โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยขยาย ‘มินิธัญญารักษ์’ ครบ 4 ภูมิภาค ทางเลือกรักษาผู้ติดยาเสพติด

The Bangkok Insight

อัพเดต 14 ก.ค. 2566 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2566 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

กระทรวงสาธารณสุข เร่งขยาย "มินิธัญญารักษ์" ทางเลือกการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มินิธัญญารักษ์ เป็นแนวคิดขยายพื้นที่บริการ และเพิ่มการเข้าถึงของผู้ป่วยยาและสารเสพติดในเขตสุขภาพ ลดความแออัดสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพระยะยาว ในโรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่งมีจำนวนเตียงไม่เพียงพอสำหรับจำนวนผู้ป่วยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

ผู้ติดยาเสพติด

ประกอบกับ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ได้มีการปรับระบบการบำบัดรักษาจากเดิม คือ ระบบสมัครใจ ระบบบังคับบำบัด และระบบต้องโทษ เป็นการสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา

ตามประมวลกฎหมายนี้ได้มีการถ่ายโอนภารกิจ ด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติดในระบบต่าง ๆ ให้กับกระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการดูแล ด้วยกลไกสาธารณสุขแทนการดำเนินคดีทางอาญา

ทั้งนี้ ให้ถือว่า ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ที่ต้องได้รับการดูแลบำบัดรักษา เน้นลดอันตรายที่เกิดจากการใช้ยาเสพติด และพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันในสังคม ได้อย่างปกติสุข

ดังนั้น จึงมีแนวคิดขยายบริการดังกล่าวสู่เขตสุขภาพ ด้วยความร่วมมือจากโรงพยาบาลชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อม โดยใช้แนวคิด Mini Big C ที่นำห้างสรรพสินค้าลงสู่ชุมชนในรูปแบบร้านสะดวกซื้อ มาพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยยาและสารเสพติดระยะกลาง (Intermediate Care) และระยะยาว (Long term Care) ภายใต้ชื่อ มินิธัญญารักษ์

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนารูปแบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาทและสารเสพติดระยะยาวในโรงพยาบาลชุมชน เขตสุขภาพที่ 7, 9, 10 ซึ่งเป็นรูปแบบ Long term Care ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2564 ณ โรงพยาบาลกุดชุม จังหวัดยโสธร

สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ จะได้รับ คือ ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น สะดวกต่อการเดินทาง ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการเดินทางมารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทาง แก้ปัญหาเตียงไม่เพียงพอลดความแออัดในการอยู่บำบัดรักษา

ขณะที่เป้าหมายสูงสุดคือ การที่ผู้ป่วยติดยาเสพติด ที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง จนถึงการติดตามจนสามารถกลับมาประกอบอาชีพโดยสุจริตได้

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลชุมชน ยังมีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพผู้ให้การบำบัดรักษาให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านการบำบัดรักษาผู้ป่วยยา และสารเสพติดแบบ Residential Care เพิ่มอัตราครองเตียงภาพรวมของโรงพยาบาล รวมถึงเพิ่มค่าความยากง่ายในการวินิจฉัยโรคร่วม เพิ่มคุณภาพบริการ ของโรงพยาบาลชุมชนให้มากขึ้นอีกด้วย

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยที่ผ่านการบำบัดรักษาแล้วจำนวน 149 ราย อยู่ระหว่างการบำบัดจำนวน 12 ราย ภายหลังการบำบัดผู้ป่วยได้รับทุนประกอบอาชีพจำนวน 1 ราย

ด้านผลการติดตามหลังการบำบัดฟื้นฟูฯ ผู้ป่วยยังคงอยู่ในการติดตามดูแลต่อเนื่อง 98.37% ผู้ป่วยสามารถเลิกยาเสพติด ไม่กลับไปเสพซ้ำ 91.89% ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ดีขึ้น มีความรับผิดชอบ ช่วยงานอาชีพในครอบครัว คะแนนคุณภาพชีวิต อยู่ในระดับปานกลาง 90.24%

นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2565 และ 2566 มีการเปิดบริการเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการบำบัดรักษาจำนวน 11 ราย และเปิดให้บริการในวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมาอีก 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี

กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ร่วมกับกรมการแพทย์ ได้ขยายผลโครงการดังกล่าวสู่โรงพยาบาลชุมชนที่มีความพร้อมทั่วประเทศ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลชุมชน แจ้งความประสงค์เปิดให้บริการแล้วกว่า 33 แห่ง

ล่าสุด อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งจำเป็นต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา และสารเสพติด ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยติดยาเสพติดแห่งชาติบรมมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง จะดำเนินการขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2566 นี้ ทั้ง 4 ภูมิภาค

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...