โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปิดตำนาน "เหยี่ยวดำ" มือปราบตี๋ใหญ่ พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ก.ค. 2567 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2567 เวลา 03.05 น.

ปิดตำนานเหยี่ยวดำ “มือปราบตี๋ใหญ่” พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 76 ปี

วันที่ 12 ก.ค. 2567 ในโลกออนไลน์ต่างเขียนข้อความแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์ วัย 76 ปี มือปราบเหยี่ยวดำ ผู้สร้างตำนานปราบ “ตี๋ใหญ่” ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งปอด หลังเข้ารักษาที่ รพ.ตำรวจ

สำหรับ “ตี๋ใหญ่” ชื่อจริงคือนายกรประเสริฐ ช่างเขียน อดีตจอมโจรชื่อกระฉ่อนของไทยในยุคระหว่างปี พ.ศ. 2516-2524 อาชญากรหมายเลขหนึ่งตามหมายจับของกรมตำรวจ โดยก่อเหตุปล้นฆ่าจาก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้แผ่ขยายเข้ามาในกรุงเทพฯ ก่อคดีมากมายสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างหนัก

พ.ต.อ.บรรดล ในขณะนั้น เป็นตำรวจชั้นประทวน ถูกส่งตัวเข้าไปทำงานสืบสวนหาข่าวนานกว่า 5 เดือน นำมาสู่การจับกุมลูกน้องของ “ตี๋ใหญ่” ได้หลายคน จนในที่สุดก็สามารถปิดบัญชี “ตี๋ใหญ่” ได้สำเร็จ โดยถูกจับตายเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2524

พ.ต.อ.บรรดลฯ นักสืบพันธุ์แท้ ที่ทำงานมาตลอดชีวิตราชการ จับปืนเสี่ยงตายไล่เด็ดหัวโจรผู้ร้ายมานับไม่ถ้วน

ประวัติการศึกษา

พ.ต.อ.บรรดลฯ เป็นคนจังหวัดลำปาง ไปโตที่เชียงใหม่ เรียนหนังสือโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ก่อนเข้ามาสมัครเป็นตำรวจสังกัดกองสืบสวนภูธรภาค 1 ยุค พล.ต.ท.จำรัส มังคลารัตน์ คุมหน่วยตำรวจภูธรทั่วประเทศ เพราะชอบชีวิตโลดโผนผจญภัยมาตั้งแต่เด็ก

พ.ต.อ.บรรดลฯ บอกว่า “มีความรู้สึกลึกๆ ว่าอาชีพตำรวจตรงกับนิสัยผม ที่ไม่ค่อยกลัวคน ไม่ชอบให้ใครมารังแก ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ยิ่งโจรผู้ร้าย คำว่ากลัวโจรไม่อยู่ในหัว เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ผมไม่เคยกลัว”

ภารกิจสำคัญ ปลอมเป็นโจร เพื่อจับ “ตี๋ใหญ่”

สมัยเป็นตำรวจหนุ่ม พ.ต.อ.บรรดลฯ พยายามเรียนรู้สะสมประสบการณ์งานสืบสวนจากรุ่นพี่ไว้มากมาย กระทั่งไปเข้าตา พ.ต.ต.ศิริ ทองมี สารวัตรกองสืบสวนภูธรภาค 1 แนะนำให้ไปร่วมวางแผนจับหัวหน้าโจรชื่อดัง “ตี่ใหญ่” ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านมาหลายท้องที่

โดย พ.ต.อ.บรรดลฯ ต้องปลอมตัวเข้าไปอยู่ในรังโจร สารวัตรศิริฯ ให้เหตุผลว่า “อั๊วต้องการให้ลื้อไปสืบสวนคดีนี้ ต้องการได้รับข้อมูลจากลื้อโดยตรง ไม่ใช่จากสาย” พ.ต.อ.บรรดลฯจำคำพูดวันนั้นได้ไม่ลืม

พ.ต.อ.บรรดลฯ ยอมรับว่า ไม่รู้จักตี๋ใหญ่มาก่อน รู้แค่คนดำเนินสะดวกเหมารถบัสมาร้องทุกข์ พล.ต.ท.จรัส เพ็ญเจริญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 บอกโจรผู้ร้ายเต็มเมืองไปหมดแล้ว ขอให้ส่งกำลังตำรวจไปปราบด้วย คลองดำเนินสะดวก ตอนนี้ดำเนินไม่สะดวกแล้ว

สารวัตรศิริฯ ถาม พ.ต.อ.บรรดลฯ ย้ำว่า “เอามั้ยบรรดล มันเสี่ยงนะมึง”

พ.ต.อ.บรรดลฯ กลับไปคิดอยู่ 1 คืน เอาแฟ้มขอมูลของแก๊งตี๋ใหญ่มานอนอ่าน รุ่งขึ้นตัดสินใจตอบตกลงทันที เข้าไปสืบสวนหาเบาะแสนานกว่า 5 เดือน กินนอนอยู่กับสาย ขาดออกจากงานในหน้าที่เลย ลงประจำวันไว้

พล.ต.ต.เริงณรงค์ ทวีโภค รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 บอกกับทุกคนว่า “ถ้าบรรดลเป็นอะไรตายไป ให้ถือว่าตายในขณะปฏิบัติหน้าที่”

การสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของตี๋ใหญ่กับลูกสมุนผ่านไปด้วยดี พ.ต.อ.บรรดลฯ สามารถเจาะข้อมูลส่งข่าวไปยังสารวัตรศิริ และทีมงานวางแผนจับกุมลูกน้องของตี๋ใหญ่ได้หลายคน

ทำให้มันเริ่มระแวงว่าต้องมีใครสักคนในกลุ่มทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ หลังจากลูกน้องคนสนิทของมันถูกตำรวจสืบสวนเหนือบุกล้อมจับถึงแหล่งกบดานก่อนวิสามัญฆาตกรรมวันเดียว 4 ศพในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลดุสิต และพญาไท

ถัดจากวันนั้น พ.ต.อ.บรรดลฯ โดนคำสั่งให้ถอนตัวออกมา เพื่อไม่ให้เสี่ยงอันตราย แต่ยังคงทำงานสืบสวนไล่ล่าตี๋ใหญ่กับสารวัตรศิริฯ และทีมของสืบสวนเหนือที่มี พ.ต.อ.เจริญ โชติดำรงค์ เป็นผู้กำกับ รวมถึง พ.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ หากแต่ ตี๋ใหญ่ยังสามารถแหกวงล้อมยิงตำรวจสายตรวจ 191 เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2522 ในท้องที่เมืองนนทบุรี

ปีต่อมา พ.ต.อ.บรรดลฯ เข้าอบรมนายตำรวจ ลงทำงานเป็นรองสารวัตรสืบสวนโรงพักห้วยขวาง ตามคำชวนของ พ.ต.ท.สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ที่ย้ายเป็นรองผู้กำกับการนครบาล 3 คุมพื้นที่รับผิดชอบอยู่ ทั้งที่ตอนแรก พ.ต.อ.บรรดลฯ เตรียมย้ายไปทำงานร่วมกับ พ.ต.อ.ถวิล เปล่งพานิช พ่อของนก-ฉัตรชัย เปล่งพานิช พระเอกหนุ่มคนดังที่เมืองเพชรบุรี เนื่องจากเห็นโจรผู้ร้ายเต็มไปหมด แต่ พ.ต.อ.ถวิล กลับมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อน

จากนั้นไม่นานตี๋ใหญ่ก็ถูกจับตายเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2524 ปิดบัญชีโจรชื่อก้องได้สำเร็จ

ทำตามความฝัน อยากทำงานที่ “สืบเหนือ”

พ.ต.อ.บรรดลฯ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจสืบเหนือมาก ตั้งเป้าไว้กับตัวเองว่า ชาตินี้ทั้งชาติต้องเป็นตำรวจสืบสวนเหนือให้ได้ แล้วฝันของเขาก็กลายเป็นจริง

เมื่อ พ.ต.อ.เจริญ โชติดำรงค์ ดึงเขาไปเป็นรองสารวัตรกองสืบสวนเหนือ ใช้ชีวิตนักสืบอยู่ที่นั่นนาน 6 ปี ได้รับโล่เกียรติยศสืบสวนดีเด่นครั้งแรกในชีวิตจาก พล.ต.ท.มนัส ครุฑไชยยันต์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

แต่ก็เกือบสังเวยชีพมา 1 ครั้ง หลังไปล้อมจับมือปืนรับจ้างกับ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่เวลานั้นเป็นสารวัตรสืบสวนเหนือ

ปรากฏว่า พ.ต.อ.บรรดลฯ ถูกคนร้ายยิงเข้าไหล่กระสุนเฉี่ยวไขสันหลังไปนิดเดียว หวิดพิการไปตลอดชีวิต ขณะที่ พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง เพื่อนคู่หูถูกยิงเข้าหน้าท้องแตกบาดเจ็บสาหัส มีลูกน้องชั้นประทวนตาย 1 คน ส่วนคนร้ายถูกยิงตายด้วย

ที่มาของฉายา “มือปราบเหยี่ยวดำ”

พอ “สมเกียรติ พ่วงทรัพย์” ย้ายไปขึ้นเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธร 7 จังหวัดลำปาง เลยดึง พ.ต.อ.บรรดลฯ ไปเป็นมือทำงาน ตำแหน่งสารวัตรสืบสวนเมืองเชียงใหม่ กลับถิ่นเกิด เป็นจังหวะที่ พล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสารวัตรใหญ่เมืองเชียงใหม่ ได้ก่อตั้งหน่วยสืบสวนเหยี่ยวดำขึ้นมา จึงตั้งให้ พ.ต.อ.บรรดลฯ เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจเหยี่ยวดำ กลายเป็นที่มาของฉายา “มือปราบเหยี่ยวดำ” ติดตัว พ.ต.อ.บรรดลฯ ถึงปัจจุบันนี้

พ.ต.อ.บรรดลฯ ต้องย้ายไปหลายตำแหน่ง ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เวลานั้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.บรรดลฯ ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จึงดึงเขาไปเป็นรองผู้กำกับสืบสวนภูธรภาค 2 ช่วยปราบปรามผู้มีอิทธิพลของเจ้าพ่อภาคตะวันออก

มือปราบเหยี่ยวดำ จำต้องย้ายกลับเข้ากรุงอีกครั้ง เมื่อ พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจัดกระบวนทัพนักสืบใหม่ให้ พ.ต.อ.บรรดลฯ เป็นรองผู้กำกับการสืบสวนนครบาลธนบุรี ปราบโจรทุกรูปแบบตามสไตล์

พ.ต.อ.บรรดลฯ เติบโตในงานตำรวจทั้งงานสืบสวน และงานอำนวยการ จนเกษียณในตำแหน่ง รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดสระบุรี

ฝากถึงน้องตำรวจรุ่นใหม่

พ.ต.อ.บรรดลฯ กล่าวว่า “ผมกล้าพูดอย่างไม่อาย ไม่กระดากปาก ผมนักสืบของแท้ ของแท้ๆ เลือดทุกหยดผมเป็นตำรวจนักสืบ

ทุกวันนี้น้องทุกคน ไม่ทำงานเหมือนสมัยพวกผมทำงานเป็นนักสืบเด็กๆ เลย ไม่ค่อยมีสาย ไม่ใช้สายข่าว แต่หาข่าวจากคอมพิวเตอร์หมดแล้ว

สมัยก่อนอยู่สืบเหนือ ตำรวจนักสืบจะรู้ล่วงหน้านะว่าจะมีการปล้นแบงก์ ปล้นร้านทอง เดี๋ยวนี้เกิดก่อนแล้วค่อยมาตามจับ ไม่ค่อยสมบุกสมบันกัน

นอกจากนี้ ยังอยากฝากถึงนายตำรวจระดับผู้กำกับขึ้นไปที่แต่งเครื่องแบบ ไม่พกปืนติดตัว ไม่พร้อมที่จะทำงานกันเลย

ผมขอเตือนสติกันไว้หน่อย มีตำรวจเยอะแยะที่ถูกยิงตายขณะสวมเครื่องแบบ แล้วไม่มีปืนพก เช่น นั่งกินข้าวอยู่ในตลาด แล้วมีการปล้นร้านทองเกิดขึ้น ปืนไม่มีแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับโจร

ท่านกำลังตั้งอยู่ในความประมาท การแต่งเครื่องแบบตำรวจนั้น ต้องพกปืนติดตัว ติดเอวตลอดเวลา มันสง่านะครับ อย่าได้ห่างปืน”

ขอบพระคุณข้อมูลจาก Cop’s Magazine และ Police News Varieties

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...