โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชาวศรีมหาโพธิ ปราจีนบุรี ปลูก-จำหน่าย ส้มโอทองดี ส่งตลาดต่างประเทศ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2561 เวลา 05.30 น.

ปราจีนบุรี ไม่เพียงมีพันธุ์ไผ่ที่หลากหลาย มีหน่อไม้หรือชะอมที่อร่อยเท่านั้น แต่ไม้ผลหลายชนิดของจังหวัดนี้มีดีติดอันดับไม่แพ้แหล่งอื่น

ส้มโอ ที่ปราจีนบุรี จัดว่ามีคุณภาพไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว ทั้งรสชาติความหวาน เนื้อ ขนาด ล้วนเป็นที่ถูกใจเซียนผลไม้จำนวนมาก แล้วยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเกิดจากการปรับปรุงและพัฒนาการปลูก/ดูแลของชาวสวน ถึงขนาดต้องจัดประกวดส้มโอของจังหวัดกันเลย

ชาวปราจีนบุรีปลูกส้มโอสำหรับขายส่งตลาดในและต่างประเทศ แต่จะเน้นไปทางตลาดต่างประเทศมากกว่า โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกในพื้นที่จะเป็นทองดีและพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง เนื่องจากมีรสชาติหวานและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป

คุณนิกร ศรีศิริ บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ที่ 7 ตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี  โทรศัพท์ (089) 095-2921 ได้ช่วยญาติพี่น้องทำสวนส้มโอมาตั้งแต่เด็ก นับจากนั้นถึงตอนนี้รวมเป็นเวลาทั้งสิ้นประมาณ 30 ปี มีสวนส้มโอหลายแห่ง ถ้านับพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 50 ไร่

ส้มโอที่ปลูกมากคือ พันธุ์ทองดี จำนวนกว่า 40 ไร่ รองลงมาเป็นขาวน้ำผึ้งราว 4 ไร่ แล้วล่าสุดทดลองปลูกพันธุ์ทับทิมสยาม โดยผลผลิตส้มโอทองดีจะขายให้แก่บริษัทที่รับซื้อเพื่อส่งไปต่างประเทศ ส่วนขาวน้ำผึ้งจะส่งขายในตลาดภายในประเทศทั้งปลีกและส่ง

ต้นพันธุ์ส้มโอที่ปลูกมาจากการตอนกิ่ง ซึ่งขั้นตอนการปลูกจะต้องเตรียมดินด้วยการไถพรวนแล้วปรับปรุงคุณภาพดิน ขุดหลุมปลูกขนาดไม่ใหญ่ แล้วนำต้นพันธุ์ลงปลูก ทั้งนี้ ถ้าพื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มควรจะต้องทำแปลงปลูกแบบยกโคก แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำสามารถปลูกแบบพื้นราบได้ ระยะปลูกขึ้นอยู่กับขนาดมาก-น้อยในแต่ละแปลง ถ้าแปลงใดมีพื้นที่ไม่มากจะกำหนดระยะปลูก 6 คูณ 6 เมตร แต่ถ้ามีพื้นที่มากอาจกำหนดระยะปลูก 7 คูณ 7 เมตร หรือ 8 คูณ 8 เมตร เมื่อปลูกแล้วให้วางระบบการให้น้ำ ทั้งนี้ พื้นที่ปลูกส้มโอของคุณนิกรมีทั้งสองแบบ

หลังจากเก็บผลผลิตรุ่นสุดท้ายหมดราวเดือนตุลาคม จะเริ่มดูแลต้นส้มโอด้วยการตัดกิ่งและใบที่ไม่สมบูรณ์ออกเท่านั้น แต่ไม่ได้ตัดออกมากเหมือนกับการตัดแต่งทรงพุ่ม ทั้งนี้ เพราะคุณนิกรต้องการให้ได้ผลผลิตมากในรุ่นต่อไป จากนั้นใส่ปุ๋ยคอก ถ้าเป็นปุ๋ยขี้ไก่แกลบใส่ประมาณ 50 กิโลกรัม ต่อต้น ถ้าเป็นปุ๋ยขี้วัวใส่ประมาณ 3 กระสอบ ต่อต้น ส่วนปุ๋ยสูตรที่ใช้มักใส่เป็นสูตรเสมอ อย่าง 15-15-15 หรือ 16-16-16 โดยจะใส่เป็นประจำเฉลี่ยปีละประมาณ 15-20 กิโลกรัม ต่อต้น

“ปุ๋ยสูตรเสมอใส่ไปจนถึงเดือนกันยายนหรือหมดฝนก็จะหยุดใส่ แล้วปล่อยต้นแห้งเหี่ยวเฉา จากนั้นจึงเริ่มให้น้ำเพื่อให้ใบอ่อนแตก แล้วจึงค่อยใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 เพื่อช่วยในการเร่งออกดอก แล้วบำรุงดอก แล้วยังชี้ว่าปุ๋ยสูตรต่างๆ ที่นำมาใส่ล้วนเสริมสร้างความสมบูรณ์ของต้น ใบ และดอก ทั้งยังช่วยให้คุณภาพผลผลิตส้มโอมีเนื้อแน่น ไม่แฉะ หวาน หอม รวมถึงยังมีขนาดใหญ่”

เจ้าของสวนส้มโอชี้ว่า อายุต้นส้มโอจะยาวนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ลักษณะดินและสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่เป็นตัวกำหนด ทั้งนี้ หากพื้นที่แห่งใดที่มีชั้นใต้ดินเป็นหินหรือลูกรังจะทำให้ต้นส้มโอที่ชอบลักษณะแบบนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีแล้วมีอายุยาวนานสามารถให้ผลผลิตที่มีความสมบูรณ์ต่อเนื่อง ในทางตรงกันข้าม ถ้าเจอสภาพดินที่ลุ่มชื้นแฉะอายุต้นก็ไม่นาน อาจได้ผลผลิตสูงในช่วงแรก จากนั้นผลผลิตจะค่อยลดลง เพราะเจอโรคต่างๆ สำหรับสวนส้มโอของคุณนิกรมีลักษณะพื้นที่ทั้งสองแบบ

“ทางด้านโรค/แมลง ในช่วงที่เริ่มปลูกส้มโอยังไม่ค่อยพบ ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะยังใหม่อยู่ การสะสมเชื้อโรค หรือการเกิดศัตรูยังไม่ปรากฏมากนัก จนเมื่อปลูกได้หลายปี หรือมาในระยะหลังนี้มักพบบ่อยโดยเฉพาะพวกเพลี้ยหอยที่เข้ามาทำลายต้น หรือเชื้อโรคที่เกิดจากในดินเพราะดินมีความชื้นสูง สำหรับแมลงศัตรูมีน้อย เพราะที่ผ่านมามักใช้สารอินทรีย์ฉีดป้องกัน ซึ่งถ้าเป็นพื้นที่ประสบปัญหาดังกล่าวอาจต้องรื้อเพื่อปรับปรุงดินแล้วปลูกใหม่”

คุณนิกร บอกว่า ผลผลิตส้มโอหลังจากเก็บชุดแรกแล้ว จะเริ่มทยอยมีผลผลิตออกมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงประมาณปลายเดือนตุลาคม ซึ่งจะเป็นชุดสุดท้าย ทั้งนี้ ผลผลิตส้มโอทองดีทุกรุ่นจะส่งเข้าบริษัทที่รับซื้อเพื่อส่งไปขายต่างประเทศ โดยต้องเก็บก่อนแก่

ส่วนผลผลิตขาวน้ำผึ้งที่ขายตลาดในบ้านเรายังไม่เก็บจะรอจนกว่าแก่จัดคาต้นจึงจะเก็บขาย ทั้งนี้ ผลผลิตที่เก็บในแต่ละรุ่นมีจำนวนมาก-น้อยต่างกัน โดยผลผลิตรุ่นแรกๆ จะมีมากประมาณ 3-4 หมื่นลูกต่อรุ่น แต่จะค่อยๆ ลดน้อยลงจนเกือบรุ่นสุดท้ายจะได้ผลผลิตประมาณ 2 หมื่นกว่าลูก

คุณนิกร เผยถึงความเปลี่ยนแปลงราคาส้มโอที่กระทบต่อรายได้เกษตรกรชาวสวนว่า ในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมา ราคาส้มโออยู่ในระดับที่ชาวสวนพอใจมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 แล้วสร้างความเสียหายต่อแหล่งปลูกส้มโอย่านนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลต่อผลผลิตส้มโอจำนวนมากหายไปจากตลาด

“ขณะเดียวกัน ผลผลิตส้มโอในแหล่งจังหวัดปราจีนบุรีที่มีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพอยู่ตลอดทำให้ขายได้ราคาดี โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่เข้ามาสนใจผลผลิตส้มโอมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ตอนนี้ภาพรวมผลผลิตส้มโอกลับสู่ภาวะปกติแล้วส่งผลต่อราคาขายในประเทศ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังไม่เดือดร้อนเนื่องจากมีการพัฒนาคุณภาพพร้อมเร่งปลูกเพื่อส่งขายต่างประเทศเป็นหลัก”

สวนส้มโอคุณนิกรปลูกส้มโอขายส่งตลาดต่างประเทศถึงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นส้มพันธุ์ทองดี ส่วนขาวน้ำผึ้งขายในตลาดเมืองไทย ทั้งนี้ ราคาขายตลาดต่างประเทศขึ้นอยู่กับทางบริษัทที่รับซื้อตั้งราคา แต่สำหรับราคาขายส้มโอขาวน้ำผึ้งในบ้านเรากำหนดขายเป็นลูก โดยแบ่งออกเป็น 3 ขนาด ที่วัดตามผล ซึ่งถ้าเป็นขนาด 17 นิ้ว ราคาขายส่งอยู่ระหว่าง 50-60 บาท ขนาด 18 นิ้ว ราคาขายส่งอยู่ระหว่าง 70-80 บาท และขนาด 19 นิ้ว ราคาขายส่งอยู่ที่ 120 บาทขึ้นไป แต่ถ้าเป็นราคาขายปลีกส่วนมากจะขายที่ขนาด 19 นิ้ว ซึ่งกำหนดราคาขายเริ่มต้นที่ 200 บาท ต่อผล

นอกจากผลผลิตส้มโอที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศแล้ว คุณนิกรยังมีลูกค้าประจำทั้งในพื้นที่และจังหวัดอื่นแวะเวียนมาอุดหนุนกันเป็นประจำ จากแผงตั้งขายหน้าบ้าน

ทั้งนี้ เจ้าของสวนเผยถึงแนวคิดการปลูกส้มโอว่าทุกครั้งจะปลูกด้วยความเอาใจใส่ มีระเบียบวินัยต่อการปลูกตั้งแต่เริ่มปลูกไปจนกระทั่งเก็บผลผลิต เป็นสวนส้มโอที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น คุณภาพส้มโอทุกผลที่เกิดจากความมุ่งมั่นและตั้งใจจึงมีรสหวานหอม เนื้อแน่น แห้งพอดี เปลือกบาง และผลใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของบรรดาลูกค้าขาประจำทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลผลิตส้มโอของคุณนิกรมีมาตรฐาน มีคุณภาพสม่ำเสมอ พร้อมกับได้รับรางวัลต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมายทุกปี

คุณนิกร เล่าว่า ในปัจจุบันวิธีปลูกส้มโอและแนวคิดการตลาดเปลี่ยนไป โดยในสมัยก่อนจะวางแผนปลูกส้มโอเพื่อให้มีผลผลิตตรงกับช่วงเทศกาลสำคัญ เพื่อให้ขายได้ราคาสูง ซึ่งความคิดเช่นนี้เหมือนกันทั่วไปจึงทำให้ผลผลิตล้นตลาด ราคาไม่สูงตามที่คาดหวัง

“แต่ตอนนี้วิวัฒนาการต่างๆ เปลี่ยนไป เทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาช่วยขยายช่องทางการตลาดให้กว้างขึ้น ผลผลิตการเกษตรสามารถนำไปขายได้ทั่วโลก ฉะนั้น แนวคิดเดิมอาจล้าสมัย เพราะตลาดทั่วโลกมีความต้องการต่อเนื่อง การเก็บรักษาไม่เป็นอุปสรรคปัญหาเ พราะสามารถเก็บในห้องแช่เย็นได้โดยยังรักษาคุณภาพไว้ ด้วยเหตุผลนี้จึงช่วยให้ชาวสวนมีรายได้มากขึ้น ขอเพียงให้คุณมีความตั้งใจผลิตสินค้าให้มีคุณภาพเท่านั้น” คุณนิกร กล่าว

ทางด้าน คุณวิโรจน์ วัฒนวิเชียร เกษตรอำเภอศรีมหาโพธิ กล่าวว่า เกษตรกรที่ปลูกส้มโอในพื้นที่มีจำนวนกว่า 70 ราย มีวิธีปลูกและแหล่งจำหน่ายเหมือนกัน ทั้งนี้ ทางเกษตรอำเภอได้ให้ชาวบ้านจดเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อจะได้เป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือในทุกเรื่องจากภาครัฐ ขณะเดียวกัน ยังช่วยประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ส้มโอในพื้นที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยหาตลาดให้ชาวสวนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การปลูกส้มโอนับเป็นทางเลือกของรายได้ที่ชาวบ้านทำกันนอกจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลักทางการเกษตร โดยระยะหลังพบว่าชาวบ้านให้ความสนใจหันมาปลูกส้มโอกันมากขึ้น เพราะต่างเห็นว่ามีตลาดต่างประเทศรองรับแน่นอนและมีราคาขายสูง อีกทั้งยังมีความต้องการต่อเนื่อง นอกจากนั้น ส้มโอยังเป็นไม้ผลที่ปลูกไม่ยาก ขยายพันธุ์ด้วยกิ่งตอน ทำให้ใช้เวลาไม่นานในการเก็บผลผลิต

“อีกไม่นานคงต้องมีการรวมกลุ่มปลูกส้มโอแปลงใหญ่ เพื่อสร้างให้เป็นระบบที่สมบูรณ์ มีกระบวนการดูแลในด้านต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อสร้างประสิทธิภาพในระบบตลาดให้มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับมากขึ้น อีกทั้งสำนักงานเกษตรยังให้ความสำคัญต่อการเลิกใช้สารเคมีที่มีผลกระทบกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนส่งเสริมให้ชาวสวนหันมาใช้ปัจจัยทางธรรมชาติเพื่อการปรับปรุงดินและไม้ผล เพราะต้องการช่วยลดความเสี่ยง พร้อมกับช่วยลดต้นทุน” คุณวิโรจน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...