โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อังกฤษประเดิมสนามบอลโลกสุดปังถล่มอิหร่านไป 6-2 คว้าสามแต้มขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของ กลุ่ม บี. บูคาโย่ ซาก้า เหมาสองประตู แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เจ็บต้องเปลี่ยนตัวออกต้นครึ่งหลัง.

TOJO NEWS

อัพเดต 22 พ.ย. 2565 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 05.46 น. • Amanee519

ศึกฟุตบอลโลก 2022 เมื่อช่วงค่ำเวลา 20.00 น.ของคืนวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ที่สนาม คาลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม ทีม"สิงโตคำราม" อังกฤษ ตัวแทนจากทวีปยุโรป ลงประเดิมสนาม พบกับทีม"นักรบแห่งเปอร์เซีย"ทีมชาติอิหร่าน ตัวแทนจากทวีปเอเชีย

ทีมชาติอังกฤษลงสนามในระบบ 4-2-3-1 มี จอร์แดน พิคฟอร์ด ยืนเฝ้าเสา แผงหลังจากขวาไปซ้ายมี คีแรน ทริปเปียร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ ลุค ชอว์ กลางต่ำมี เดแคลน ไรซ์และ จู๊ด เบลลิ่งแฮม หน้าต่ำจากซ้ายไปขวา ราฮีม สเตอร์ลิง , เมสัน เมาท์ , บูคาโย่ ซาก้า โดยมี แฮร์รี่ เคน ยืนเป็นหน้าเป้า

ทีมชาติอิหร่าน ลงสนามในระบบ 5-4-1 มี อาลีเรซ่า เบรันวานด์ ยืนเฝ้าเสา แผงหลังมี ซาเดก โมฮารามี่, มอร์เตซ่า ปูราลิกานจี, มายิด ฮอสเซนี่, มิลาด โมฮัมมาดี้, รูซเบห์ เชสมี่ แดนกลางมี อาห์หมัด นูรอลลาฮี , เอห์ซาน ฮาจซาฟี่, อลิเรซา จาฮานบัคห์ช , อาลี คาริมี่ , ซาเดคห์ โมห์ฮาร์รามี่ โดยมี เมห์ดี้ ตาเรมี่ ดาวยิงจากปอร์โต้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

เริ่มเกมส์ในครึ่งแรกอังกฤษ เดินหน้าเปิดเกมส์บุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกมส์ นาทีที่ 8 มีโอกาสได้ลุ้นประตูจากลูกยิงของแม็กไกวร์ แต่บอลไม่เข้ากรอบ

จนนาทีที่ 35 อังกฤษมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ลุค ชอว์ เปิดบอลเข้ามาหน้าปากประตู
จู๊ด เบลลิ่งแฮม วิ่งสอดมาโหม่งเช็ดบอลลอยย้อย
เข้าประตูไป

(Photo by Laurence Griffiths/Getty Images)

ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 44 อังกฤษมาได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-0 จากลูกเปิดเตะมุม แฮร์รี่ แม็คไกวร์ โหม่งบอลได้ในจังหวะแรกบอลมาถึง บูกาโย่ ซาก้า หวดตูมเดียวด้วยลูกฮาลฟ์วอลเลย์เท้าซ้าย ส่งบอลลอยเสียบคานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

อีก 2 นาทีถถัดมาในช่่วงทดเวลาบาดเจ็บ อังกฤษ
ได้จังหวะบุกสวนกลับขึ้นมาในแดนของอิหร่าน แฮร์รี่ เคน เบียดแนวรับอิหร่านบังทาางบอล ก่อนจะตวัดจ่ายบอลเข้ามาหน้าปากประตู ราฮีม สเตอร์ลิ่ง วิ่งตามมาเเหย่เท้าจิ้มบอล เข้าประตูไปอย่างสุดคม

IRIBF / IBL FINAL RESULT

หมดเวลาครึ่งเเรก อังกฤษขึ้นนำอิหร่านอยู่ 3-0

(Photo by Clive Brunskill/Getty Images)

เริ่มเกมส์ครึ่งหลังทีมชาติอิหร่าน พยายาม เปิดเกมส์บุกเข้าสู้หวังทวงประตูคืน เเต่กลายเป็นต้องมาเสียประตูลูกที่ 4 จากจังหวะที่ บูคาโย่ ซาก้า เลี้ยงพาบอลหลบแนวรับอิหร่านเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะตวัดเท้าสับไกยิง ส่งบอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสุดสวย อังกฤษขึ้นนำห่างเป็น 4-0 ในนาทีที่ 62

IRIBF / IBL FINAL RESULT

นาทีที่ 65 อิหร่านมาได้ประตูตีไข่เเตกจากจังหวะ
ตัดบอลได้จากกลางสนามแล้วสวนกลับ จ่ายบอลเร็วเข้าไปในเขตโทษ เมห์ดี้ ตาเรมี่ วิ่งสอดแนวรับของทีมชาติอังกฤษเข้ามาตวัดเท้ายิงเร็ว ส่งบอลพพุ่งเสียบใต้คานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อิหร่านได้ประตูตีไข่แตก ไล่ตามมาเป็น 4-1 ในนาทีที่ 65

(Photo by Hector Vivas - FIFA/FIFA via Getty Images)

ต่อมาอังกฤษเปลี่ยนตัวสำรองในตำแหน่งกองหน้าลงมายกแผง มาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวสำรอง ซึ่งเพิ่งลงสนามมาได้ไม่ถึงนาทีก็แผลงฤทธิ์ ยิงประตูที่ 5 ให้กับทีมสิงโตคำราม อังกฤษขึ้นนำเป็น 5-1 ในนาทีที่ 71

Photo by Hector Vivas - FIFA/FIFA via Getty Images

สกอร์ยังไหลไม่หยุดช่วงท้ายเกมส์นาทีที่ 90 จังหวะสวนกลับเร็วของทีมชาติอังกฤษ คัลลั่ม วิลสัน วิ่งควบตามบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษของอิหร่าน
ไปจนเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนที่จะตวัดจ่ายบอลกลับมาหน้าปากประตู เเจ็ค เกรียลิช วิ่งมาตั้งป้อมยิงจ่อๆ ส่งบอลเข้าไปกองที่ก้นตาข่าย ขยับสกอร์เป็น 6-1

Photo by Matthias Hangst/Getty Images

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 10 นาที ในนาทีที่90+13 อิหร่านมาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะชุลมุน
กันที่หน้าประตูของอังกฤษ ผู้ตัดสินเช็คภาพจาก VAR แล้วให้เป็นลูกจุดโทษของทีมชาติอิหร่าน
ตาเรมี่ รับหน้าที่สังหาร ส่งบอลเข้าประตูไปอย่างเยือกเย็น

IRIBF / IBL FINAL RESULT

เมื่อหมดเวลาการแข่งขัน ทีมชาติอังกฤษประเดิมสนามฟุตบอลโลก 2022 ได้อย่างสวยหรูอีกครั้ง
โดยการเอาชนะทีมชาติอิหร่านไป 6-2 เก็บ 3 คะแนนแรกในนัดประเดิมสนาม ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม บี. ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์

IRIBF / IBL FINAL RESULT

ขอบคุณภาพจาก
@ FIFA World Cup
@ England football team

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...