โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

One Day with นักกำหนดอาหาร

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2567 เวลา 04.00 น. • ทันข่าว Today

วันนี้ One Day with Me by RAMA Channel จะพามาคุณมารู้จักกับ “นักโภชนาการอาหาร” หรือ “นักกำหนดอาหาร” ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำแนะนำดูแลสุขภาพด้านอาหารการกิน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพของเราในระยะยาว
คุณกนกนันทน์ วิทยาเกษมสันต์ หรือคุณเหมียว นักวิชาการโภชนาการ งานโภชนบำบัดและโภชนศึกษา ฝ่ายโภชนาการ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เล่าให้ฟังเบื้องต้นว่า
นักโภชนาการอาหาร ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทำงานคล้ายกับอาชีพทั่วไป การทำงานที่เริ่มขึ้นในช่วงเวลาเช้าของทุกวัน เป็นเวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่างเวลา 8.00 - 12.00 และ 13.00 - 16.00 น.
โดยที่คุณเหมียวจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาคนไข้ด้านโภชนาการในทุก ๆ วัน ที่แผนกผู้ป่วยนอก OPD
การทำงานก็จะรับคนไข้ที่คุณหมอส่งมา คุยในลักษณะ Case By Case หรือตัวต่อตัว ต้องเข้าใจคนไข้ ละลายพฤติกรรม หรือ Ice Breaking
นักโภชนาการอาหาร จะถามถึงความเป็นมาว่า ปกติผู้ป่วยกินอาหารอะไรเป็นประจำ จากนั้นจึงจะมาคำนวณดัชนีมวลกาย ประกอบกับโรคที่คนไข้เป็นอยู่
จากนั้นแนะนำการกินอาหารที่เหมาะสมกับภาวะที่คนไข้เป็นอยู่ เช่น การควบคุมน้ำหนัก แนะนำคนไข้ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินของเขา เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล
ปกติแล้วการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินจะเป็น Stage of Change ก็จะให้ความรู้ไปเต็มที่ แต่คนไข้ไม่จำเป็นต้องทำตามนักกำหนดอาหาร 100% ก็ได้ เพียง 50% - 60% ก็พอ เมื่อค่อย ๆ ปรับไป ก็จะพบว่าผลเลือดดีขึ้น ภาวะน้ำตาลดีขึ้น คนไข้ก็จะมีกำลังใจที่จะทำตามคำแนะนำต่อไป
คนไข้ทั่วไปมักจะเชื่อคำแนะนำและใช้ได้ผล แต่ในบางกลุ่มเช่น วัยรุ่นหรือผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปีอาจจะดื้อรั้นกว่ากลุ่มอื่น และมักจะกินตามใจตัวเอง การปรับพฤติกรรมอาจจะยากกว่ากลุ่มอื่นบ้าง
นอกจากการให้คำแนะนำคนไข้แล้ว "นักกำหนดอาหาร" ยังมีหน้าที่ประเมินภาวะโภชนาการที่หมวดอายุรกรรมหญิงและชายในช่วงบ่ายทุกวันอีกด้วย
ซึ่งทางวอร์ดก็ประเมินมาระดับหนึ่งแล้วว่าคนไข้มีความเสี่ยงภาวะขาดอาหาร ถ้ามีความเสี่ยงแล้ว จะประเมินภาวะโภชนาการผู้ป่วยเป็น 3 ระดับ คือ
1. A ไม่พบความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการ
2. B พบความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการ ให้นักโภชนาการทำการประเมินภาวะโภชนาการ
3. C มีภาวะทุพโภชนาการรุนแรง ส่งต่อแพทย์เพื่อการดูแลทางโภชนบำบัดภายใน 24 ชั่วโมง
ซึ่งที่โรงพยาบาลก็จะปรับพฤติกรรมการกินของผู้ป่วย นักกำหนดอาหารก็ต้องหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ป่วยกินอาหารได้เพียงพอ หรือจะปรับแบบไหน รวมทั้งการให้คำแนะนำก่อนกลับบ้านเพื่อดูแลตัวเองได้
นอกจากนี้ยังดูแลโภชนาการอาหารของผู้ป่วยในของโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยได้กินอาหารที่เหมาะสม โดยการกำหนดส่วนผสมอาหารผู้ป่วยโรคต่าง ๆ รวมถึงอาหารเหลวที่ต้องให้ทางสายยางที่ต้องมีคุณค่าอาหารครบถ้วน และนมของเด็กทารกแรกเกิดเพื่อทดแทนนมแม่ เป็นต้น
ในส่วนนี้ นักกำหนดอาหารจะผลัดเปลี่ยนเวรกันเข้ามาดูแล โดยเริ่มตั้งแต่ 6.00 น ถึง 14.00 น.
นักกำหนดอาหาร ยังต้องคอยกำกับดูแลไลน์การปล่อยถาดอาหารให้กับคนไข้สามัญ แยกประเภทอาหารรสเกลือ อาหารปรุงรส ไม่ให้ปะปนกัน เนื่องจากคนไข้บางคนแพ้อาหารปรุงรส และยังมีแผนกอาหารซึ่งเป็นครัวเฉพาะโรคโภชนบำบัด เช่น อาหารลดไขมัน อาหารสำหรับผู้ป่วยที่แพ้ง่าย อาหารเจ อาหารมังสวิรัติ เป็นต้น
▪️ เคสประทับใจ
คุณเหมียวเล่าว่า มีเคสประทับใจในการดูแลผู้ป่วยรายหนึ่ง ที่สามารถให้คำแนะนำผู้สูงวัยที่เป็นโรคเบาหวาน จนสามารถลดอาหารบางประเภท และควบคุมอาหารได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยเป็นเคสที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด และให้บริการผ่าน Telemedicine
▪️ นักโภชนาการอาหาร ขาดแคลนหรือไม่
ก็ถือว่าเป็นอีกสาขาอาชีพที่ขาดแคลนอยู่ คนที่จะทำอาชีพนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ ต้องเป็นคนที่มี Service Mind นักกำหนดอาหารเป็นอาชีพที่ให้บริการทางความรู้ ต้องใจเย็น รักการบริการ ไม่ใจร้อน เพื่อจะได้รับมือกับคนไข้ได้ดีพอ ไม่จำเป็นต้องทำอาหารได้ แต่ต้องชิมได้และรู้จักอาหารชนิดต่าง ๆ พอสมควร และต้องเรียนในสาขาอาหารและโภชนาการ ตามกองประกอบโรคศิลป์กำหนด ซึ่งจะมีว่ามหาวิทยาลัยใดบ้างที่เปิดสอนในคณะนี้ ที่สามารถรับรองการเป็นนักกำหนดอาหารได้ ซึ่งสามารถเปิด พ.ร.บ. ดูได้
สาขานี้เพิ่งขึ้นประกอบโรคศิลป์เมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้ว โดยมีการสอบเป็นนักกำหนดอาหาร ซึ่งจะมี 9 - 10 มหาวิทยาลัย ที่เปิดการเรียนการสอนในสาขานี้
▪️ ทำอาชีพนี้แล้ว Happy หรือไม่
คุณเหมียวเล่าว่า ถือว่าเป็นความประทับใจและมีความสุขที่ได้ทำงานนี้ เมื่อได้ให้คำแนะนำผู้ป่วยแล้ว เขานำคำแนะนำไปปฏิบัติ ก็สามารถควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ทำให้ภาวะโรคที่เป็นอยู่ทุเลาลงไป กินอาหารได้เยอะขึ้น มีแรง สดใสขึ้น คนที่ให้คำแนะนำก็มีความสุขไปด้วย
ในฐานะที่เป็นนักกำหนดอาหาร ก็อยากให้ผู้ป่วยมีความรู้และดูแลตัวเองได้ เพราะเชื่อว่า “สุขภาพที่ดี เริ่มจากอาหาร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...