โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศรีเทพ รากฐานบรรพชนไทย วัตถุโบราณในต่างแดน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ย. 2566 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2566 เวลา 04.55 น.
ปรางค์ศรีเทพ

ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่

“ศิลปวัฒนธรรม” ในเครือมติชน ร่วมกับ สํานักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดงาน สโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา “ศรีเทพ มรดกโลกในไทยและในต่างแดน !” วิทยากรโดย “รศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร” และ “ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์” เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

“ประชาชาติธุรกิจ” เก็บไฮไลต์ของงานเสวนามาฝากกัน พาทุกคนไปรู้จักกับ “ศรีเทพ” อย่างเจาะลึกมากขึ้น หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ว่าเมืองโบราณแห่งนี้มีความสำคัญอย่างไรในวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมไปถึงการขอคืนวัตถุโบราณจากศรีเทพที่ไปอยู่ยังต่างแดน

รศ.ดร.ประภัสสร์กล่าวว่า เมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีใครรู้จักศรีเทพ จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สัณฐานและผังเมืองของศรีเทพสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ศิลปะและการตั้งถิ่นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเมืองศรีเทพตั้งขึ้นโดยอาศัยภูมิประเทศเป็นหลัก รูปร่างไม่เป็นเรขาคณิต สอดคล้องไปตามเนินดินและลำน้ำ มีผังเมืองคล้ายแคปซูล และมีวงกลมซ้อนอยู่ เรียกว่า “เมืองใน” กับ “เมืองนอก” ซึ่งบ่งบอกว่ามีการตั้งถิ่นฐานและสร้างเมืองใหม่หลายครั้ง

เมืองในมีลักษณะผังกลมไปตามภูมิประเทศ เหมือนเมืองในสมัยทวารวดี ช่วง พ.ศ. 1100-1300 ที่มีการขุดคูน้ำ คันดินเป็นแนวล้อมชุมชนเพื่อป้องกันเมืองหรือใช้เก็บกักน้ำ และมีการสร้างศาสนสถานเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ “เขาคลังใน” และกลุ่มโบราณสถานแบบเขมรอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีการวางผังออกไปนอกเมืองด้วย ซึ่งก็คล้ายกับสมัยทวารวดี

ความน่าสนใจคือ เมืองสมัยทวารวดีแม้จะตั้งบนที่ดอน แต่จะมีคูเมืองเชื่อมต่อกับลำน้ำธรรมชาติ แต่ศรีเทพไม่ได้เป็นเช่นนั้น แม้จะมีลำน้ำป่าสักที่ห่างออกไป 3-4 กิโลเมตรทางตะวันตก แสดงว่าเมืองนี้ถูกตั้งขึ้นบนพื้นที่ที่ถูกเลือกแล้ว ว่าไม่ต้องสัมพันธ์กับเส้นทางน้ำก็ได้ แต่อาจสัมพันธ์กับเส้นทางการคมนาคม หรือเส้นทางการค้าระหว่างภูมิภาค

“เชื่อว่าการสร้างเมืองศรีเทพบนพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดกันดารน้ำ หรืออาจเป็นพื้นที่เกิดอุทกภัยได้ด้วย เพราะห่างจากลำน้ำป่าสักพอสมควร ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักช่วงฤดูแล้งกับน้ำหลากจะต่างกันมาก คนสมัยนั้นน่าจะรู้ว่าถ้าตั้งริมแม่น้ำเกินไปคงไม่ปลอดภัย ในเมืองจึงมีการขุดสระน้ำต่าง ๆ ที่เอาไว้เก็บกักน้ำ”

ศรีเทพ ศูนย์รวมศิลปกรรม

รศ.ดร.ประภัสสร์กล่าวอีกว่า ใจกลางเมืองในของศรีเทพเป็นศูนย์รวมของงานศิลปกรรมที่เป็นศาสนสถานสำคัญอย่างน้อย 3 แห่ง ใน 2 ยุคสมัย สมัยแรกคือทวารวดี เมื่อประมาณ พ.ศ. 1100-1300 ได้แก่ “เขาคลังใน” และสมัยที่สองคือ วัฒนธรรมแบบเขมร ที่มีการสร้างปราสาท ได้แก่ “ปรางค์ศรีเทพ” และ “ปรางค์สองพี่น้อง”

เขาคลังใน เป็นโบราณสถานสมัยทวารวดี มีลักษณะแบบวิหาร พบร่องรอยสถาปัตยกรรมสมัยราชวงศ์คุปตะและปาละในอินเดีย ที่เรียกว่าเขาคลัง เพราะเป็นเนินดินสูงขึ้นไปเหมือนภูเขา และบริเวณนี้พบโบราณวัตถุมีค่าจำนวนมาก

ศรีเทพยังเป็นศูนย์กลางของงานช่างด้วย ซึ่งได้รวบรวมแบบแผนศิลปะจากดินแดนต่าง ๆ ไว้ เพราะเป็นเมืองที่เชื่อว่ามีเศรษฐกิจดี สภาพสังคมจึงเติบโตตามไปด้วย ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบงานสกุลช่างชั้นครูซึ่งรับมาจากต้นแบบในอินเดีย เช่น ลายกนกผักกูดที่เขาคลังใน ซึ่งมีเหมือนอินเดียทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างกันหลายพันกิโลเมตร

อีกแห่งคือ “เขาคลังนอก” ซึ่งเป็นสถูปสมัยทวารวดี มีการตกแต่งที่สมบูรณ์และมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ ลักษณะของเขาคลังนอกที่เห็นเป็นเพียงส่วนฐานเจดีย์เท่านั้น ส่วนองค์เจดีย์เหลือเพียงร่องรอยการก่ออิฐ

วัฒนธรรมร่วมที่พบในระยะเวลาไล่เลี่ยกันกับเขาคลังนอกคือ แนวคิดการสร้างศาสนสถานบนฐานที่เป็นชั้น ประดับด้วยซุ้ม และกระเปาะที่ยกออกมา ซึ่งพบตั้งแต่ศิลปะปาละของอินเดีย ประมาณ พ.ศ. 1200 และแพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธหรือพราหมณ์

แนวคิดการบูชาศาสนสถานบนฐานเป็นชั้นมาจาก “ลัทธิบูชาภูเขา” ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สำหรับเขาคลังนอกเชื่อว่าเป็นการจำลอง “เขาถมอรัตน์” ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่นอกเมืองมาไว้ในเมือง โดยผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมอินเดียเหนือและอินเดียใต้ไว้ด้วยกัน

ศรีเทพจึงเป็นรัฐที่อยู่ภายใน (hinterland) ซึ่งสะท้อนผ่านทำเลที่ตั้งและศิลปกรรมที่มาจากหลายแห่ง บ่งบอกได้ว่าศรีเทพติดต่อกับอินเดียเหนือในลุ่มน้ำคงคาตั้งแต่ราชวงศ์คุปตะและปาละ ติดต่อกับอินเดียใต้สมัยราชวงศ์ปัลลวะและราชวงศ์โจฬะผ่านการค้าทางทะเล

ส่วนดินแดนใกล้เคียง ศรีเทพติดต่อกับเมืองทวารวดีในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เช่น นครปฐม คูบัว ลพบุรี และกลุ่มคนในลุ่มน้ำมูล รวมทั้งที่ราบสูงโคราชในภาคอีสาน และยังติดต่อกับศูนย์กลางวัฒนธรรมเขมรในลุ่มน้ำโตนเลสาบของกัมพูชา ตั้งแต่สมัยก่อนเมืองพระนครและสมัยเมืองพระนคร ซึ่งกินอาณาบริเวณมาถึงปากแม่น้ำโขงแถบกัมพูชาตอนใต้และเวียดนามด้วย

ถ้าให้เปรียบเทียบ ศรีเทพจึงคล้ายเมืองรุ่นหลังอย่างสุโขทัย ที่ตั้งอยู่ลึกในแผ่นดิน และอยู่บนเส้นทางการคมนาคมหรือการค้า ศิลปะที่พบจึงมาจากพื้นที่ห่างไกลและบริเวณโดยรอบผสมผสานกัน

ศรีเทพ รากฐานบรรพชนไทย

รศ.ดร.ประภัสสร์กล่าวในประเด็นคนไทยมาจากไหนว่า ถ้าเชื่อว่าสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของประเทศ คนส่วนหนึ่งของสุโขทัยก็มาจากศรีเทพ เพราะบุคลิกทางวัฒนธรรมบางอย่างคล้ายกัน กำเนิดของกรุงศรีอยุธยาก็ต้องมองที่ศรีเทพเป็นสำคัญ ศรีเทพคือบรรพชนแขนงหนึ่งของอยุธยา

เพราะมีรากฐานของงานสถาปัตยกรรมและความเชื่อที่คล้ายกัน เห็นได้จากการสร้างตรีมุข ปราสาทศูนย์กลางเมือง การนับถือพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ เป็นใหญ่ การสถาปนามหาสถูปทั้งในและนอกเมือง การสร้างมหาธาตุใจกลางเมือง และอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนพบทั้งในสุโขทัยและอยุธยา

“ครั้งหนึ่งศรีเทพเคยเจริญ แต่เมื่อเส้นทางการค้าเปลี่ยน ภูมิศาสตร์เปลี่ยน คนจากศรีเทพอาจย้ายหรือไปตั้งศูนย์กลางที่อื่น หลัง พ.ศ. 1700 ลงมา หลักฐานที่แสดงให้เห็นคือ ขึ้นไปทางเหนือเป็นบรรพชนส่วนหนึ่งของผู้ที่ตั้งรัฐสุโขทัย อีกส่วนเป็นบรรพชนของผู้ตั้งรัฐอยุธยา ที่สืบมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน”

สมบัติล้ำค่าของศรีเทพในต่างแดน

ดร.ทนงศักดิ์เล่าถึงโบราณวัตถุและมรดกจากศรีเทพว่า มีมากมายหลายชิ้นที่ถูกนำไปในที่ต่าง ๆ ทั้งไทยและเป็นสมบัติที่ถูกเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับศรีเทพ เช่น ประติมากรรมพระนารายณ์สวมหมวกทรงแปดเหลี่ยม ที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮโนลูลู รัฐฮาวาย (The Honolulu Museum of Art),

พิพิธภัณฑ์นอร์ตัน ไซมอน (Norton Simon Museum), พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน (The Metropolitan Museum of Art) ในสหรัฐอเมริกา และพิพิธภัณฑ์วิกตอเรียแอนด์อัลเบิร์ต (Victoria and Albert Museum) ในอังกฤษ เป็นต้น

กรมศิลปากรและภาครัฐมีความพยายามอย่างสูงที่จะนำสมบัติของชาติเหล่านั้นกลับคืนมา เพื่อประกอบการอธิบายตัวตนของศรีเทพให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น ดร.ทนงศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า

“ถ้าเราได้หลักฐานโบราณวัตถุกลับคืน เราจะสร้างเรื่องราวได้ชัดเจนกว่าในปัจจุบัน แม้ว่าเราจะไม่พบติดที่ก็ตาม ก็หวังว่าชาวบ้านหรือชุมชนจะให้ความร่วมมือ บอกเล่าถึงที่มาที่ชัดเจนของที่ครั้งหนึ่งเคยขุดขายไป จะทำให้วิเคราะห์ตัวเมืองศรีเทพได้ง่ายขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...