โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ททท.อัดแคมเปญ "เที่ยวตัวปลิว...ชิลอีสาน" รุกสู่ 20 จังหวัดเมืองหลัก-เมืองรอง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. 2563 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 08.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรและภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เปิดตัวกิจกรรม “เที่ยวตัวปลิว…ชิลอีสาน” ของ ททท. ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคอีสาน ภายใต้แนวคิด “เที่ยวอีสาน ทำเรื่องยากให้ง่าย สะดวก สบาย และประทับใจกับนักท่องเที่ยว”

“นายสมชาย ชมภูน้อย” ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นี่คือแคมเปญที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคอีสาน เป็นก้าวใหม่ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของ ททท. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงาน ททท.ภาคอีสาน ทุกสำนักงานกับพันธมิตรภาคีเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวภายในภาคอีสาน เพื่อทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในภาคอีสานเป็นเรื่องง่าย ๆ ผ่าน online และโทรศัพท์มือถือ

โดยนักท่องเที่ยวสามารถสแกน QR code เพื่อรับข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวแบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับที่พัก ร้านอาหาร บริษัทรถเช่า และบริษัทไปรษณีย์ส่งของ จากป้ายเจแฟก (J-Flag) ในบริเวณสนามบินนานาชาติทั้ง 8 แห่งในภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เลย สกลนคร อุดรธานี และนครพนม ครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด ผ่านป้ายเด้ง (Wobbler) ซึ่งติดตั้งตามจุดให้บริการของพันธมิตรต่าง ๆ อันเป็นการบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (one stop service) นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวด้วยตัวเองได้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางจะได้รับข้อมูลแนะนำตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้งที่น่าสนใจ บริษัทรถเช่า และบริษัทไปรษณีย์ Kerry Express ส่งของในแต่ละพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง

นอกจากนี้ ททท.ยังมีแผนการจะขยายจุดติดตั้ง QR code เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสนับสนุนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวชาวไทยไปสู่พื้นที่เมืองรอง ท่องเที่ยวชนบท สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของ ททท. รวมทั้งสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ของภาคอีสานในมิติใหม่ โดยเจาะลึกเรื่องสไตล์และความรู้สึกการเที่ยวแบบเท่ ๆ เชื่อมโยงกับวิถีการกินอาหารถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ภายใต้แนวคิด “More Gastronomy Cool อีหลี” ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาชาวบ้านกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ สอดรับแคมเปญ “Cool Isan” ของ ททท.ภาคอีสาน พร้อมชูจุดขายท่องเที่ยวอีสานเป็น theme ในแต่ละเดือนเพื่อส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ผนวกกับ event marketing ในเชิงการตลาด รวมถึงประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้เกิดการเดินทางในภาคอีสานในมุมมองใหม่ ๆ ที่ผู้คนมองข้าม ให้รู้สึกเที่ยวได้ง่าย สะดวก สบาย และประทับใจ

“นายสมชาย” บอกว่า theme กิจกรรมในแต่ละเดือนตลอดปี 2563 ประกอบด้วย เดือนมกราคมจะเป็น theme “เที่ยวอีสานโฉมใหม่ : Modern Isan”, เดือนกุมภาพันธ์ “เที่ยวอีสานสวยทุกที่เท่ทุกสไตล์”, เดือนมีนาคม “เที่ยวอีสาน COOL อีหลี”, เดือนเมษายน “เที่ยวอีสานแบบ COOL คูล”, เดือนพฤษภาคม “อีสานเขียวเที่ยวหน้าฝน”, เดือนมิถุนายน “อีสานเขียวเที่ยวทะเลหมอกหน้าฝน”, เดือนกรกฎาคม “อีสานเขียวเที่ยวค้นหาความสุข”, เดือนสิงหาคม “อีสานเขียวเที่ยวเส้นทางสายไหม”, เดือนกันยายน “อีสานเขียวประชุมเที่ยวเรื่องเดียวกัน”, เดือนตุลาคม “เที่ยวอีสานปลายฝนต้นหนาว”, เดือนพฤศจิกายน “เที่ยวอีสานทะเลหมอกหน้าหนาว”, เดือนธันวาคม “เที่ยวอีสานทะเลดอกไม้หน้าหนาว”

ทั้งนี้ ททท.ภาคอีสานยังจับมือกับพันธมิตรภาคีเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว จัดทัวร์เส้นทางนำร่องและกิจกรรมกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในหลายโครงการ หลากหลายกิจกรรม พร้อมร่วม DMC-Destination Management Company และ ททท.สำนักงานในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสานเสนอโปรแกรมทัวร์และให้คำปรึกษา อำนวยความสะดวกจัดทัวร์เที่ยวอีสานเพิ่มคุณค่าและมูลค่าน่าสนใจกับการท่องเที่ยวอีสานจังหวัดติดชายแดน เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เที่ยวเลย เชื่อมโยงแขวงหลวงพระบาง (สปป.ลาว), เที่ยวอุดรธานี+หนองคาย เชื่อมโยง นครหลวงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว), เที่ยวนครพนม เชื่อมโยงแขวงท่าแขก คำม่วน (สปป.ลาว), เที่ยวสกลนคร+มุกดาหาร เชื่อมโยงสะหวันนะเขต (สปป.ลาว)+เวียดนาม, เที่ยวอุบลราชธานี เชื่อมโยงจำปาศักดิ์ สปป.ลาวใต้+กัมพูชา, เที่ยวสุรินทร์+ศรีสะเกษ+บุรีรัมย์ เชื่อมโยงเสียมเรียบ (กัมพูชา)

“คาดว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในภาคอีสานได้เพิ่มขึ้น และกระจายตัวนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2563 จากข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในภาคอีสานปี 2561 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 41,216,872 ราย หรือเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนร้อยละ 5.72 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศประมาณ 92,000 ล้านบาท โดย ททท.คาดการณ์ว่าภายในปี 2563 การท่องเที่ยวในภูมิภาคอีสานจะสามารถสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศประมาณ 111,000 ล้านบาท ถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่ดูมหาศาลแต่ยังเป็นรองภูมิภาคอื่นอยู่ ในทางกลับกันก็ยังแสดงว่าตัวเลขดังกล่าวก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งทาง ททท. ก็กำลังแก้ไขภาพลักษณ์เก่าของภูมิภาคอีสานที่แห้งแล้งและไม่พัฒนาเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วออกไป เพราะในปัจจุบันพัฒนาไปมากแล้ว การเดินทางก็มีความสะดวกสบายขึ้นมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...