ครอบครัวแจ้งจับ รุ่นพี่ฉีดยาเคให้ลูก 13 ดับสลด
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 11 ก.ค. 2567 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2567 เวลา 10.15 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(11 ก.ค. 67) เวลา 11.00 น. ทีมงานสายไหมต้องรอด นำโดยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พาครอบครัวของน้องไทเกอร์ เด็กชายวัย 13 ปี เข้าพบ พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผู้กำกับการ สน.มีนบุรี เพื่อแจ้งความเอาผิดกับรุ่นพี่ของน้องไทเกอร์ หลังเจ้าตัวยอมรับกลางรายการทีวีช่องดังว่าได้ผสมยาเคตามีนกับน้ำ แล้วฉีดเข้าเส้นให้น้องไทเกอร์ จนทำให้น้องไทเกอร์เสียชีวิตในเวลาต่อมา
น.ส.ปทิตตา อายุ 47 ปี อาของน้องไทเกอร์เล่าว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. น้องไทเกอร์ได้มาขอออกไปกินหมูกระทะกับเพื่อนรุ่นพี่ ก่อนที่คืนนั้นจะกลับบ้านมาด้วยอาการสะลึมสะลือ ดูอ่อนแรง หลังจากนั้นเช้าวันถัดมา ที่บ้านก็พบว่าน้องไทเกอร์นอนเสียชีวิต น้ำลายฟูมปากอยู่บนที่นอน
ในตอนแรกที่บ้านติดใจการเสียชีวิตของน้องไทเกอร์มาก เพราะปกติน้องเป็นเด็กเล่นกีฬา ร่างกายปกติไม่เจ็บป่วย ไม่น่าเสียชีวิตกะทันหันเช่นนี้ เรื่องพฤติกรรมน้องไทเกอร์เป็นเด็กเรียนตามปกติ เรื่องยาเสพติดทางบ้านไม่ทราบว่าน้องเคยข้องเกี่ยวหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาน้องไม่เคยมีอาการผิดสังเกตให้เห็น ส่วนเพื่อนรุ่นพี่กลุ่มที่ไปกินหมูกระทะด้วยนั้นเป็นกลุ่มที่ทางบ้านรู้จักเพียงผ่านๆ เท่านั้น
หลังน้องเสียชีวิต ทางครอบครัวเคยมีโอกาสได้คุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่กับน้องในคืนเกิดเหตุ รุ่นพี่คนดังกล่าวยืนกรานว่าให้น้องดื่มน้ำท่อมเพียงเท่านั้น ไม่มีเรื่องร้ายแรงอื่น หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อรุ่นพี่คนนั้นได้อีก จนกระทั่งวันก่อนได้พูดคุยกันผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD และรุ่นพี่คนดังกล่าวยอมรับว่าได้ฉีดยาเคผสมน้ำให้กับน้องไทเกอร์
ทางด้านนายเสกสรรค์ อายุ 49 ปี พ่อของน้องไทเกอร์ เล่าว่าตนมีลูกเพียงคนเดียว ส่วนภรรยาทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังจบรายการทีวีดัง รุ่นพี่ที่ก่อเหตุได้มาขอโทษตน ตนเองก็พยายามอยากจะถามว่าไปทำให้น้องเสียชีวิตเช่นนี้ได้อย่างไร ไปให้น้องใช้ยาเสพติดได้อย่างไร ยืนยันตนเองไม่ให้อภัยกับรุ่นพี่คนนี้ และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผู้กำกับการ สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า จากนี้จะสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปเอาตัวกลุ่มรุ่นพี่มาสอบปากคำ ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง
ด้าน พ.ต.อ.ชนะวรศิณธ์ ศุภพนารักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ระบุว่าจะดำเนินการเร่งตรวจสอบ โดยจะต้องนำตัวรุ่นพี่รายนี้มาดำเนินการสอบปากคำ ซึ่งเบื้องต้นเข้าข่ายความผิด กระทำการอันเป็นความประมาท จนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนเรื่องยาเสพติดจะต้องขยายผลอีกครั้ง
ขณะเดียวกันทีมข่าวได้ภาพนิ่งแชทสนทนาพูดคุยระหว่างผู้เสียชีวิตกับรุ่นพี่ โดยผู้เสียชีวิตได้มีการทักแชทข้อความไปหารุ่นพี่ก่อนจะเสียชีวิตประมาณว่า “อยากกินน้ำกระท่อมว่ะพี่ พี่ยังกินอยู่ไหม” จากนั้นรุ่นพี่ก็ได้มีการตอบกลับว่า “ประมาณบ่าย3-4 รอก่อน”