โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สังคมสูงวัย’ ดันธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุพุ่งแตะ 2 หมื่นล้านปี 2576

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 มิ.ย. 2566 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2566 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

ttb analytics คาดธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุปี 2576 มูลค่าแตะ 2 หมื่นล้าน ขยายตัว 10 เท่า รับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen X-Gen Y

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics จัดทำรายงานเรื่อง ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Care for Elderly) ที่นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าจับตาและมีขนาดธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ttb analytics ประเมินมูลค่าธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผ่านงบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าปี 2566 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีมูลค่าตลาดราว 2,570 ล้านบาท โดยมีการเติบโตสูงด้วยค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่สูงถึง 25.1% และคาดการณ์ว่าจะสามารถขยายตัวได้เกือบ 10 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า

จากสถานการณ์ที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) ในปี 2568 ที่ประมาณการว่ามีผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วน 14.8% และภายในปี 2578 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น (Super Aged Society) ที่คาดว่าจะมีผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 21% ของประชากรทั้งประเทศ

เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างทางอายุของประชากรไทย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มประชากรเกษียณอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่อยู่ใน Baby Boomers Generation (ช่วงอายุ 59-77 ปี ในปัจจุบัน) ซึ่งมีการสร้างครอบครัวสูงถึง 80% โดยมีบุตรสูงถึง 64% ส่งผลให้กลุ่ม Baby Boomers Generation วัยหลังเกษียณ ยังพอมีคนช่วยดูแลไม่ว่ามาจากคู่ครองของตนเอง หรือจากลูกหลาน

แต่ในปี 2567 จะเป็นปีแรกที่กลุ่ม Gen X (ช่วงอายุ 47-58 ปี ในปัจจุบัน) มีสถิติการสร้างครอบครัวเพียง 61% และอัตรามีลูกต่ำลงที่ 62% จะเข้าสู่วัยเกษียณ ส่งผลให้กลุ่มคนที่ยังไม่สร้างครอบครัว รวมถึงครอบครัวที่ไม่มีบุตร ประสบปัญหาการมีผู้ดูแลหลังวัยเกษียณ

ประกอบกับทัศนคติการเข้าอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งของกลุ่ม Baby Boomers Generation เริ่มถูกลดทอนลงอย่างมีนัย จากทัศนคติของกลุ่ม Gen X ที่เข้าใจถึงความจำเป็นในการพักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังรวมถึงมาตรฐานการดูแล ที่เริ่มมีการยกระดับอย่างชัดเจน จากผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวนมาก ที่ขยายตัวเข้ามาสู่กลุ่มอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน กลุ่มโรงแรม รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์

ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การตัดสินใจเลือกพักพิง ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คาดมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป โดยแบ่งระยะการเติบโตออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้

1. ระยะการเติบโต (Growth Stage) เป็นระยะที่ผู้สูงอายุรับรู้ว่า การพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เป็นตัวเลือกที่ดี โดยนับจากปี 2567 จะเป็นช่วงที่คนวัย Gen X เริ่มเกษียณอายุการทำงาน ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางส่วน มีแนวโน้มตัดสินใจเลือกพักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเกษียณอายุในไทยเริ่มนับที่อายุ 60 ปี ซึ่งคาดการณ์ว่าอัตราการเลือกพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอาจอยู่ในระดับ 1.5-2.5% ในช่วง 5 ปีแรก และคาดว่า จะปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.5%-4.0% ของประชากรในกลุ่มที่เข้าสู่วัยเกษียณ

โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย ค่าครองชีพ และครอบครัวที่มีขนาดเล็ก อันเป็นปัจจัยสำคัญที่เกิดข้อจำกัดในการดูแลผู้สูงอายุ

2. ระยะการเติบโตในอัตราเร่ง (Expansion Stage) คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2579 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของกลุ่ม Gen Y (ช่วงอายุ 29 ปี-46 ปี ในปัจจุบัน) เข้าสู่ช่วงวัยเกษียณ และคาดว่าจะประสบปัญหาการขาดคนดูแลสูงกว่าคนในยุคก่อนหน้า เนื่องจากอัตราการสร้างครอบครัวที่ต่ำเพียง 44-56%

ขณะที่ในกลุ่มที่มีครอบครัวก็มีอัตราการมีลูกที่ลดลงเหลือเพียง 55% ส่งผลให้อัตราการเลือกอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับที่ 4.5% ขึ้นไปของประชากรกลุ่มที่เข้าสู่วัยเกษียณในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ในส่วนของกลุ่มประชากรผู้สูงอายุในจังหวัดใหญ่ของแต่ละภูมิภาค จะเผชิญกับปัญหาการขาดคนดูแลในช่วงวัยเกษียณที่อัตราต่ำกว่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อัตราราว 1.0-2.0% ของประชากรผู้สูงอายุในแต่ละปี

ttb analytics ประเมินในอีก 5 ปีข้างหน้าจากฐานของตลาดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ยังไม่สูงในปัจจุบันคาดว่ายังสามารถเติบโตในปี 2567-2571 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 30.5% ต่อปี มูลค่าเพิ่มเป็น 9,500 ล้านบาทในปี 2571

ส่วนในช่วงปี 2572-2576 ที่อัตราการเข้าพักพิงเริ่มเพิ่มขึ้นตามอายุ และมุมมองที่เป็นมิตรขึ้นต่อการพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คาดว่าจะส่งผลให้ตลาดยังสามารถเติบโตในระดับตัวเลข 2 หลัก และส่งผลให้มูลค่าตลาด ขยายตัวแตะ 1.92 หมื่นล้านบาทในปี 2576

สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ ควรเร่งเพิ่มพื้นที่และบุคลากร เพื่อรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่จะเพิ่มในอัตราเร่งอย่างต่อเนื่องไปอีกมากกว่า 10 ปี ตามโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป

เมื่อผู้สูงอายุที่เข้าพักพิงในศูนย์ดูแลมีความสุข ผู้สูงอายุเหล่านั้นจะเปลี่ยนการรับรู้จากศูนย์พักพิง เป็นบ้านหลังใหม่ และเกิดความผูกพันถาวร (Lifetime Loyalty) โดยไม่พิจารณาย้ายไปพักพิงในศูนย์ดูแลอื่น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...