โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เขาคือใคร..? อดีตพิธีกรช่องดัง สามีดาราสาว หนีหมายจับคดี Forex-3D ลอตเดียวกับ พิ้งกี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ก.ย 2565 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2565 เวลา 10.20 น. • The Bangkok Insight

เลขาฯ ยุติธรรม ยืนยัน นิค-นิโค โวคูคา อดีตพิธีกรช่องดัง สามีดาราสาว หนีหมายจับคดี Forex-3D ลอตเดียวกับ พิ้งกี้ สาวิกา พบใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรีย

ความคืบหน้าคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ที่ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคม ล่าสุด (17 ก.ย.) ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า บุคคลในลอต 19 ซึ่งเป็นลอตเดียวกับนักแสดงสาว พิ้งกี้ สาวิกา แท้จริงแล้วมี 21 คน และที่เคยถูกระบุว่ามีหนึ่งคนในลอตนี้ ได้ทำการหนีหมายจับออกนอกประเทศไปแล้ว คือ นิค-นิโค โวคูคา หรือ นิโก้ สามีของอดีตนักแสดงสาว จอย-พัชรี ทับทอง เป็นความจริง ทางเจ้าหน้ากำลังติดตามขั้นตอนการส่งตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไป

ส่องเส้นทางสามีภรรยา นิค-นิโค โวคูคา และ จอย พัชรี อดีตดาราดัง

สำหรับ นิค-นิโค โวคูคา หรือ นิโก้ เป็นลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส-ลักเซมเบิร์ก ปัจจุบันอายุ 27 ปี เคยเป็นอดีตพิธีกรจากรายการสตรอเบอร์รี่ครับเค้ก และมีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง รด.เขาชนผี ที่เขาชนไก่

ทางด้าน จอย-พัชรี ทับทอง อายุ 28 ปี เป็นอดีตนักแสดง นางแบบชื่อดัง โด่งดังจากโฆษณาไทยประกันชีวิต ชุด พ่อเป็นใบ้ มีน้องสาวที่เป็นนักแสดงเช่นเดียวกันคือ กระปุก-พัชรา ทับทอง ซึ่งเป็นแฟนสาวของ กระทิง-ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ พระเอกหนุ่มช่อง 3 ปัจจุบันจอยมีธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับสกินแคร์ รวมทั้งเป็นยูทูบเบอร์เจ้าของช่อง Joinjn ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์

ทั้งนี้ จอย เคยคบหากับเอิร์ธ-ธวัช พรรัตนประเสริฐ นักแสดงจากภาพยนต์เรื่อง Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ก่อนจะเลิกรากันไป และมาแต่งงานกับ นิโก้ เมื่อ 2561 ปัจจุบันทั้งคู่ย้ายไปอยู่ที่ประเทศออสเตรีย และ จอย กำลังตั้งครรภ์ทายาทคนที่ 2 อยู่ด้วย

โดยก่อนหน้านี้ จอย โพสต์ไอจีสตอรี่ตอบคำถามแฟน ๆ ถึงเหตุผลที่ย้ายไปอยู่ที่ออสเตรียว่า “น้องก็คงคิดถึงยาย ๆ เพราะติดยายเหมือนกัน ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่นู่นเลยเพราะคิดถึงอนาคตน้องเป็นหลัก อยากเลือกอะไรที่ดีที่สุดให้น้อง อยากให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนน้องอยู่ที่นี่ ดันเกิดมาในยุคฝุ่น โรคระบาด และคนยิงกัน ข่าวข่มขืนเยอะพอ ๆ กับฝุ่น PM 2.5 เลยเป็นห่วงน้อง นั่งเปรียบเทียบระหว่างที่นี่กับที่นู่นหลายรอบเหมือนกัน ถ้าคิดถึงลูกเป็นหลักคงต้องไปแล้วแหละ และรัฐบาลที่นั่นเค้ารักคนในประเทศเค้าค่ะ

แม้จะเสียค่าภาษีเยอะก็จริงแต่เค้าก็ดูแลให้สมกับที่จ่าย ที่สำคัญคือเรื่องการศึกษาด้วย อยากให้ลูกเรียน รร.ดี ๆ ยิ่งดียิ่งแพง อินเตอร์ก็ไม่ต้องพูดถึง ปีนึงค่าเทอมครึ่งล้านหรือเป็นล้าน เราอยากให้น้องพูดภาษาอังกฤษได้เป็นชีวิตประจำวัน เพราะคิดว่าสมัยนี้ภาษาอังกฤษคือปกติแล้ว ควรต้องพูดได้ (ไม่ได้เหมือนกับสมัยแม่ตอนเรียน คนพูดอังกฤษได้คือเก่งมาก แต่สมัยนี้คือธรรมดา เป็นสิ่งที่ควรทำได้อยู่แล้ว) เพราะมันคือภาษาสากล

เลยคิดว่างั้นให้ลูกไปเรียน ตปท. จริง ๆ เลยมันจะดีกว่ามั้ย ไหน ๆ ก็มีสิทธิจากคุณพ่อที่เป็นคนออสเตรียแล้ว เพราะไปอยู่ที่นั่นน้องก็เรียน รร.ของรัฐ ไม่ต้องจ่ายค่าเรียนน้อง เซฟไปได้เยอะมาก ๆ เลยแหละ คุณพ่อเค้าก็จะกลับมาเรียนต่อด้วยเหมือนกัน ส่วนแม่ก็ต้องไปเรียนภาษาเยอรมันเพิ่มด้วย ถ้าพูดเก่งจะมาสอนน้า

แต่ไม่ใช่ประเทศไทยไม่ดีน้า พ่อกับแม่น้องรักไทยมาก ๆ พ่อนี่รักมาก ๆ ไม่อยากจะไปเลย แต่เพื่อลูก อยากให้เค้าโตในที่ดี ๆ สังคมดี ๆ ไม่ต้องถูกบีบบังคับจากสังคมหรือคำเชื่อคำสอนต่าง ๆ ที่นี่ให้น้องได้โตเป็นตัวของตัวเองได้ดีที่สุด”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...