โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่สาวเชียร์เบียร์ ร้องลูกสาวถูกทหารเกษียณตบสนั่นคาร้าน คดีไม่คืบ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 มิ.ย. 2566 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2566 เวลา 23.08 น.

แม่สาวเชียร์เบียร์ ร้องลูกสาวถูกทหารเกษียณตบสนั่นคาร้าน คดีไม่คืบ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันที่ 26 มิถุนายน ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เพจเฟซบุ๊กกลุ่มสาธารณะแจ้งข่าวเตือนภัยของชาวนครสวรรค์ ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง นำคลิปภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์ของหญิงสาวถูกชายรายหนึ่งทำร้ายร่างกาย ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่เมืองนครสวรรค์ มาโพสต์ พร้อมกับมีการแนบข้อความระบุถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า

“คลิปนี้เป็นเหตุการณ์เมื่อคืนวันศุกร์23มิ.ย. #กันจอมพลัง ซอยวัชระค่ะขออนุญาตไม่แจ้งชื่อร้านนะคะ ลูกสาวของเราทำงานเป็นเด็กเชียร์เบียร์ที่หัวหน้างานมีการจับลงตามร้านต่างๆ ทุกครั้งที่ทำงานก็ทำเป็นปกติทั่วไป ที่เด็กสาวเชียร์เบียร์ทำ งานที่ไหนถ้าไม่ไกลมากจนพ่อแม่เป็นห่วงเขาก็จะรับหมดทุกงาน แต่ในคลิปนี้ลูกค้าอ้างว่าลูกสาวไปจับอวัยวะเพศของเขา แล้วเหตุการณ์ก็ตามดังคลิปเลย มีการข่มขู่ว่า “เป็นคนใหญ่คนโตถ้ามึงไปแจ้งความมึงต้องเอากูให้ลง ถ้าเอากูไม่ลงกูจะกลับมาเก็บมึง” ตอนนี้แจ้งความไว้แล้วตรวจร่างกายเรียบร้อย แล้วตำรวจแจ้งว่าให้หาหลักฐานมาเอง #หวังอีกครั้งว่าจะมีคนใดสักคนเข้ามาช่วยเหลือนะคะ”

ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อสอบถามไปยังผู้โพสต์ ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในคลิป เป็นลูกสาวที่ถูกกระทำ ทราบชื่อคือ น.ส.สุสิตา อายุ 20 ปี ทำงานเป็นพนักงานเชียร์เบียร์ ตามร้านอาหารต่างๆ จึงได้เดินทางไปพบกับ น.ส.สุสิตา ที่บ้านพัก เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

โดย น.ส.สุสิตาได้โชว์ร่องรอยการบาดเจ็บให้ผู้สื่อข่าวดูที่บริเวณใบหน้า ก่อนจะกล่าวถึงเหตุการณ์ ว่า คืนวันนั้น ตนก็ไปทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตามปกติ ซึ่งก็เดินเชียร์ขายสินค้าตามโต๊ะต่างๆ แล้วก็ไปพบกับลูกค้าคู่กรณีที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตา เรียกให้ตนไปหา บอกจะช่วยซื้อ 3 ขวด จากนั้น ตนก็ไปเอาเบียร์มาเสิร์ฟให้ แล้วก็นั่งคุยเป็นเพื่อนกับลูกค้าคู่กรณีรายนั้น แต่ในระหว่างที่พูดคุยกันไปมา และมีการโดนแตะเนื้อต้องตัวกัน ปรากฏว่า ตนก็ถูกชายคู่กรณีรายนั้น ง้างมือขึ้นมาตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง จนตนต้องรีบเอามือไปจับข้อมือของลูกค้าคู่กรณีเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาตบอีกดาบสอง แต่ก็ยังไม่วาย ถูกเขาด่าสาดเสียเทเสีย หาว่าไปล้วงจับอวัยวะเพศของเขา แถมยังพูดข่มขู่ตนประมาณว่า เป็นคนใหญ่คนโต ถ้าไม่แน่จริง ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

เมื่อถามว่าเอามือล้วงไปจับอวัยวะเพศตามที่ชายรายนั้นกล่าวอ้างจริงหรือไม่ น.ส.สุสิตายืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ตอนนั้นยอมรับว่า ในระหว่างที่พูดคุยกัน ต่างคนต่างเมากันทั้งคู่ และมีการพูดจาหยอกล้อกัน แล้วตนก็เอื้อมมือไปจับพุงบีบของเขา ตามประสาคนรู้จักกันก็แค่นั้น ซึ่งก็มีเพื่อนสาวที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน ยืนยันได้ว่า เห็นตนเอามือไปจับบีบพุงของเขาจริงๆ แต่ดันกลายเป็นว่าเขาโมโห ง้างมือมาตบที่ปากตนอย่างแรง จนปากแตกเลย แล้วยังหาว่าตนไปจับหนอนน้อยเขาอีก จึงทำให้ตอนนั้น ตนรู้สึกอายมาก แต่ก็เอามือไปจับข้อมือเขาไว้เพื่อป้องกันตัว แล้วก็ถามเขาว่า ต้องตบกันเลยหรอ จากนั้น กลุ่มเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันกับเขา ก็ช่วยดึงห้ามปรามก่อนที่ตนจะลุกออกจากโต๊ะ ไปนั่งกับลูกค้าที่โต๊ะอื่น

“ตอนนั้น หน้าหนูทั้งมึนทั้งชาไปหมดเลย แถมปากยังแตก ตอนนั้นก็โมโหถึงขั้นเกือบขีดสุด จะหยิบขวดที่อยู่บนโต๊ะลุกไปตีคืนให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย แต่ก็ยังมีสติ ข่มใจไว้ได้ ว่าอย่าดีกว่า แล้วก็ตัดใจลุกจากโต๊ะไปทันที แล้วหลังจากเลิกงาน หนูก็ให้เพื่อนๆ ภายในร้านนำหลักฐานกล้องวงจรปิดตอนที่เกิดเหตุการณ์เอาไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อจะให้ดำเนินคดีกับลูกค้ารายนี้ให้ถึงที่สุด

แต่ปรากฏว่า ตำรวจกลับให้หนูไปหาหลักฐานมาเพิ่มว่า ลูกค้ารายนี้ เป็นใครอยู่ที่ไหน ซึ่งก็พาหนูมึน มืดแปดด้านเข้าไปอีก เพราะถึงแม้จะเคยรู้จักพูดคุยกับลูกค้ารายนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครอยู่ที่ไหน เพราะที่ผ่านมา ก็มักจะเจอเขาแค่ตามร้านอาหารต่างๆ ที่หนูไปทำงาน แต่พอหลังเลิกงาน ก็ไม่เคยมีเบอร์พูดคุยติดต่อกันเลย ก็ประมาณว่า หนูมาทำงาน แล้วเขาก็มาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน คอยช่วยอุดหนุนสินค้าหนู หนูก็คอยเอ็นเตอร์เทนเอาใจเพื่อสร้างความสนุกให้กับกลุ่มของเขาที่ช่วยอุดหนุนหนู ก็แค่นั้น” น.ส.สุสิตากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่พูดคุยสอบถามกับ น.ส.สุสิตา ปรากฏว่า มีเสียงโทรศัพท์ของเจ้าตัวดังขึ้นมา น.ส.สุสิตาจึงรับสาย ก็ทราบว่า เสียงปลายสายเป็นตำรวจเจ้าของคดี โทรศัพท์มาหา เพื่อนัดให้เจ้าตัวไปที่เกิดเหตุ ในการตรวจสอบหาพยานหลักฐาน แต่ในระหว่างการพูดคุย ทางตำรวจได้มีการสอบถามกรณีที่มีการนำข้อความไปโพสต์บนเฟซบุ๊ก ให้ไปหาหลักฐานเอาเองนั้น มันไม่เป็นความจริงตามข้อความ พร้อมยืนยันว่า เขาบอกว่าให้ น.ส.สุสิตาไปหาหลักฐานมาเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวน ในการเตรียมเอาผิดกับคู่กรณีได้เลย ซึ่ง น.ส.สุสิตาก็ทำหน้าแบบงุนงง แต่ก็ตอบกลับไปว่าค่ะ ค่ะ ค่ะ ตลอดจนวางสาย

ด้านนางแสงรุ้ง อายุ 43 ปี มารดาของ น.ส.สุสิตา ยอมรับว่า ตอนนั้นกลัวลูกสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวคู่กรณีจะมาเอาเรื่องทำร้ายลูกสาวอีก จึงได้นำคลิปกล้องวงจรปิด พร้อมกับบรรยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามที่ลูกสาวเล่า เอาไปโพสต์ไว้ในเพจเฟซบุ๊กกลุ่มสาธารณะ เพื่อต้องการให้สังคมรับรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น หากลูกสาวเกิดเป็นอะไรไปอีก อย่างน้อยก็มีคนในโซเชียลที่สนใจ คอยเป็นแรงผลักดันในการช่วยลูกสาวได้ ซึ่งตอนที่รู้ว่าลูกโดนลูกค้าทำร้าย ก็รู้สึกโมโหแทนเลยนะ อยากจะเจอมือตบมาก แต่ตอนนี้ ตนรู้สึกห่วงความปลอดภัยในตัวลูกมากกว่า และที่นำเรื่องราวไปโพสต์ ก็หวังต้องการที่จะให้ใครสักคนที่กล้าชนกล้าต่อกรมาช่วย ในการเอาผิดคู่กรณี ที่เขาประกาศศักดาว่าข้านี่ยิ่งใหญ่หนักหนา เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับลูกสาว

ทั้งนี้ ในส่วนของตำรวจ มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่พอจะทราบคู่กรณีที่ก่อเหตุตบ น.ส.สุสิตา จนปากแตกแล้ว เบื้องต้น ทราบว่า คู่กรณีเป็นอดีตทหารที่เกษียณอายุราชการ วัย 63 ปี ซึ่งตอนนี้ กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ในการเอาผิดคู่กรณีของ น.ส.สุสิตา ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...