‘มนัสนันท์’ แจงตีหัวเพื่อน-ทำร้ายผู้หญิง เรื่องเก่า รับโทษไปแล้ว
ผู้สมัคร ส.ส. พรรคดัง ปทุมธานี โพสต์ขอโอกาสจากประชาชน หลังโดนเพื่อนเก่าสมัยมัธยมแฉเลยใช้ไม้ตีหัวจนกะโหลกยุบ ซ้ำผ่านมา 17 ปี แต่คดีไม่คืบ เจ้าตัวแจงคดีนั้นจบไปแล้วเคยรับโทษในสถานพินิจ ส่วนคดีทำร้ายร่างกายผู้หญิงสมัยเป็น สจ. ศาลพิพากษารอการลงโทษ
.
วันที่ 4 พ.ค. 66 นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต 5 ปทุมธานี โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายออกมาแฉว่าเมื่อ 17 ปีก่อน เคยถูกนายมนัสนันท์ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกยุบ ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่ากับคู่กรณี แต่ผ่านมา 17 ปีคดีกลับไม่คืบ
.
นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตขุดวีรกรรมเก่าเมื่อเดือน พฤศจิกายน 2565 สมัยที่นายมนัสนันท์ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัด แจ้งความว่าเธอถูกผลักล้มจนแขนหัก เพียงเพราะนายมนัสนันท์ไม่พอใจที่สามีของเธอไม่ยอมให้ตบศีรษะ จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างว่าด้วยพฤติกรรมของนายมนัสนันท์ นั้นสมควรที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่
.
ล่าสุด นายมนัสนันท์ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า “กราบเรียนท่านพ่อแม่พี่น้องประชาชนจังหวัดปทุมธานีและพี่น้องสื่อมวลชนที่เคารพรัก ทุกท่าน
.
ตามที่ได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผมถึงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย 2 เหตุการณ์
.
โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2549 และอีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อปี 2565 และมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวไปอย่างแพร่หลายในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผมได้เฝ้าติดตาม การแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่มีการเผยแพร่ดังกล่าว เดิมก็คิดว่าจะไม่ออกมาพูดอะไรเพราะไม่ต้องการขยายความให้ยืดยาวต่อไป แต่หากปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อไปเช่นนี้ ผมก็จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของสังคมไปได้ ผมจึงมีความจำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อสร้างความเข้าใจและขอความเห็นใจกับทุกคนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้ครับ
.
เหตุการณ์แรก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนในโรงเรียนขณะที่ผมเป็นเยาวชนอายุประมาณ 15 ปี ภายหลังเกิดเหตุผมก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ศาลได้มีคำพิพากษาและคดีจบไปนานแล้ว โดยผมก็ถูกส่งเข้าสถานพินิจจนครบระยะเวลาที่ศาลกำหนด
.
หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็ใช้ชีวิตอย่างมีสติตลอดมา ไม่เคยมีเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้นอีก จนผมได้ลงสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และได้รับเลือกตั้ง ในช่วงเวลานั้น ผู้เสียหายก็มิได้นำเรื่องดังกล่าวมาพูด ต่อสาธารณชนแต่อย่างใด ซึ่งผมเข้าใจได้ว่ามันเป็นเรื่องเก่าที่เกิดมานานแล้ว และผมเองก็ได้รับการพิจารณาโดยกระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้นแล้ว
.
ส่วนเหตุการณ์หลังเกิดขึ้นเมื่อปี 2565 ซึ่งครั้งนั้นแท้จริงแล้วเป็นอุบัติเหตุที่ผมไม่มีเจตนาทำร้ายหญิงผู้เสียหายแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุผมก็ยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายและศาลได้มีคำพิพากษาให้รอการลงโทษผม คดีถึงที่สุดแล้ว เช่นกัน
.
ผมขอกราบเรียนต่อทุกท่านด้วยความเคารพว่า ผมไม่ได้เป็นคนที่มีความประพฤติเกเรเหมือนที่หลายคนที่ส่งต่อข้อความต้องการให้เป็นเช่นนั้น คนเราอาจผิดพลาดกันได้ แต่เมื่อผิดแล้วยอมรับผิดก็ควรได้รับโอกาสจากสังคมที่จะให้อภัยได้
.
ผมเองก็มีความตั้งใจจะเข้าสู่การเมืองเพื่อตอบแทนและดูแลพี่น้องประชาชนเหมือนดังที่คุณพ่อของผมได้ปูแนวทางไว้ให้ แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจและตั้งข้อสังเกตว่า จู่ๆ เหตุใดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งจึงมีเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ในโลก โซเชียล จึงอดคิดไม่ได้ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องของการหวังผลทางการเมืองเพื่อต้องการทำลายคะแนนนิยมของผมหรือไม่
.
ผมจึงกราบเรียนเพื่อขอโอกาสรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งผมมีความตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ดังกล่าว ให้ดีที่สุด
.
ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง
มนัสนันท์ หลีนวรัตน์”