'สุรพล' ชนะคดีสะเพร่าแจกใบส้ม-ศาลสั่ง กกต.จ่ายค่าเสียหาย 70 ล้าน
VoiceTV
อัพเดต 20 เม.ย. 2565 เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2565 เวลา 16.11 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์วันที่ 20 เม.ย. 2565 ที่ จ.เชียงใหม่ สุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ 8 สมัย เปิดเผยถึงกรณีที่ตนเองได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่ รวม 14 คน เพื่อเรียกค่าเสียหายและเยียวยาฐานทำให้เสียชื่อเสียงภาย หลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีบูชาเทียน เพื่อทำบุญวันเกิด จำนวน 2,000 บาท ไม่ใช่เป็นการซื้อเสียง หรือทุจริตเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อปี 2562 ซึ่งหลังการเลือกตั้ง กกต.ได้แจกใบส้ม หรือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตนเองไว้เป็นการชั่วคราว 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. 2562 ทำให้หมดสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8
ทั้งนี้ สุรพล เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย.65) ศาลจังหวัดฮอด ต.หางดง อ.ฮอด ได้พิพากษาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.164/2562 และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ. 23/2565 ให้ตนชนะคดีดังกล่าว และสั่งให้ กกต.จ่ายค่าเสียหายและเยียวยา รวมกว่า 64.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท จากที่ตนเรียกค่าเสียหายจาก กกต.ที่ทำให้ตนเสื่อมเสียเกียรติในฐานะ ส.ส. 8 สมัยไปจำนวนเงิน 86 ล้าน แต่ยังต้องรอให้ กกต.จะขออุทธรณ์คดีหรือไม่ โดยมีกำหนดระยะเวลาภายใน 1 เดือน
สุรพล กล่าวว่า ในคำพิพากษาระบุว่า กกต.วินิจฉัยโดยไม่ให้ความเป็นธรรม รวบรัด เร่งรีบ ไม่ได้ไตร่ตรองวินิจฉัยอย่างรอบคอบ แล้วให้ใบส้มใบแรกของประเทศไทยกับตนในการเลือกตั้งปี 2562 จนในที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ยกฟ้องว่า ตนไม่มีความผิด ทั้งนี้การเลือกตั้งครั้งต่อไปตนจะลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยพื้นที่เดิมแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 สุรพลได้รับคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 8 จ.เชียงใหม่ มาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนเสียง 52,165 คะแนน แต่ภายหลังการเลือกตั้ง กกต.ได้วินิจฉัยแจกใบส้มแก่ สุรพล และถือเป็นนักการเมืองไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกแจกใบส้ม และต่อมามีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น ทำให้ ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 75,819 คะแนน
โดยคดีดังกล่าว กกต. กล่าวหาว่า การใส่ซองทำบุญให้กับพระสงฆ์ จำนวน 2,000 บาท มีมูลความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (2) ฐานให้เงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม แก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เห็นว่า เงินดังกล่าวเป็นค่าเทียนสะเดาะเคราะห์ และในวันที่ไปทำบุญนั้นไม่ได้พูดหาเสียง เพียงแต่ทักทายกับประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ฝากเนื้อฝากตัวกับชาวบ้านจึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า เป็นการบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเอง และไม่จำเป็นต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งซ่อมตามคำร้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง