาคมได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าจะดำเนินการ 5 ข้อ ดังนี้

  • คำนวณวงเงินค่าเสียหายให้ชัดเจน โดยขอให้ศาลปกครองสูงสุดช่วยระบุวงเงินค่าชดเชยให้ชัดเจน และขณะนี้การรถไฟฯ ก็ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานคดีปกครองเพื่อตรวจสอบวงเงินดังกล่าวแล้ว
  • เปิดเจรจากับโฮปเวลล์ เพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลและลดผลกระทบต่อภาครัฐ
  • *กำหนดแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม *
  • แต่งตั้งคณะทำงานจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม, การรถไฟฯ, กรมบัญชีกลาง,สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)เพื่อพิจารณาตามข้อ 1 , 2 และ 3 รวมถึงดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และเป็นประโยชน์ต่อรัฐ
  • กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ ร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการสอบความรับผิดทางละเมิด เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไปพิจารณาว่าโครงการมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครที่เกี่ยวข้องและต้องมีส่วนในการรับผิดบ้าง ตั้งแต่การเสนอโครงการ เริ่มต้นสัญญา จนถึงบอกเลิกสัญญา

สำหรับโครงการนี้ถือว่าค่อนข้างประหลาด เพราะกระทรวงคมนาคมได้ลงนามในสัญญาด้วย จึงต้องกลับไปพิจารณาว่า ทำไมกระทรวงคมนาคมจะต้องเข้าไปร่วมลงนามกับการรถไฟฯ และเอกชน

“นายกฯ ได้กำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าคณะทำงานจะสรุปได้ตัวเลขค่าชดเชย แนวทางการจ่ายเงิน แหล่งเงิน สรุปเพื่อเสนอ ครม. ได้เมื่อไหร่ แต่ก็คงต้องรีบ เพราะศาลกำหนดให้จ่ายภายใน180 วัน” นายอาคมกล่าว

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ปี 2532  ไม่ได้เริ่มต้นในรัฐบาลชุดนี้ โดยรัฐบาลชุดนี้เข้ามาแก้ปัญหาเท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าโครงการนี้ไม่ได้มีการศึกษาความเหมาะสมในการดำเนินโครงการ เพราะรัฐบาลในขณะนั้นต้องการเร่งแก้ไขปัญหาจราจรในช่วงการจัดงานเอเชียนเกมส์ แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ที่ต้องมีการศึกษาความเหมาะสมก่อน

ครม. ได้อนุมัติหลักการให้ดำเนินโครงการถนนและรถไฟยกระดับเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2532  มูลค่าการลงทุนรวม 7 หมื่นล้านบาท กำหนดระยะเวลาก่อสร้างไว้ 8 ปี อายุสัมปทาน 30 ปี โดยการรถไฟฯ และกระทรวงคมนาคมได้มีการลงนามในสัญญาร่วมกับโฮปเวล์ โฮลดิ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2533  มีการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนให้ภาครัฐ 5 หมื่นล้านบาท โดยโฮปเวลล์ทยอยจ่ายค่าตอนแทนให้การรถไฟฯ แล้ว 7 งวด

หลังจากผ่านไป 6 ปี ผลงานการก่อสร้างคืบหน้าไม่ถึง 10% และไม่เป็นไปตามแผน เพราะใช้วิธีการออกแบบไปก่อสร้างไป (Design and Build)  ส่งผลให้งานล่าช้า ซึ่งที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้ขยายระยะเวลาก่อสร้างให้ตลอด แต่ยังคืบหน้าไม่มากนัก ประกอบกับช่วงปี 2540 ประเทศไทยใกล้เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ จำเป็นต้องมีถนนและทางรถไฟยกระดับไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตที่เป็นสนามแข่งขัน ดังนั้นรัฐบาลจึงมีมติเมื่อวันที่  30 กันยายน 2540 ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ บอกเลิกสัญญาโฮปเวลล์

ขอบคุณภาพจาก Googlemaps

นายอาคม กล่าวต่อว่า ในปี 2547 โฮปเวลล์ได้ยื่นคำร้องต่ออนุญาโตตุลาการเรียกร้องค่าเสียหายรวม 5.8 หมื่นล้านบาท ก่อนโฮปเวลล์จะขอแก้ไขทุนทรัพย์ลงเหลือ 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งครั้งนั้นอนุญาโตตุลาการชี้ขาดในปี 2548 ให้การรถไฟฯ และกระทรวงคมนาคมจ่ายค่าเสียหายกรณีบอกเลิกสัญญาให้โฮปเวล์ 4 ส่วนคือ 1. ค่าตอบแทน 2,850 ล้านบาท, 2. ค่าธรรมเนียมการในการออกหนังสือค้ำประกัน 38 ล้านบาท, 3.ค่าคืนเงินสัญญาค้ำประกันวงเงิน 500 ล้านบาท  และ 4.ให้คืนเงินค่าก่อสร้างต่อม่ออีก 9,000 ล้านบาท บวกอัตราดอกเบี้ย 7.5%  ซึ่งเป็นตัวเลขค่าเสียหายที่น้อยกว่าที่โฮปเวลล์เรียกร้อง

กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ จึงได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองชั้นต้นให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งชี้ขาด ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

แต่หลังจากนั้น โฮปเวลล์ได้ยื่นคำร้องต่อต่อศาลปกครองสูงสุดอีกครั้งและสุดท้ายศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ จ่ายค่าชดเชยโฮปเวลล์ 4 ส่วน คือ 1. ค่าตอบแทน 2,850 ล้านบาท 2. ค่าธรรมเนียมการในการออกหนังสือค้ำประกัน 38 ล้านบาท, 3.ค่าคืนเงินสัญญาค้ำประกันวงเงิน 500 ล้านบาท  และ4.ให้คืนเงินค่าก่อสร้าง ต่อม้ออีก 9,000 ล้านบาท บวกอัตราดอกเบี้ย 7.5%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...