โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ประกัน EV ตัดราคาเดือด “ทิพยประกันภัย” ลดพอร์ต-ผวาเคลมพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ค. 2567 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 04.46 น.

รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวีในประเทศไทย เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยแรงหนุนจากมาตรการรัฐ อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาคธุรกิจประกันภัย ยังค่อนข้างระมัดระวังกับการเข้าไปรับประกันรถประเภทนี้

“ทิพยฯ” ลดพอร์ตประกันอีวี

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ในปี 2567 นี้ ทิพยประกันภัยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมใกล้ระดับ 4 หมื่นล้านบาท เติบโต 6.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) แต่พอร์ตประกันรถยนต์ตั้งเป้าเติบโตแค่ 3% หรือเบี้ยประมาณ 7,500 ล้านบาท

เนื่องจากปีนี้ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหารว่าต้อง “ลดพอร์ต” งานรับประกันรถอีวีลง รวมถึงลดงานรับประกันรถซ่อมห้างด้วย โดยให้หันไปขยายงานส่วนอื่นแทน เช่น งานรับประกันรถซ่อมอู่ทั่วไป และงานรับประกันรถประเภท 2+, 3+

“สาเหตุที่ลดพอร์ตรถอีวี เพราะสถานการณ์การแข่งขันในตลาดขณะนี้ค่อนข้างรุนแรงมาก โดยตอนนี้มีบริษัทประกันวินาศภัยหลายแห่งที่กลัวตกขบวน อยากมีส่วนร่วม เข้ามารับประกัน มีการแข่งดัมพ์ราคาเบี้ยลงมามาก เพราะรถอีวีส่วนใหญ่เป็นรถใหม่ เหมือนกับรถซ่อมห้าง แต่ละค่ายก็ไปแข่งเสนอราคาให้กับซัพพลายเออร์ หรือว่าดีลเลอร์ เนื่องจากเป็นงานเหมาทีละเยอะ ๆ จึงกล้าที่จะแข่ง เพราะพวกนี้เวลาเข้าไปรับประกันใหม่ ๆ จะยังไม่เห็นอัตราการเคลมสินไหม จึงเข้าใจว่ายังพอมีกำไร”

เคลมพุ่งใกล้ระดับขาดทุน

อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าอัตราความเสียหายเคลมสินไหม (Loss Ratio) ของรถอีวีในตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ 90-100% ถึงระดับที่ใกล้ขาดทุนแล้ว แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้พยายามออกคำเตือนไปยังบริษัทประกันวินาศภัยทุกรายให้ระมัดระวังเรื่องการรับประกันรถอีวีแล้วก็ตาม

ดร.สมพรกล่าวว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา ทิพยประกันภัยรับประกันรถอีวีอยู่หลายแบรนด์ แต่พอร์ตใหญ่ คือ BYD เพราะเป็น 1 ใน 5 ผู้รับประกันที่เข้าร่วมโครงการแถมฟรีประกัน แต่อย่างไรก็ตาม หลังจาก BYD โยนแนวความคิดสอบถามผู้รับประกันในกลุ่ม เกี่ยวกับการคุ้มครองจากแบบปีต่อปี เป็นเบี้ยคงที่ 2-3 ปีต่อเนื่อง ทำให้บริษัทอาจจะต้องหยุดรับประกัน

“เรื่องนี้ เราก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกับกรุงเทพประกันภัย ที่อาจจะต้องหยุด โดยตอนนี้กำลังให้นักคณิตศาสตร์ประกันภัยไปคำนวณก่อนว่าจะเอาอย่างไร เพราะถ้าสมมุติลอสเรโชสูงขึ้น บริษัทไม่สามารถปรับเบี้ยเพิ่มได้ นั่นคือปัญหาที่แก้ไม่ได้”

ต้นทุนซ่อมแพงกว่าสันดาป

ดร.สมพรกล่าวอีกว่า รถยนต์ไฟฟ้าเปรียบเสมือนรถที่ค่อนข้างใหม่ในอุตสาหกรรม อะไหล่ ต้องมาจากซัพพลายเออร์อย่างเดียว และทุกวันนี้อะไหล่ของรถอีวีเทียบกับอะไหล่รถสันดาป ถือว่าแพงกว่ากันมาก และมักจะมาเป็นชุด ไม่ได้มาเป็นชิ้น ทำให้ต้นทุนเรื่องของการซ่อมสูงกว่ารถสันดาปอย่างมีนัยสำคัญ

“นโยบายการรับประกันรถอีวีของบริษัททิพยประกันภัยต่อจากนี้จะรับประกันอย่างระมัดระวัง โดยอยู่ที่ค่าเบี้ยเป็นหลัก พยายามไม่แข่งราคา ถ้าสมมุติเห็นว่าราคาแข่งไม่ได้จริง ๆ ก็จะยอมถอย ไม่ไปฝืนแข่ง และต่อไปอาจปรับนโยบายไม่เข้าไปรับงานที่ดีลเลอร์ แต่จะหันไปรับประกันรถอีวีปีที่ 2 ที่ลูกค้าเลือกซื้อเอง”

ดร.สมพรกล่าวว่า บริษัทวางเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ จะต้องลดสัดส่วนลอสเรโชของพอร์ตรถยนต์ให้อยู่ที่ระดับ 65% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 68%

BKI ชี้ปีนี้มาร์เก็ตแชร์ส่อลดลง

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวม 32,500 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มาจากเบี้ยประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ (Nonmotor) 18,900 ล้านบาท

และที่เหลืออีก 13,600 ล้านบาท มาจากเบี้ยประกันรถยนต์ ซึ่งส่วนนี้มาจากเบี้ยรถอีวีประมาณ 350 ล้านบาท จำนวนรถประมาณ 14,000 คัน

โดยนโยบายการรับประกันรถอีวีของบริษัท พยายามใช้ข้อมูลตลาดสากลเป็นพื้นฐานในการอ้างอิงกำหนดเบี้ย และจัดสรรประกันภัยต่อในรูปแบบของโควตาแชร์ เนื่องจากการรับประกันรถอีวีในประเทศไทยยังมีสถิติไม่มากพอ ซึ่ง ณ สิ้นปี 2566 พอร์ตรับประกันรถอีวีของบริษัทมีมาร์เก็ตแชร์ 10% ของตัวเลขรถอีวีที่จดทะเบียน

โดยมีหลายค่ายรถอีวี ประกอบด้วย BYD, MG, ORA GOOD CAT, BMW, Tesla, Audi, Porsche ซึ่งปีนี้คาดว่ามาร์เก็ตแชร์จะลดลงเหลือ 7% เนื่องจากบริษัทจะไม่เข้าร่วมแคมเปญเบี้ยประกัน BYD เพราะกังวลว่าจะไม่เป็นประโยชน์ในระยะยาว และไม่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทด้วย

“นโยบายของเราคือการรับประกันภัยอย่างระมัดระวัง ซึ่งแคมเปญดังกล่าวไม่เป็นไปตามการบริหารความเสี่ยงภายในของบริษัท อย่างไรก็ดี เชื่อว่าจะไม่กระทบเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตเบี้ยประกันรถยนต์ในปีนี้ที่จะโตระดับ 10% เนื่องจากปีแรกขายโดยดีลเลอร์ แต่ปีที่ 2 มักขายโดยโบรกเกอร์หรือตัวแทน ฉะนั้นเขาจะเลือกบริษัทประกันภัยที่มั่นคงในการส่งงาน เพราะผ่านประสบการณ์จากบริษัทที่ล้มหายตายจากไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทจะได้งานจากตรงนี้มากขึ้น”

กรุงไทยพานิชฯโฟกัสงานอะไหล่

นางสาวสุชาวดี แสงอนงค์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI กล่าวว่า การรับประกันรถอีวีถือว่ายังมีความเสี่ยงที่สูงมาก ซึ่งทุกคนรู้ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัยไทย และผู้ซื้อเองที่ยังไม่มีความมั่นใจ

วันนี้ลูกค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.ผู้ที่มีรถสันดาปและขอลอง 2.คนรุ่นใหม่ที่ซื้อรถสันดาปไม่ไหว ก็ซื้อรถอีวีเพราะราคาดี และในแง่ของผู้ซ่อม อะไหล่ยังเป็นการนำเข้า โรงงานผลิตส่วนใหญ่ยังอยู่ในต่างประเทศ นั่นคือที่จีน ซึ่งกว่าจะส่งมาได้ต้องใช้เวลานาน

“ดังนั้น ปีนี้บริษัทยังจะแค่ศึกษาก่อน พยายามจะออกแบบความคุ้มครองให้เหมาะสม แต่อย่างไรดี บริษัทยังคงให้บริการลูกค้ารถยนต์ของบริษัทในปัจจุบันที่สนใจทำประกันรถอีวี ซึ่งมีพอร์ตงานส่วนนี้อยู่เป็นหลักร้อยคัน”

สำหรับเป้าหมายปีนี้ กรุงไทยพานิชประกันภัยตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 5,300 ล้านบาท ทรงตัวจากปีที่แล้ว เนื่องจากพันธมิตรหลัก (Exclusive Partner) อย่างรู้ใจโบรกเกอร์ ปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยเป็นของตัวเองแล้ว นั่นคือ บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทำให้พอร์ตเบี้ยประกันรถยนต์ของบริษัทจะลดลงไปประมาณ 900-1,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี บริษัทได้วางแผนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไว้ระดับหนึ่งแล้ว โดยบริษัทจะมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์รายย่อย พยายามโฟกัสงานประกันอะไหล่รถยนต์ (Extended Warranty) ที่เป็นโปรแกรมขยายคุณภาพการรับประกันรถยนต์ ซึ่งจะคุ้มครองค่าใช้จ่ายหลังจากสิ้นสุดการรับประกันจากผู้ผลิตรถยนต์ มีความคุ้มครองให้เลือกตั้งแต่ 1-3 ปี

โดยทำมาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิดแล้ว ปัจจุบันมีเบี้ยจากส่วนนี้เข้ามาแล้วประมาณ 500 ล้านบาท และช่วงเดือน พ.ค. 2567 จะเปิดตัวพันธมิตร ซึ่งเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นเรือธง

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนพอร์ตประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ (Nonmotor) ประมาณ 60% และที่เหลือ 40% เป็นพอร์ตประกันรถยนต์ ซึ่งเป็นพอร์ตที่มีความบาลานซ์ที่ดี สำหรับรองรับการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS17 ในต้นปี 2568

“ตอนนี้มีฐานลูกค้ารวมประมาณ 4-5 ล้านราย มาจากฐานลูกค้าของธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท สัดส่วน 25% ส่วนที่เหลือ 75% เป็นลูกค้าทั่วไป”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประกัน EV ตัดราคาเดือด “ทิพยประกันภัย” ลดพอร์ต-ผวาเคลมพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...