โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สาวปวดท้อง เชื่อคำบอกในเน็ต “ดื่มน้ำร้อน” ครึ่งปี ช็อกตรวจเจอเป็นโรคร้าย

Khaosod

อัพเดต 07 มี.ค. 2566 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2566 เวลา 06.25 น.

กลายเป็นเรื่องราวเตือนภัยกับคนที่เชื่อคำบอกเล่าของชาวเน็ตอย่างดีเยี่ยม เมื่อหญิงชาวจีนทนปวดท้อง ไม่ยอมไปหาหมอ เชื่อหมอในเน็ตให้ “ดื่มน้ำร้อน” มาครึ่งปี อาการไม่ดีขึ้น ล่าสุดหมอตรวจพบว่าเธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หญิงสาววัย 20 ปีคนหนึ่งในจีนที่ไม่เพียงไม่ไปพบแพทย์เนื่องจากปวดท้องเป็นเวลานาน แต่ยังเชื่อในคำกล่าวบนอินเทอร์เน็ตที่ว่า "ดื่มน้ำร้อนมากยิ่งดี" โดยเธอดื่มน้ำร้อนทุกครั้งเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องของตัวเองมานานกว่า 6 เดือน โดยไม่คาดคิด ล่าสุดเธอตัดสินใจไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลเพราะปวดท้องช่วงบนและกรดไหลย้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งหมอแจ้งกับเธอว่า เธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

ตามรายงานระบุว่า ผู้หญิงคนนี้โพสต์ถามคำถามออนไลน์เนื่องจากปวดท้องเป็นเวลานาน โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่แนะนำว่า "ดื่มน้ำร้อนให้มากขึ้นก็พอ" ไม่ต้องไปหาหมอก็ได้ เดี๋ยวก็หาย ซึ่งทุกครั้งที่เธอปวดท้องเธอจะดื่มน้ำร้อนเพื่อบรรเทาอาการตลอด เธอทำอย่างนี้เป็นเวลานานกว่าครึ่งปี

หญิงชาวจีนเชื่อคำบอกเล่าทางอินเทอร์เน็ตและดื่มน้ำร้อนเพื่อรักษาอาการปวดท้อง

โดยไม่คาดคิด ครึ่งปีต่อมา ชาวจีนคนนี้รู้สึกปวดท้องรุนแรงมากขึ้น เลยตัดสินใจเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล ซึ่งหมอแจ้งว่า เธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

อย่างไรก็ตาม หมอยังได้เตือนว่า“การดื่มน้ำร้อนนอกจากจะไม่บรรเทาอาการปวดท้องแล้ว ยังทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารระคายเคืองอีกด้วย” แม้จะไม่ก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารโดยตรง แต่สาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหารนั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม นิสัยการกิน หรือประวัติทางพันธุกรรมในครอบครัว และการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) ก็มีส่วนเช่นกัน

ทั้งนี้ ตามรายชื่อสารก่อมะเร็งของศูนย์วิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า "เครื่องดื่มร้อนที่มีอุณหภูมิเกิน 65°C" เป็นสารก่อมะเร็ง 2A ตามคำจำกัดความของสารก่อมะเร็ง 2A มีหลักฐานชัดเจนจากการทดลองกับสัตว์ ว่าเป็นหนึ่งในกลไกการก่อมะเร็ง อย่างไรก็ตามหลักฐานการก่อมะเร็งในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...