โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิ้นผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้าย มีฮาอิล กอร์บาชอฟ วัย 91 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2565 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 22.38 น.
FILE - Soviet President Mikhail Gorbachev waves from the Red Square tribune during a Revolution Day celebration, in Moscow, Soviet Union, Tuesday, Nov. 7, 1989. (AP Photo/Boris Yurchenko, File)

ปูตินส่งสารเสียใจ มีฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียตจากไปแล้ว เผยช่วงท้ายของชีวิต วอนขอให้เจรจายุติศึก รัสเซีย-ยูเครน

วันที่ 31 สิงหาคม 2565 บีบีซี และ เอพี รายงานว่า นายมีฮาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตคนสุดท้าย ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยวัย 91 ปี ที่โรงพยาบาลเซ็นทรัล คลินิคัล กรุงมอสโก หลังเข้ารับการรักษาตัวมาพักใหญ่แล้ว

โฆษกรัฐบาลรัสเซียเผยว่า นายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของนายกอร์บาชอฟ และยังส่งสารไปถึงครอบครัวของนายกอร์บาชอฟด้วย

ด้าน นายโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้อาลัยและยกย่องนายกอร์บาชอฟว่า เป็นผู้นำที่หาได้ยากยิ่ง สำหรับคนที่มองเห็นอนาคตที่แตกต่างอย่างเป็นไปได้ กล้าเสี่ยงเอาอาชีพการงานของตนเองเข้าแลกเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

“ผลของการทำเช่นนั้นทำให้โลกปลอดภัยขึ้น ทำให้คนหลายล้านคนมีอิสรภาพมากขึ้น ยากที่จะคิดว่าจะมีบุคคลคนเดียวที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปในทิศทางบวกเช่นนี้ได้” นายไบเดนกล่าว

นายมีฮาอิล หรือ มิคาอิล กอร์บาชอฟ มีเชื้อสายทั้งรัสเซียและยูเครน บุคลิกลักษณะเด่นคือปานแดงบนศีรษะ นอกเหนือจากเป็นบุคคลที่จดจำในประวัติศาสตร์ในฐานะผู้นำคนที่ 8 และคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต

ขณะอายุ 54 ปี ก้าวขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งหมายถึงผู้นำประเทศ หลังจากเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในคณะโปลิตบูโร ช่วงที่ผู้นำรุ่นเก่าทยอยหมดวาระไป

มีผลงานโดดเด่นในการเปิดประเทศ และสร้างสัมพันธ์กับชาติตะวันตก แต่ไม่อาจจะป้องกันโซเวียตล่มสลายลงได้ ในปี 1991 (พ.ศ. 2534)

แม้นายกอร์บาชอฟจะเป็นที่ยอมรับนับถือในเวทีต่างประเทศ ได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี1990 และรางวัลแชมเปียนแห่งสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ ปี 2006 แต่ชาวรัสเซียชาตินิยมหลายคนไม่ปลื้มแนวนโยบายปฏิรูปของนายกอร์บาชอฟ ที่รู้จักในชื่อเปเรสตรอยกา (Perestroika) ทั้งกล่าวโทษว่าทำให้ประเทศต้องตกต่ำและล่มสลาย

ภายใต้นโยบายดังกล่าว รัฐบาลโซเวียตพลิกปรับปรุงระบบเศรษฐกิจและการเมือง เปิดให้เสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น นอกจากนี้ นโยบายกลัสนอสต์ (Glasnost) ยังยอมให้มีการตรวจแก้ประวัติศาสตร์ของประเทศ ปล่อยให้มีการวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพิ่มเสรีภาพแก่สื่อและสิ่งพิมพ์ และยอมให้มีเสรีภาพทางวัฒนธรรม

ในมุมมองของชาติตะวันตก กอร์บาชอฟเป็นสถาปนิกของการปฏิรูป ที่สร้างเงื่อนไขให้สิ้นสุดยุคสงครามเย็น

หลังโซเวียตล่มสลาย นายกอร์บาชอฟเคยจะหวนสู่การเมืองอีกครั้งในปี 1996 (พ.ศ. 2539) แต่กลับได้คะแนนโหวตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเพียง 0.5%

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ สุขภาพของนายกอร์บาชอฟทรุดลง เข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง กระทั่งสิ้นใจเมื่อวันอังคารที่ 30 ส.ค. มีรายงานจากสำนักข่าวตาสส์ ว่าจะมีการฝังร่างนายกอร์บาชอฟที่สุสานโนโวเดวิชี กรุงมอสโก เคียงข้างหลุมศพนางไรซา ภรรยาที่จากไปเมื่อปี 1999 (พ.ศ.2542)

สำหรับปฏิสัมพันธ์กับนายปูติน ผู้นำรัสเซียที่มารับตำแหน่งต่อจากนายเยลต์ซิน นายกอร์บาชอฟเคยทั้งวิจารณ์และชื่นชมเป็นบางครั้งบางเรื่อง

เมื่อปูตินพยายามฟื้นฟูเสถียรภาพและความยิ่งใหญ่ของรัสเซีย หลังการถล่มสลายของโซเวียต นายกอร์บาชอฟประท้วงที่รัฐบาลนายปูตินจำกัดเสรีภาพสื่อ นอกจากนี้ยังเคยซื้อหนังสือพิมพ์เชิงสืบสวนสอบสวน โนโวยา กาเซตา เมื่อปี 2006 (พ.ศ.2549)

ในสงครามที่รัสเซียบุกยูเครน กอร์บาชอฟออกแถลงการณ์หนึ่งวันหลังศึกเปิดฉากวันที่ 24 ก.พ. เรียกร้องให้ยุติการสร้างความเป็นศัตรูต่อกัน และเปิดการเจรจาต่อรองให้เกิดสันติภาพในทันที

“ไม่มีอะไรในโลกนี้จะมีค่าไปกว่าชีวิตมนุษย์อีกแล้ว การเจรจาต่อรองและหาทางออกด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน และตระหนักถึงสิ่งที่ควรทำเป็นหนทางที่เป็นไปได้ทางเดียวที่จะแก้ไขความขัดแย้งและปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างฉับพลันทันที”

กอร์บาชอฟเคยให้สัมภาษณ์พิเศษสำนักข่าวเอพี เมื่อปี 1992 (พ.ศ.2535) ว่า “ผมเห็นตัวเองเป็นคนที่เริ่มต้นการปฏิรูปที่จำเป็นสำหรับประเทศ สำหรับยุโรป และสำหรับโลก

ผมเคยถามตัวเองอยู่บ่อย ๆ ว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปผมจะเริ่มปฏิรูปทั้งหมดนั้นอีกไหม แน่นอนสิ และจะทำด้วยความต่อเนื่องและเด็ดเดี่ยวมากขึ้นอีก”

….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...