EKH เปิดตัว “โรงพยาบาลคูน” ขนาด 30 เตียง รักษาแบบ Palliative Care แห่งแรกในไทย เล็งขยายโรงพยาบาลเฉพาะทางต่อยอดการเติบโต
EKH ได้ฤกษ์ดีเปิดตัว “โรงพยาบาลคูน” ขนาด 30 เตียง โรงพยาบาลเฉพาะทางที่ให้การดูแลรักษาแบบ Palliative Care แห่งแรกของประเทศไทย ด้วยงบลงทุน 160 ล้านบาท ปี 2566 คาดเห็นอัตราครองเตียงอยู่ที่ระดับ 50-60% คาดสร้างรายได้ราว 70-80 ล้านบาท และคาดคืนทุนภายใน 7 ปี
นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยว่า โรงพยาบาลเอกชัยการแพทย์ ได้เปิดตัว โรงพยาบาลคูน หรือ KOON Palliative Care Specialised Hospital ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่ให้การดูแลรักษาแบบ Palliative care แห่งแรกของประเทศไทย ด้วยงบลงทุน 160 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจภายใต้ บริษัท เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม จำกัด และเป็นบริษัทในเครือของโรงพยาบาลเอกชัย EKH โดยถือหุ้นในสัดส่วน 100%
โดยได้รับใบอนุญาตให้เปิดดำเนินการและพร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 โดยจุดเด่นของ KOON Palliative Care Specialised Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ขนาด 30 เตียงการดูแลแบบ Palliative Care
“โรงพยาบาลคูนปีแรกเราคาดยังเห็นผลขาดทุน ที่คาดจะบันทึกค่าเสื่อมไตรมาส 4/65 แต่ปี 2566 คาดเห็นอัตราครองเตียงอยู่ที่ระดับ 50-60% คาดสร้างรายได้ราว 70-80 ล้านบาท และคาดคืนทุนภายใน 7 ปี”
นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและมีแผนที่จะขยายโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างการเติบโต ซึ่งปัจจุบันมีเจรจาอยู่จำนวนมาก ทั้งเชียงใหม่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุย และภูเก็ต โดยเบื้องต้นคาดการลงทุนหลายแบบทั้ง JV และเช่าสถานที่ โดยหาก JV คาดจะถือหุ้นมากกว่า 51% แต่เบื้องต้นยังขอดูทิศทางของโรงพยาบาลคูนซัก 2 ไตรมาสก่อน
ส่วนการลงทุนใหม่ๆที่นอกเหนือจากนี้ ยังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ หรือการเข้าไปร่วมลงทุนในคลินิคกับพาร์ทเนอร์ เป็นต้น แต่ย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือ 500 ล้านบาท
สำหรับทิศทางภาพรวมบริษัทในครึ่งหลังปี 65 คาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยโรงพยาบาลเอกชัยขนาด 142 เตียง มีคนไข้เข้ามาใช้บริการเต็มทุกวันในช่วงไตรมาส 3/65
ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2565 คาดรายได้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน เพราะปีก่อนมีฐานสูงจากการระบาดของ Covid-19 แต่หากเทียบกับปี 2562 คาดว่ารายได้จะเติบโต 15% เพราะทุกศูนย์ของโรงพยาบาลยังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งอุบัติเหตุ และอายุรกรรม