โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วุฒิพล ถาวรธวัช บริหารโรงแรม “บริบทใหม่” สุดท้าทาย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 มี.ค. 2566 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 11.02 น.
วุฒิพล ถาวรธวัช

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

จากโครงสร้างนักท่องเที่ยวหลังโควิดที่เปลี่ยนไป กลุ่มเดินทางด้วยตัวเองมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แนวโน้มดังกล่าวกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเมื่อโครงสร้างนักท่องเที่ยวเปลี่ยน ซัพพลายก็ปรับเปลี่ยนตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรม เนื่องจากนักท่องเที่ยวนิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 4-5 ดาวขึ้นไป ทำให้การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในวันนี้เป็นเกมของกลุ่มทุนใหญ่ หรือ “บิ๊กแบรนด์ บิ๊กเพลเยอร์”

ยืนหยัดแข่งแบรนด์อินเตอร์

“วุฒิพล ถาวรธวัช” กรรมการผู้จัดการ “เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” หรือ Urban Hospitality Group : UHG หรือยูเอชจี ผู้ลงทุนและบริหารโรงแรมระดับ 4 ดาว ภายใต้แบรนด์ The Quarter ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงมุมมองการบริหารธุรกิจโรงแรมภายใต้บริบทใหม่ ดังนี้

“วุฒิพล” ยอมรับว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยววันนี้เปลี่ยนไป ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น ทำให้กลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และนิยมเข้าพักโรงแรมในระดับ 4-5 ดาว และเป็นกลุ่มแบรนด์อินเตอร์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงแรมที่เป็นแบรนด์โลคอลจะไม่สามารถแข่งขันได้

“วุฒิพล” บอกว่า แม้ว่าโรงแรมในกลุ่มของ UHG จะเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว แต่ด้วยโลเกชั่นสถานที่ตั้งที่อยู่ในทำเลใกล้รถไฟฟ้าทั้งหมด ทำให้โรงแรมทุกแห่งได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน

ปี’65 โตเกินเป้า 20%

โดยพบว่าอัตราการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาดีและใกล้เคียงกับในช่วงก่อนโควิดแล้วตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 และสามารถขยับราคาขายได้สูงกว่าช่วงก่อนโควิดไปแล้ว ซึ่งในช่วงเริ่มต้นนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ

“ส่วนตัวผมมองว่าทุกอย่างจะกลับสู่ปกติได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพราะดีมานด์การเดินทางยังคงสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงด้านการท่องเที่ยวโลก”

โดยผลประกอบการในปี 2565 ที่ผ่านมา มีรายได้รวมสูงกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ถึงราว 20% ทั้งนี้ รายได้ที่สูงขึ้นนั้นนอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นแล้ว ส่วนหนึ่งยังมาจากการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่เพิ่มขึ้น และยังมีโรงแรมคู่แข่งบางส่วนที่ยังไม่กลับมาให้บริการ

โหมเดอะควอเตอร์ เจ้าพระยาเมื่อถามถึงโครงการใหม่ “วุฒิพล” บอกว่า เมื่อปลายปี 2565 กลุ่มยูเอชจีได้เปิดให้บริการโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ 1. โครงการสุขุมวิท ฮิลล์ สุขุมวิท 58 เปิดบริการในส่วนของโรงแรม 100 ห้องไปแล้ว ส่วนพื้นที่รีเทลและอาคารสำนักงานมีแผนจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 2 และ 2.โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ เจ้าพระยา โรงแรมใหม่สไตล์รีสอร์ต 250 ห้องจะเปิดให้บริการทั้งหมดในเดือนมีนาคมนี้

“โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ เจ้าพระยาตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโรงแรมอีกแห่งที่ลงทุนสูงมาก ห้องพักถูกออกแบบให้มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา มีห้องประชุมสัมมนาทั้งขนาดใหญ่และเล็ก และมีพื้นที่เอาต์ดอร์กว่า 300 ตารางเมตร สำหรับจัดงานเลี้ยง งานปาร์ตี้ ซึ่งเรากำลังโหมโปรโมตให้เป็น wedding destination อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ”

เดอะ ควอเตอร์ เจ้าพระยา

จ่อเปิด “ราชเทวี-รัชโยธิน”

สำหรับโรงแรมที่อยู่ในแผนเปิดให้บริการในปีนี้มีอีก 1 แห่ง คือ โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ราชเทวี จำนวน 100 ห้อง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 300 ตารางวา ถนนเพชรบุรี (แยกราชเทวี) คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 4

และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 1 แห่งคือ โครงการรัชโยธิน ฮิลล์ บนที่ดิน 3 ไร่ครึ่ง ถนนพหลโยธิน ใกล้บริเวณสี่แยกรัชโยธิน ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสถานีพหลโยธิน 24 ประกอบด้วย โรงแรมจำนวน 228 ห้อง พร้อมฟิตเนสคลับ สระน้ำ ลูฟท็อป คลับเฮาส์หรู และห้องประชุม รวมถึงอาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก รวมประมาณ 12,000 ตารางเมตร มรีแผนเปิดบริการในปี 2567

บริบทใหม่สุดท้าทาย

“วุฒิพล” บอกว่า สถานการณ์ในวันนี้นับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับการบริหารโรงแรม และไม่มีอะไรที่เป็นสูตรสำเร็จอีกต่อไป เพราะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทุกอย่างจึงต้องยืดหยุ่น (flexible) และปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และสอดรับกับความต้องการของลูกค้า

“วันนี้เราต้องรื้อตำราการบริหารใหม่หมด เช่น ยุคก่อนในช่วงพีกซีซั่น 25 ธ.ค.-5 ม.ค. เราตั้งราคาเรตเดียวกันแต่ยุคนี้ 30-31ธ.ค.ขายได้ราคาสูงกว่าปกติ แต่หลังจากนั้นจะปรับลดลง การทำเรตราคาตามซันนิ่งจึงไม่ใช่อีกต่อไป หรือการขายเครื่องดื่มในห้องพัก วันนี้ก็ไม่ใช่แล้วเช่นกัน เราจึงดึงลอว์สันมินิมาร์ทเข้ามาเปิดในพื้นที่โรงแรมแทน เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าด้วยจุดแข็งในด้านกลยุทธ์การบริหารที่ดี ปรับตัวเร็ว และมีอีโคโนมี ออฟ สเกล ทำให้กลุ่ม “ยูเอชจี” บริหารต้นทุนได้ดีและสามารถแข่งขันในตลาดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...