โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตํ่าหูก แต้มผ้า – เล่าอีสานผ่านงานทอ ศิลปะผืนผ้าเปี่ยมสีสันตระการตาแห่งวิถีพื้นถิ่นอีสาน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 06.07 น.

เหมือนกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว ว่าในช่วงปลายปีเราต้องเดินทางไปดูงานศิลปะส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันบนพื้นที่กลางแจ้ง ทุ่งนาป่าเขา ในโครงการศิลปะ “อาร์ต ออน ฟาร์ม” (Art on Farm) ที่หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน กับจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ร่วมมือกันจัดขึ้นในทุกๆ ปลายปี

โดยเชื้อเชิญศิลปินมาสร้างสรรค์และจัดแสดงผลงานศิลปะขึ้นเฉพาะในพื้นที่ของจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงที่มีการจัดงาน “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์” เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมฟาร์ม ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมของทุกปี

ธีมหลักของงานในปีนี้คือ “ตํ่าหูก แต้มผ้า – เล่าอีสานผ่านงานทอ”

เป็นการนําเสนองานศิลปะภายในพื้นที่ฟาร์ม รวมถึงความงดงามบนผืนผ้าทอของชาวอีสาน ที่ได้แรงบันดาลใจจากขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ของชาวอีสานอย่าง “ผ้าผะเหวด” (“ผะเหวด” เป็นคำสำเนียงอีสาน ตรงกับคำว่า “พระเวส” หมายถึงพระเวสสันดร อดีตชาติของพระพุทธเจ้า เรื่องราวในพระไตรปิฎกเกี่ยวกับพระเวสสันดรจึงเรียกว่า “มหาเวสสันดรชาดก” เป็นชาดกขนาดยาว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “มหาชาติ” และจะมีการทำผ้าผะเหวด ที่วาดเรื่องราวในพระเวสสันดรชาดกลงบนผ้าผืนยาวหลายสิบเมตรนำไปถวายให้วัด)

ในช่วงเดือนมีนาคม ชาวอีสานจะจัดงานบุญที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญต่อชุมชนอีสาน เรียกว่า “บุญผะเหวด” หรือ “บุญมหาชาติ” ซึ่งจะมีพิธีกรรมสำคัญคือการแห่ผ้าผะเหวด และการฟังเทศน์มหาชาติ

สะท้อนความเชื่อทางศาสนาที่แนบแน่นกลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยภาคอีสานได้อย่างลึกซึ้ง

ในปีนี้ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยอย่างมิตร ใจอินทร์ ถูกเชิญให้มาทำงานศิลปะจัดวางเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องผ้า ซึ่งเป็นธีมหลักของงานในปีนี้

มิตร ใจอินทร์ เป็นศิลปินผู้บุกเบิกศิลปะร่วมสมัยของไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับสากล

ผลงานศิลปะของเขาท้าทายขอบเขตของสื่อศิลปะแบบเดิมๆ ด้วยรูปแบบอันหลากหลาย

ที่หลอมรวมความเป็นจิตรกรรมและประติมากรรมเข้าไว้ด้วยกัน

ทั้งในเชิงกายภาพ ด้วยเทคนิคการใช้สีสันฉูดฉาดบาดตาของสีนีออน และสีสันสดใสนุ่มนวลของสีพาสเทล และการสร้างพื้นผิวของเนื้อสีที่ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างหนาแน่น

ผนวกกับวิธีการจัดแสดงอันไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการแขวนห้อยภาพวาดในแนวดิ่งจากเพดานจรดพื้น

ทำให้สามารถดูได้ทั้งสองด้าน หรือการม้วนภาพวาดวางบนพื้นในแนวตั้ง หรือคลี่แผ่บนพื้น ผลงานของเขามีลักษณะคล้ายธงแขวนหรือม้วนภาพวาดทางพิธีกรรมโบราณ

ซึ่งมิตรได้รับแรงบันดาลใจจากตุง หรือธงแขวนแบบดั้งเดิมของล้านนา

โดยในงานอาร์ต ออน ฟาร์มครั้งนี้ มีผลงานของมิตรติดตั้งอยู่ในพื้นที่ 5 จุด

โดยจุดแรกใกล้กับประตูทางเข้าหลักของฟาร์ม เป็นภาพวาดนามธรรมที่ดูคล้ายริ้วผ้าผะเหวดขนาดยักษ์หลากสีสัน แขวนอยู่เหนือทุ่งดอกคอสมอสสีชมพูและสีขาว ราวกับกำแพงประตูขนาดมหึมา

เมื่อผ้าโดนลมพัดจะเกิดทัศนียภาพพลิ้วไหวสวยงามอลังการ และแถบภาพวาดนามธรรมที่ดูคล้ายตุงขนาดใหญ่หลากสีสันตระการตาในบริเวณติดกับทุ่งดอกดาวกระจายสีส้ม

นอกจากนี้ ยังมีภาพวาดนามธรรมแถบยาวคล้ายกับม่านหรือฉากที่ติดตั้งที่ศาลากลางบ้าน ในหมู่บ้านอีสาน

และภาพวาดนามธรรมหลากสีสันที่ติดตั้งอยู่ในสิมอีสาน (โบสถ์อีสาน) และหอไตรกลางนํ้า เมื่อเปลวแดดสะท้อนแสงจากผิวน้ำอาบไล้สีสันสดใสเมลืองมลังบนภาพวาดอย่างละลานตา

“งานชุดนี้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต วิถีปฏิบัติของชาวล้านนาและชาวอีสาน ที่เขาจะทำผ้าพระบฏ (ผ้าแถบยาว เป็นลวดลายรูปพระพุทธเจ้าหรือพุทธประวัติ นิยมแขวนไว้เพื่อเป็นที่เคารพบูชา) ผ้าผะเหวด ม้วนเก็บเอาไว้ แล้วนำออกมาเปิดประดับในงานบุญตามเทศกาลประจำปี

ตอนเด็กๆ เราเกิดมาในโลกที่ไม่มีสีสัน เพราะทั้งวัฒนธรรม สื่อรอบตัวอย่างโทรทัศน์ หนังสือ ทุกอย่างเป็นขาว-ดำหมด ไม่ค่อยมีแสงและสีสันในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเราคือการเข้าไปดูจิตรกรรมฝาผนังสมัยใหม่และภาพโปสเตอร์พระเวสสันดรชาดกในโบสถ์ ซึ่งเป็นที่นิยมในวัดบ้านนอกสมัยนั้น การได้เห็นสีแสงเหล่านี้ติดตัวเราและการทำงานมาจนทุกวันนี้”

มิตร ใจอินทร์ กล่าวถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังผลงานครั้งนี้ของเขา

“ธีมของงานอาร์ต ออน ฟาร์ม นอกจากจะเป็นเรื่องของงานเทศกาล เป็นเรื่องของวัฒนธรรมอีสานแล้ว ยังเป็นเรื่องของชุมชน เรื่องของคนท้องถิ่นด้วย เพราะสีสะท้อนแสง สีพาสเทล หรือสีนีออนที่สดเกินปกติ แบบเดียวกับที่เห็นในงานเรา ส่วนใหญ่จะเป็นสีของชาวบ้าน เป็นสีที่เราจะเห็นตามงานวัดในต่างจังหวัดช่วงเทศกาลรื่นเริง

ทุกวันนี้ความรื่นรมย์ ความมีชีวิตชีวาของความเป็นพื้นบ้านความเป็นท้องถิ่นแทบจะไม่เหลือ สูญหายไปหมด เพราะอำนาจรัฐคอยควบคุมกำกับ ทำให้ผู้คนไม่สามารถสนุกสนานบันเทิงได้อย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องรำทำเพลง

ชาวบ้านเขาเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี ปีหนึ่งจะมีเทศกาลประมาณสี่ห้าครั้งตามฤดูเก็บเกี่ยว เขาอยากรื่นเริง อยากเฉลิมฉลอง อยากสนุกสนาน อยากปลดปล่อย แต่มุมมอง-อคติของชนชั้นกลางมักจะเหยียดว่าเป็นพฤติกรรม โง่ จน เจ็บ เพียงเพราะพวกเขาสนุกสนานเฮฮา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นถิ่นนี้ถูกมองด้วยอคติตลอดมา ว่ามัวแต่กินเหล้าเมามาย รักสนุก แต่ทุกคนก็ต้องการพื้นที่ผ่อนคลาย ต้องการความรื่นรมย์ของชีวิต จริงไหม? หน้าที่อันสำคัญของศิลปะคือการเรียกร้องชีวิตชีวากลับคืนมา ทำให้คนเป็นคน ทำให้คนเท่ากัน

ความตั้งใจแรกของเราคือจะทำเป็นธง สูงประมาณ 35 เมตร เป็นธงสาธารณะ เพราะที่นี่คืออำเภอปักธงชัย

แต่ด้วยความที่ต้นทุนสูงมาก และเวลาที่มีจำกัด เราก็เลยทำงานให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของท้องทุ่ง ธรรมชาติ เป็นเหมือนฉากหลังให้คนถ่ายรูป ให้เข้าไปกระโดดโลดเต้นได้ ทำให้คนคุ้นชิน เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ศิลปะใกล้ตัวคน ไม่ได้อยู่แต่บนหอคอยงาช้าง

อย่างงานที่อยู่ในศาลากลางบ้าน ในหมู่บ้านอีสานที่ได้แรงบันดาลใจจากผ้าผะเหวดเล่าเรื่องมหาเวสสันดรชาดก เราก็ทำให้เหมือนเป็นสิ่งประดับส่วนหนึ่งของอาคาร เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึง เชื่อมโยงได้

ปกติศาลากลางบ้านนี้เขาเรียกว่า “หอแจก” ซึ่งเป็นเหมือน Community Hall หรือ Community Center ที่ชาวบ้านมาฟังธรรม หรือมานั่งพบปะพูดคุย ประชุมกัน เราก็ทำงานให้เป็นเหมือนฉากหรือม่านกั้นให้เป็นห้องหับ ปูเสื่อให้เขานั่ง สีของงานเวลาดูตอนกลางวันก็จะกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ถ้าดูตอนกลางคืนก็จะสว่างสดใสออกมา

งานส่วนใหญ่เราจะเป็นลักษณะของฉาก เพราะเราเห็นอิทธิพลของฉากในการสถาปนาอำนาจในสังคมไทย แบบเดียวกับฉากของรามเกียรติ์ วัด วัง ที่เป็นนาฏกรรมครอบทับความคิดความเป็นอยู่ของคนไทยมาหลายร้อยปี ชนชั้นนำใช้ฉากประกอบการอบรมบ่มเพาะให้สังคมยึดโยงและสยบยอมกับอำนาจ

แต่ในขณะเดียวกันชาวบ้านเองก็มีฉาก ของโรงลิเก โรงละคร โรงหมอลำ ที่ถูกวาดเป็นพระราชวัง เวลาจะเปลี่ยนฉากก็ใช้การรูดม่านเปลี่ยนเอา ซึ่งบ่อยครั้งมหรสพเหล่านี้ก็ล้อเลียนเสียดสีวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ชอบธรรมของอำนาจรัฐส่วนกลางที่กดขี่เอารัดเอาเปรียบพวกเขาอยู่ งานของเราโดยส่วนมากจะใช้รูปลักษณ์ของฉากแบบนี้นี่แหละ”

นอกจากนี้ ในงานยังมีผลงานศิลปะและงานออกแบบจัดวางเฉพาะพื้นที่ ในพื้นที่หลากหลายจุดของงาน ที่ออกแบบโดยสถาปนิกพอดี รวมถึงผลงานประติมากรรมกลางแจ้งที่ทำจากงานผูกมัดไม้ไผ่ของศิลปินจากสมาคมสถาปนิกสยาม ศาวิณี บูรณะศิลปิน และผลงานประติมากรรมกลางแจ้ง Breast Stupa Topiary ที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วของพินรี สัณฑ์พิทักษ์อีกด้วย

โครงการอาร์ต ออน ฟาร์ม เป็นส่วนหนึ่งของจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์ จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2563 ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

น่าเสียดายที่กว่าบทความตอนนี้จะตีพิมพ์ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์ ก็จบไปแล้ว

แต่เราก็ขอถือโอกาสเก็บเอาภาพและเรื่องราวความประทับใจจากผลงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติในงานครั้งนี้ มาเล่าสู่เพื่อเป็นเหมือนของขวัญรับปีใหม่ให้ผู้อ่านก็แล้วกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...