โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดวิสัยทัศน์ "ภูริต ภิรมย์ภักดี" ซีอีโอใหม่บุญรอด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2565 เวลา 11.59 น.

“ภูริต ภิรมย์ภักดี” ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรกพร้อมเปิดเผยวิสัยทัศน์ หลังรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด

วันที่ 11 ตุลาคม 2565 “ภูริต ภิรมย์ภักดี” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า

ตำแหน่งซีอีโอของทั้งเครือบริษัทนั้นกว้างใหญ่และซับซ้อนมาก โดยมีบริษัทภายใต้การดูแลถึง 159 บริษัท ต่างจากเมื่อครั้งบริหารบุญรอดเทรดดิ้งที่มีบริษัทในการดูแลประมาณ 20 บริษัท ซึ่งก็นับว่าซับซ้อนแล้ว

ดังนั้นในช่วงแรกนี้จึงจะมุ่งศึกษางานในตำแหน่งใหม่นี้ ก่อนจะกระจายงานให้กับผู้ที่เหมาะสมต่อไป เพราะเชื่อว่าจุดนี้ไม่ใช้งานที่จะทำคนเดียวได้แน่นอน

ด้านแนวทางการบริหารนั้น จะยังเน้นความรวดเร็วและยืดหยุ่น ซึ่งต่อเนื่องมาจากการปรับตัวช่วงโรคโควิด-19 ระบาดอย่าง การทำแผนธุรกิจแบบรายสัปดาห์ แทนรายปี-เดือนเพื่อให้ทันเกมของตลาดอยู่ตลอด การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและช่องทางจำหน่าย เพราะโควิดทำให้รู้ว่าจะ ธุรกิจต้องเร็วและมองแต่ช่องทางเดิมๆ ไม่ได้แล้ว มีช่องทางไหนที่ไปได้ก็ต้องไป

ขณะเดียวกันการตัดสินใจต่าง ๆ จะต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลมาประกอบมากขึ้น จะใช้เพียงสัญชาติญาณอย่างเดียวไม่ได้แล้ว พร้อมกับต้องคิดเสมอว่า ไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป นอกจากคอร์แวลูหรือแกนของบริษัท อย่างการพัฒนาคนทั้งในและนอกองค์กร ที่เหลือต้องปรับปรุง-เปลี่ยนแปลง รวมถึงอัพสกิล รีสกิลคนตลอด

ส่วนเรื่องที่ต้องจับตามีเพียงสภาวะต้นทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่า ปี 2566 ต้นทุนโดยรวมของบริษัทจะเพิ่มอีก 1.3-1.5 พันล้านบาท จากราคาขวด มอลต์ ฯลฯ หลังปี 2565 ต้นทุนเพิ่มขึ้นไปแล้ว 1.3-1.5 พันล้านบาทเช่นกัน ยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาจำหน่ายไว้ให้นานที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทิศทางของเครือในปี 2566 นั้น กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด ระบุว่ายังต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะในการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อดูว่าจะสามารถเติบโตได้ในทิศทางใดบ้าง ส่วนปี 2565 นี้ยืนยันว่ามีการเติบโตทุกตัวและโตในระดับที่ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มาอีกด้วย

ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจไทยนั้น “ภูริต” มองว่า มีแนวโน้มดีขึ้นจากการเปิดประเทศทำให้มีการจับจ่ายจากทั้งนักท่องเที่ยวและชาวไทยเอง และมีเม็ดเงินหมุนเวียนมากขึ้น แต่ธุรกิจก็ยังต้องปรับตัวเพราะเกิดความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น หรือกระแสอีคอมเมิร์ซ ตัวอย่างเช่น การขายแบบพบตัวกันอาจไม่เป็นที่นิยมแล้ว การเจอหน้ากันอาจลำบากมากขึ้น เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...