โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

What’s a Flower Boy? รู้จัก “หนุ่มดอกไม้” กระแสความเป็นชายสายซอฟต์หวานที่กำลังเบ่งบานในเกาหลี

Dek-D.com

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2566 เวลา 11.00 น. • DEK-D.com
หนุ่มดอกไม้กับการเปลี่ยนทัศนคติความเป็นชายท่ามกลางสังคมปิตาธิปไตยในเกาหลี

อันยองงชาว Dek-D ทุกคนค่ะ~ อย่างที่หลายคนรู้กันว่า “เกาหลีใต้”เป็นประเทศแห่งปิตาธิปไตยหรือมีสังคมเป็นชายใหญ่มาอย่างยาวนาน ดังนั้นคนส่วนใหญ่มักจะยึดติดกับความเป็นชายแบบดั้งเดิมมากๆ แต่ในช่วงหลายสิบปีมานี้ทัศนคติต่อความเป็นชายของคนเกาหลีก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงซึ่งเห็นได้จากเทรนด์ผู้ชายสายซอฟต์หวาน หรือที่เรียกกันว่า ผู้ชายดอกไม้ (Flower Boy)นั่นเองค่ะ ว่าแต่เทรนด์นี้มากจากไหน? หนุ่มดอกไม้ได้เปลี่ยนแปลงความเป็นชายแบบเดิมยังไงบ้าง? ตามมารู้จักไปพร้อมกันเล้ย

หนุ่มดอกไม้คืออะไร เริ่มมาจากไหนกันแน่?

หนุ่มดอกไม้ (Flower Boy)หรือที่เรียกเป็นภาษาเกาหลีว่า “꽃미남”(ก๊ดมีนัม) ที่มาจาก 꽃 (ก๊ด) = ดอกไม้ และ 미남 (มีนัม) = ผู้ชายหน้าตาดี พอมารวมกันแล้วก็เลยเป็นชื่อที่ใช้อธิบายถึงผู้ชายที่นุ่มนวล บอบบาง หน้าหวาน ผิวเนียน มีความเป็นผู้ดี แต่งหน้าและใส่เสื้อผ้าทันสมัย(ตรงข้ามกับความเชื่อเดิมๆ ที่มักมองว่าผู้ชายต้องแข็งแกร่ง) แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดเกี่ยวกับหนุ่มดอกไม้ก็มีหลากหลายข้อสันนิษฐานถึงจุดแรกเริ่มเดิมที และก็มีวิวัฒนาการมาหลายยุคสมัยเลยทีเดียวค่ะ จะมีอะไรบ้าง ตามมาอ่านกันต่อเลย~

ก่อนก๊ดมีนัมก็เคยมี ‘ฮวารัง’

น้องๆ รู้มั้ยว่าในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้เองก็เคยมีนักรบ “ฮวารัง” (화랑) ที่แปลว่า “ชายรูปดอกไม้”หรือ“อัศวินดอกไม้”แห่งราชวงศ์ชิลลา ผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นฮวารังจะต้องเป็นชายหนุ่มรูปงามและหล่อเหลา เพราะมาจากความเชื่อว่า ‘ยิ่งมีรูปลักษณ์สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ ก็ยิ่งใกล้ชิดกับเหล่าเทพเทวามากขึ้นเท่านั้น’ซึ่งจะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมเรื่องการให้ค่ากับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นได้ฝังรากลึกในสังคมเกาหลีมาอย่างเนิ่นนานเลยค่ะ

หนุ่มดอกไม้ในยุค 90’s

แม้ว่าจะมีแนวคิดเกี่ยวกับฮวารังในอดีต แต่เทรนด์ “หนุ่มดอกไม้ (Flower Boy)”นั้นเริ่มเป็นกระแสจริงจังในประเทศเกาหลีใต้ช่วงปลายทศวรรษ 1990ส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเงินหรือฟองสบู่แตกที่กระทบกับเศรษฐกิจไปทั่วทั้งเอเชียในปี 1997นั่นเองค่ะ วิกฤตดังกล่าวทำให้หลายบริษัทในเกาหลีปลดพนักงานเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นพนักงานหญิงซะงั้น

และความไม่เท่าเทียมทางเพศนี้ทำให้ผู้หญิงเกาหลีกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองและค่อยๆ มีความเป็นสตรีนิยมมากขึ้น พร้อมเริ่มละทิ้งจากความเป็นชายที่เป็นพิษ (Toxic Masculinity) แล้วหันมามองหาผู้ชายที่ดูนุ่มบอบบางและเข้าใจธรรมชาติของผู้หญิงแทน (Soft Masculinity)

ซอฟต์พาวเวอร์จากมังงะก็มีส่วน!

นอกจากนี้บางส่วนก็มาจากความนิยมของมังงะหรือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้กลายเป็น soft power ส่งผลต่อแนวคิดความเป็นหนุ่มดอกไม้ในเกาหลี โดยต้นแบบนั้นมาจาก “บิโชเน็น” (美 少年 = เด็กชายแสนสวย)ที่ตัวละครนำชายมีขายาว อ่อนหวาน ใบหน้าเรียวเล็ก ผมยาวหรือหยักศก ยิ้มหวาน อ่อนโยน สุภาพและรักกับตัวละครหญิงที่แสนธรรมดาๆ จนทำให้ไปถูกอกถูกใจกลายเป็นหนุ่มในฝันของสาวเกาหลีในที่สุด

แม้ว่าในภายหลังจะมีข้อพิพาทเรื่องฟุตบอลโลกระหว่างสองประเทศนี้ ส่งผลให้สินค้าต่างๆ จากแดนปลาดิบรวมถึงมังงะถูกยกเลิกห้ามนำเข้ามาในแดนกิมจิ แต่ชาวฮันกุกก็ได้ดัดแปลงมาเป็นแบบฉบับตัวเอง หรือที่เรารู้จักกันในนามการ์ตูน “มันฮวา” (만화)นั่นเองค่ะ

Note:หนุ่มดอกไม้จะเน้นไปที่รูปลักษณ์ภายนอกที่อ่อนหวาน นุ่มนวล น่ารักและบอบบางค่ะและนอกจากก๊ดมีนัมแล้ว ในเกาหลียังมีคำเรียกลักษณะผู้ชายอีกหลายแบบเลย เช่น 훈남 (ฮุนนัม) หมายถึงผู้ชายที่มีทั้งรูปลักษณ์และนิสัยอบอุ่นอย่าง “กงยู” หรือ “นัมกุงมิน” หรือจะเป็น 만찢남 (มันจิกนัม)ผู้ชายที่เหมือนออกมาจากหนังสือการ์ตูนอย่าง ชาอึนอู ASTRO, ยองฮุน THE BOYZ หรือ แทยง NCT เป็นต้น

วงการ K-POP และ K-Drama กับการแพร่หลายของหนุ่มดอกไม้

เมื่อสังคมมีการเปลี่ยนแปลง สื่อต่างๆ ในเกาหลีก็ต้องเดินตามกระแสสังคม ดังนั้นภาพความเป็นชายที่มีความบึกบึนและแข็งแกร่งจึงถูกแทนที่ด้วยหนุ่มดอกไม้ในอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางสื่อโทรทัศน์ วงการเพลง ภาพยนตร์ หรือซีรีส์ ต่างก็หยิบภาพลักษณ์หนุ่มดอกไม้มานำเสนอ ตัวอย่างซีรีส์เกาหลีที่มีคอนเซ็ปต์ก๊ดมีนัม เช่น Flower Boy Next Door, Shut-up Flower Boy Band และ Flower Boy Ramen Shop เป็นต้น

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือวงการ K-POPที่กวาดกระแสฮันรยูไปทั่วโลก(‘Hallyu Industry Support Development Plan’ หรือ Korean Wave)ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับความงามและรูปลักษณ์ภายนอกของผู้ชายเช่นกัน อย่างที่น้องๆ หลายคนเคยเห็นกันว่าเมมเบอร์ในวงบอยกรุปส่วนใหญ่จะต้องเป็นไอดอลที่มีความสมบูรณ์รอบด้านแบบ all rounder ที่ไม่เพียงแค่มีความสามารถด้านการร้องเพลง การเต้นและทำการแสดงได้ดีเท่านั้น แต่ยังมีภาพลักษณ์หรือวิชวลที่ดูดีด้วย

ซึ่งอุดมคติของหนุ่มดอกไม้ในวงการ K-POPก็จะต้องมีผิวที่เนียน ตาสวย บอบบางและมีเซนส์ด้านแฟชั่น โดยเหล่าศิลปินรุ่นพี่ที่ขับเคลื่อนกระแสหนุ่มดอกไม้ก็มีมาตั้งแต่รุ่นเดอะๆ อย่าง H.O.T, Sechs Kies, Shinhwa, TVXQ, Rain, Super Junior และ SHINee ฯลฯ ที่เริ่มนำเสนอภาพลักษณ์ของไอดอลชายที่นุ่มนวลขึ้น ปูทางให้ศิลปินรุ่นน้องได้ทำตามต่อๆ กันมา ถึงแม้ว่าจะผ่านมาหลายรุ่นหลายสมัยแต่หนุ่มดอกไม้ก็ยังเป็นเทรนด์ใน K-POP และยังคงได้รับความนิยมตลอดจากทั้งในประเทศและนอกประเทศ ตัวอย่างบอยกรุปที่เป็นตัวแทนนิยามของหนุ่มดอกไม้ในยุคนี้ เช่น ASTRO, THE BOYZ, Treasure, The Wind (วงนี้มีคนไทยด้วยนะ)หรือที่เพิ่งเดบิวต์สดๆ ร้อนๆ อย่าง ZEROBASEONE เป็นต้น

ต้องบอกเลยว่าเทรนหนุ่มดอกไม้นั้นมีอิทธิพลอย่างมากในแวดวงสายอาร์ต ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง ศิลปะ แฟชั่นและความงามของผู้คนทั่วโลก อย่างประเทศไทยของเราเองก็รับมาเช่นกัน เห็นได้จากบทละครหรือซีรีส์หลายเรื่องมีการนำเสนอภาพลักษณ์พระเอกที่มีความอ่อนโยน นุ่มนวล หรือหล่อเหลาสไตล์โอปป้ามากขึ้น

ทำไมคนเกาหลีถึงชอบหนุ่มดอกไม้?

การที่ผู้หญิงถูกกดขี่และถูกปฏิบัติไม่เท่าเทียม ไม่เพียงทำให้พวกเธอหันไปหาผู้ชายที่มีความอบอุ่น ดูเข้าใจความรู้สึกผู้หญิงและเป็นสุภาพบุรุษเท่านั้น แต่ผู้หญิงเกาหลียังรู้สึกอยากดูแล ทะนุถนอมหนุ่มดอกไม้ด้วย เช่นเดียวกับผู้ชายเกาหลีเลยที่รู้สึกว่าหนุ่มดอกไม้งดงาม บอบบาง และน่าปกป้อง

เมื่อสเปคของผู้หญิงเปลี่ยนไป ผู้ชายจึงรู้สึกกดดันและสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง จนผันตัวมาเป็นหนุ่มดอกไม้พยายามดูแลตัวเองและปฏิบัติในแบบที่ผู้หญิงชอบมากขึ้น ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อและโฆษณาต่างๆ ทำให้การแต่งหน้าแต่งตัวของผู้ชายดูเป็นเรื่องปกติในสังคมเกาหลี ไม่แปลกที่ผู้ชายเกาหลีบางส่วนมองว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกความเป็นหญิง (Femininity) แต่เป็นเรื่องของการทำรูปลักษณ์ให้ดูดีมากขึ้นมากกว่า

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยค้นพบว่าการที่ผู้หญิงและผู้ชายถูกดึงดูดเข้าหาความเป็นชายที่นุ่นวล (Soft Masculinity) ก็เป็นเพราะว่าหนุ่มดอกไม้มีความเป็นหญิง (Femininity) อยู่ในตัวสูงนั่นเองค่ะ**แต่ต้องขอโน้ตไว้ก่อนนะคะว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะชอบผู้ชายที่ดูหวานนะ เพราะจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องของรสนิยมด้วยค่ะ

หนุ่มดอกไม้กับความลื่นไหลทางเพศ

กระแสหนุ่มดอกไม้ (Flower Boy) ทำให้เกิดความยืดหยุ่นทางเพศในสังคมทั้งในเกาหลีและต่างประเทศทั่วโลกอย่างมากนอกจากจะทำให้ผู้ชายหลายคนยอมรับความเป็นชายที่นุ่มนวล (Soft Masculinity) และหันมาใส่ใจในรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้นแล้ว ปรากฏการณ์Flower Boyยังทำให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและแฟชั่นของเกาหลีเติบโตไปสู่ระดับโลกภายใต้แผนการฮันรยูที่ได้พูดถึงไปข้างต้นนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าแบรนด์เครื่องสำอาง เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับต่างๆ ที่นำนักแสดงหรือไอดอลชายมาเป็นพรีเซนเตอร์มากขึ้น และยังครอบคลุมไปถึงสินค้าบางกลุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นของใช้สำหรับผู้หญิง เช่น รองพื้น มาสคารา บลัชออน และลิปสติก เป็นต้น

ย้อนไปเมื่อปี 2013 ที่มีการเปิดตัวศิลปินK-POP ตัวพ่ออย่าง ‘G-Dragon’ที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นพรีเซนเตอร์ชายคนแรกให้กับแบรนด์ลิปสติกสีแดงสุดจี๊ดจนเป็นกระแสฮือฮาในยุคนั้นสุดๆ จากนั้นหลายแบรนด์ก็เริ่มดึงเซเลบชายมานำเสนอผลิตภัณฑ์ของตัวเองกันมากขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับวงการในที่สุด

ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้เส้นแบ่งเพศชายและหญิงเริ่มจางลงปัจจุบันแบรนด์เครื่องสำอางก็ใช้คำว่า Gender Neutralกันมากขึ้น (จากแต่ก่อนจะต้องมีคำว่า For Women หรือ For Men กำกับ) หรือจะเป็นการออกแบบเสื้อผ้าแบบไม่จำกัดเพศในวงการแฟชั่น (Genderless Fashion)ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงตัวตนได้อย่างมีเสรีภาพมากขึ้นเห็นได้จากแฟชั่นขอเหล่าไอดอลชายที่สวมใส่เสื้อครอป กระโปรง หรือเสื้อผ้าลวดลายดอกไม้ได้โดยไม่มองว่าเป็นเรื่องแปลกอีกต่อไป~

หนุ่มดอกไม้ ≠ LGBTQ+

แม้ว่าหนุ่มดอกไม้จะมีความเป็นหญิงสูง (Femininity) แต่ไม่ได้หมายความว่าหนุ่มดอกไม้ทุกคนจะเป็น LGBTQ+ เสมอไปเราต้องแยกก่อนนะคะว่ารสนิยมทางเพศกับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคนๆ หนึ่งสามารถมีได้ทั้งส่วนผสมของความเข้มแข็งในแบบผู้ชายและความอ่อนโยนในแบบผู้หญิง และแสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ (Androgynym)ดังนั้น การแสดงออกไปทางสาวหรือแมนไม่ใช่เครื่องบ่งบอกรสนิยมทางเพศ (Sexual Orientation)เสมอไปนั่นเองค่ะ

แม้ว่าชายเกาหลีจะมีอิสระในเรื่องนี้ สังคมส่วนใหญ่ก็ยังคงคาดหวังให้พวกเขาแข็งแกร่ง และมอบหมายบทบาทสำคัญให้พวกเขาเช่นเดิมอยู่ดีค่ะ และในขณะเดียวกัน การเปิดเผยตัวตนว่าเป็น LGBTQ+ ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมเกาหลี เมื่อเทียบกับหนุ่มดอกไม้ถึงคนรุ่นใหม่อาจมีความคิดเห็นในทางบวกและเปิดกว้างเรื่องทางเพศขึ้นมากกว่าแต่ก่อนก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับแบบ 100% รวมถึงหลายๆ คนยังขาดความตระหนักรู้เกี่ยวกับเรื่องความหลากหลายทางเพศอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือกลุ่ม LGBTQ+ในเกาหลียังเป็นที่ยอมรับในฐานะ “หนุ่มดอกไม้”มากกว่าการยอมรับเพศทางเลือกที่เขาเป็นจริงๆ // นับเป็นปัญหาใหญ่ในเกาหลีมากๆ เลยค่ะ TT

เป็นยังไงกันบ้างคะกับเรื่องราวหนุ่มดอกไม้ที่พี่นำมาฝากกันในวันนี้ เรียกได้ว่าปรากฏการณ์ที่สร้างอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกในหลากหลายมิติเลยทีเดียว และยังเป็นเทรนด์ที่ทำให้ผู้ชายแสดงออกได้เสรีมากขึ้น แต่อีกมุมก็อาจสร้าง Beauty Standards และความกดดันให้กับผู้ชายได้เช่นกันเพราะทุกวันนี้รูปลักษณ์กลับเป็นหนึ่งในสิ่งที่สังคมใช้ตัดสินคุณค่าและความสำเร็จของบุคคลนั้นๆ

และความจริงแล้ว “หนุ่มดอกไม้ในอุดมคติ”อาจจะต้องดูทั้งภาพลักษณ์และตัวตนข้างใน เพราะต่อให้มีหน้าตาที่อ่อนหวาน นุ่มนวลเข้ากับบรรทัดฐาน แต่ถ้าตัวตนที่แท้จริงยังคงมีความเป็น Toxic Masculnityแฝงอยู่ ก็คงไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นมาได้ และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเปิดโอกาสเสรีภาพต่างๆ ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นกับทุกคนโดยไร้ข้อจำกัดเรื่องเพศเช่นกันนะคะ ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...