โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘บินไทย-ไทยสมายล์’ พ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อเครื่องบินกลับจากจีน ป้องกันโคโรนาขั้นสูงสุด

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ม.ค. 2563 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2563 เวลา 09.23 น. • The Bangkok Insight

“บินไทย-ไทยสมายล์” ยกระดับป้องกัน “ไวรัสโคโรนา” ขั้นสูงสุด กาง 7 มาตรการเข้มตั้งแต่ภาคพื้นถึงบนฟ้า อัดสเปรย์ฆ่าเชื้อ 16 เที่ยวบินกลับจากจีน เรียกความมั่นใจผู้โดยสาร

วันนี้ (28 ม.ค.) สายการบินไทยได้นำสื่อมวลชนเข้าชมการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและการเช็ดทำความสะอาดภายในเครื่องบิน โดยมีนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการนำชม ณ โรงซ่อมเครื่องบิน (Hangar) ฝ่ายช่างการบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายเชิดพันธ์ โชติคุณ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง (DT) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สายการบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งเป็นบริษัทลูก ได้เพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากประเทศจีนสู่ระดับสูงสุด เพื่อสร้างความปลอดภัยทางด้านสุขภาพให้พนักงานและผู้โดยสาร รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการด้วย

โดยนอกจากการทำความสะอาดตามปกติแล้ว การบินไทยได้ดำเนินการอบพ่นสเปรย์ Calla 1452 ฆ่าเชื้อโรคบนเครื่องบินเพิ่มเติม ทั้งในบริเวณห้องโดยสารและห้องนักบิน ในทุกเที่ยวบินที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีนตั้งแต่วันนี้ (28 ม.ค.) เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันการบินไทยมีเที่ยวบินกลับจากประเทศจีน 9 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินไทยสมายล์ 7 เที่ยวบินต่อวัน รวมเป็นไม่เกิน 16 เที่ยวบินต่อวัน คิดเป็นอัตราการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 3,500 คนต่อวัน

ทั้งนี้ การอบพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อบนเครื่องบินจะดำเนินการที่สนามบินสุวรรณภูมิและใช้เวลาทั้งหมด 45 นาทีต่อครั้ง นับจากลูกเรือคนสุดท้ายลงจากเครื่อง แบ่งเป็นเวลาการพ่นยา 15 นาที และการปิดเครื่องบินเพื่อทำการอบฆ่าเชื้ออีก 30 นาที โดยมาตรการนี้จะไม่ส่งผลให้เที่ยวบินต่างๆ ล่าช้า เพราะตามปกติการบินไทยก็เผื่อเวลาเตรียมเครื่องเพื่อทำการบินประมาณ 2 ชั่วโมง ถึง 2 ชั่วโมงครึ่งอยู่แล้ว

“เมื่อมีโรคระบาด การบินไทยก็จะอบพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อบนเครื่องบินในเส้นทางที่มีความเสี่ยง เพื่อดำเนินการป้องกันขั้นสูงสุด โดยในกรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ การบินไทยก็จะพ่นอบน้ำยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบินทุกลำที่กลับมาจากประเทศจีน ซึ่งเราก็ใช้มาตรการนี้เมื่อครั้งที่โรคซาร์สและโรคเมอร์สระบาด เพื่อเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด” นายเชิดพันธ์กล่าว

นอกจากนี้ ขอให้ผู้โดยสารทุกคนมั่นใจในคุณภาพอากาศบนเครื่องของการบินไทย เพราะการบินไทยใช้ฟิลเตอร์ HEPA ในการกรองอากาศ ซึ่งผู้ผลิตอ้างว่าสามารถกรองอากาศให้มีคุณภาพดีได้ถึง 99.99% จึงมีความปลอดภัยต่อทุกคน

รายงานข่าวจากสายการบินไทยสมายล์เปิดเผยว่า ไทยสมายล์มีแผนจะดำเนินการฆ่าเชื้อบนเครื่องบินที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีนทุกเที่ยวบิน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) เป็นต้นไป โดยไทยสมายล์มีเที่ยวบินไป-กลับประเทศจีน จำนวน 7 เส้นทาง ดังนี้ กรุงเทพฯ – ฮ่องกง, กรุงเทพฯ – เกาสง, กรุงเทพฯ -ฉงชิ่ง, กรุงเทพฯ-ฉางซา, กรุงเทพฯ-เจิ้งโจว, เชียงใหม่ –เกาสง และ ภูเก็ต – ฮ่องกง/ ภูเก็ต-กรุงเทพฯ

เปิด 7 มาตรการป้องกัน

เรืออากาศเอกปรารถนา พัฒนศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคงและมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยเริ่มประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับโรคไวรัสโคโรน่าตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมาและทำการเฝ้าระวังโรคตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมาในวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา การบินไทยได้ทำการยกระดับการป้องกันเป็นระดับสูงสุด รวมทั้งได้มีการฝึกซ้อมการควบคุมโรคในวันที่ 24 มกราคม โดยได้มีการออกมาตรการในการป้องกันโรคระบาด 7 มาตรการ คือ

  • มาตรการคัดกรองในการตรวจรับผู้โดยสารและการบริการภาคพื้น ด้วยการสังเกตอาการผู้โดยสาร ณ จุดบริการ หากพบว่ามีอาการบ่งชี้ ให้รายงานต่อแพทย์ประจำสนามบินเพื่อตรวจดูอาการ และยืนยันความปลอดภัยก่อนเดินทาง
  • มาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน โดยพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือในเที่ยวบินที่มีความเสี่ยง, ให้บริการโดยไม่ให้ผู้โดยสารจับต้องเครื่องมืออุปกรณ์บริการอาหาร, เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดภายในห้องน้ำระหว่างเที่ยวบิน, จัดเตรียมหน้ากากอนามัยสำหรับผู้โดยสารที่มีอาการสวมใส่บนเครื่องและสังเกตอาการผู้โดยสารระหว่างเดินทาง หากมีอาการต้องสงสัยให้แยกผู้โดยสาร และแจ้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศก่อนเครื่องลง
  • มาตรการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค ด้วยการอบพ่นสเปรย์Calla 1452 ฆ่าเชื้อโรคในเครื่องบินส่วนภายในห้องโดยสารนั้นจะกรองอากาศด้วยฟิลเตอร์ HEPA
  • มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยานและเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน คือทำความสะอาดแบบลึก (Deep Cleaning)และทำความสะอาด 36 จุดสัมผัสร่วมที่ผู้โดยสารมีโอกาสสัมผัส แบ่งตามพื้นที่เป็น 5 ส่วน ได้แก่ กระเป๋าหน้าที่นั่งผู้โดยสาร (Passenger Seat Pocket) บริเวณภายในเครื่องบินทั่วไป (Aircraft Interior Cabin) ที่นั่งผู้โดยสาร (Passenger Seat) ครัว (Galley) และห้องน้ำ (Toilet) โดยให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. พนักงานต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน (หน้ากาก/ถุงมือ) อย่างเคร่งครัด  2. มัดปากถุงให้แน่นหนา ก่อนนำขยะลงจากเครื่องและทิ้งในจุดที่กำหนด 3. หลังจากปฏิบัติงานต้องล้างมือด้วยสบู่/เจลล้างมือทุกครั้ง
  • มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน ด้วยการเร่งเผยแพร่ความรู้ให้พนักงานเรื่องลักษณะของโรคและการป้องกันตัวเอง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก, จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้พนักงาน, ให้ทำการตรวจสุขภาพ หากพบพนักงานมีอาการต้องสงสัยตามความเห็นแพทย์ และให้หยุดพักจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ โดยการตรวจสอบหีบห่อสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน, หลีกเลี่ยงการส่งสินค้าที่มีความเสี่ยง, จัดการคลังสินค้าให้ถูกสุขลักษณะปลอดจากการเป็นแหล่งเชื้อโรค
  • มาตรการด้านโภชนาการ โดยจัดซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP

วิธีรับมือผู้โดยสารป่วย

เรืออากาศเอกปรารถนากล่าวถึงมาตรการการรองรับบนเครื่องบินกรณีตรวจพบผู้โดยสารมีไข้และมีอาการต้องสงสัยว่า ให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องทำการแยกผู้โดยสารและแจ้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศก่อนเครื่องบินลงและให้ปฏิบัติดังนี้

  •  พนักงานต้อนรับทุกคนจะต้องสวมหน้ากาก N-95 ที่ได้ดำเนินการแจกล่วงหน้า
  • แจ้งกัปตันผู้บังคับอากาศยาน ประสานศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศและดำเนินการตามคำแนะนำ พร้อมเข้าสู่แผนฉุกเฉินท่าอากาศยานเรื่องโรคติดต่อ
  • ประกาศแจ้งหาบุคลากรทางการแพทย์
  • ทำการย้ายผู้โดยสารไปบริเวณที่ห่างจากผู้โดยสารคนอื่นและมีพนักงานต้อนรับคอยดูแล
  • กันพื้นที่บริเวณห้องน้ำที่ผู้โดยสารป่วยใช้บริการเฉพาะ เพื่อมิให้ผู้โดยสารท่านอื่นใช้ร่วม
  • กรณีมีของเหลวหรือสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้โดยสารให้ใช้ชุด BiohazardBag หรือถุงพิเศษที่ใช้สำหรับใส่ขยะติดเชื้อ
  • ให้ผู้โดยสารทำการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการระบาด พร้อมทั้งแจกหน้ากากอนามัยให้กับผู้โดยสารที่อยู่ในระยะ 1 เมตรจากผู้ป่วย
  • แจ้งรายละเอียดต่อ หน่วยกักกันและควบคุมโรค ของสนามบินปลายทาง และ 9.จัดทำรายงานอุบัติการณ์และบันทึกในระบบ หลังเสร็จสิ้นเที่ยวบิน

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เครื่องบินการบินไทยและไทยสมายล์ทุกลำที่บินมาจากประเทศจีน จะถูกนำมาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและเช็ดทำความสะอาดทุกตารางนิ้วตามกระบวนการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้วางมาตรฐานไว้ เพื่อให้ผู้โดยสารที่เป็นลูกค้าของการบินไทยและไทยสมายล์มีความมั่นใจ ขณะเดียวกันบริษัทการบินไทยก็ต้องมั่นใจว่า ได้กำจัดเชื้อโรคให้กับผู้โดยสารที่จะเดินทางต่อในเที่ยวบินถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...