โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ย้อนรอย “Y2K” วิกฤตปี 2000 ที่ทำให้ทั้งโลกแตกตื่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. 2566 เวลา 17.33 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2566 เวลา 04.14 น.

ถ้าคุณเป็นวัยรุ่นในยุคนี้คงคุ้นหูกับคำว่า "Y2K" ในแวดวงแฟชั่นปี 2000 กับเสื้อครอปทอปพอดีตัว กางเกงยีนส์เอวต่ำทรงหลวม ๆ เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด แต่หากคุณเป็นวัยรุ่นในยุค 2000 คงรู้จักกับ Y2K ในอีกแบบหนึ่ง ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการบันทึกข้อมูลของคอมพิวเตอร์จนเป็นความตื่นตระหนกไปทั่วโลก Bnomics จึงจะพาทุกท่านย้อนรอยวิกฤต Y2K ช่วงก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 2000 ที่แม้ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นเต้นที่จะก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ แต่ในทางกลับกันผู้คนก็ยังกังวลกับการก้าวข้ามสหัสวรรษนี้ด้วย

  • วิกฤต Y2K คืออะไร?

Y2K มาจากคำว่า Year 2000 แต่ย่อเหลือ Y2K (โดยตัว K มาจาก Kilo แปลว่า หลักพัน) จุดเริ่มต้นของคำว่า Y2K เกิดจากความกังวลของมนุษย์เกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ที่อาจส่งผลให้ระบบรวนและผิดพลาดได้ สาเหตุมาจาก เมื่อก่อนการบันทึกข้อมูลจะถูกระบุปีแค่สองตัวท้ายเท่านั้นเช่น 1997 ก็จะเหลือเพียง 97 และละเลขข้างหน้าคือ 19 ไว้เพื่อประหยัดพื้นที่และเขียนระบบให้คอมพิวเตอร์เข้าใจว่าเลขข้างหน้าคือ 19 โดยไม่ต้องเขียน แต่แล้วก็มีคนเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าเกิดเราก้าวเข้าสู่ปีที่ 2000 จะเป็นอย่างไรล่ะ? คำตอบก็คือ ข้อมูลจะถูกบันทึกโดยเลขตัวหลังคือ 00 เพราะฉะนั้นคอมพิวเตอร์จะย้อนข้อมูลกลับไปปีที่ 1900 แทนที่จะเป็นปี 2000 และนี่คือจุดเริ่มต้นความกังวลครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ แต่…แค่ปีผิดพลาดจะส่งผลเสียขนาดนั้นเลยหรือ? ถ้าในแง่ของประชาชนทั่วไปก็มีความตื่นตระหนก แต่กับรัฐบาลและบริษัทใหญ่ที่เก็บข้อมูลจำนวนมากไว้ไม่ใช่แค่ความตื่นตระหนก แต่หมายถึงผลเสียมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างธนาคาร อาจส่งผลต่อการคิดอัตราดอกเบี้ยรายวัน ถ้าวันผิดก็อาจส่งผลให้คำนวณอัตราดอกเบี้ยผิด แน่นอนว่าเจ้าหนี้อย่างธนาคารต้องเสียผลประโยชน์หากคำนวณเงินและดอกเบี้ยผิด ในโรงงานไฟฟ้าที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการตรวจสอบความปลอดภัย การไม่มีวันที่ถูกต้องอาจทำให้คอมพิวเตอร์ประเมินความเสี่ยงผิดพลาดได้ การขนส่งอาจได้รับผลกระทบจากวันและเวลาที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะสายการบิน หากระบบควบคุมรวนอาจทำให้เครื่องบินไม่รู้จุดหมายที่แน่ชัดจนเกิดการบินผิดทิศทางจนอาจชนกลางอากาศก็เป็นเรื่องที่จะสร้างความเสียหายมหาศาล เมื่อเฝ้าดูจากผลกระทบที่กล่าวไป ก็ไม่น่าแปลกใจทำไมมนุษย์ถึงกังวลกับการก้าวข้ามสหัสวรรษมากมายขนาดนั้น

  • “หายนะ” เลขสองหลักกับการสูญเงินมหาศาลเพื่อแก้ปัญหา

Y2K เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความผิดพลาดของระบบคือประเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์เยอะกว่าที่อื่นในโลกนั่นคือสหรัฐอเมริกา สหรัฐฯ ทุ่มเงินกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น ถ้ามองเผิน ๆ เงินที่ใช้ในการแก้ไขก็คงเหมาะสมแล้วกับการแก้ปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ หากแต่เทียบการใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหา Y2K นี้มันมากกว่างบประมาณสำหรับประชาชนชาวอเมริกาทั้งหมดคือ 365 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่างบประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ใช้ในการซ่อมแซมแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในตุรกีเสียอีก! อีกหนึ่งประเทศที่ใช้งบประมาณเยอะไม่แพ้สหรัฐฯ คือสหราชอาณาจักรก็ใช้งบประมาณกว่า 2 หมื่นล้านปอนด์เพื่อกับการแก้ปัญหา Y2K ในขณะที่อิตาลีถูกมองว่าใช้งบประมาณเพียงน้อยนิดสำหรับการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับ Y2K โดยใช้งบเพียง 1.6 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่จากข้อมูลของ GartnerGroup ได้ออกมาระบุว่านี่เป็นเพียงแค่งบประสานงานระหว่างสำนักงานในอิตาลีเท่านั้น ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายกว่าพันล้านที่รัฐบาลจ่ายสำหรับการทดสอบ อัปเกรดซอฟแวรต์ต่าง ๆ อีก

  • พลิกวิกฤตเป็นโอกาส? Y2K กับการเติบโตภาค IT ของอินเดียในแง่ของภาพรวมเศรษฐกิจโลก Y2K ไม่ได้ส่งผลเป็นนัยยะสำคัญ หากแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความกังวลเกี่ยวกับ Y2K ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนทุ่มเงินมหาศาลกันยกใหญ่กับภาคไอที ทำให้เกิดการจ้างงานบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสายไอทีจำนวนมาก อย่างเช่น ในอินเดีย บริษัท IT อย่าง Infosys และ TCS มีการจัดหาบุคลากรฝ่ายไอทีจำนวนมากเพื่อสอดรับกับตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่กำลังมองหาบุคลากรเข้ามาแก้ไขปัญหา ส่งผลให้ภาคเทคโนโลยีของอินเดียเติบโตอย่างกว้างขวาง เห็นได้จากในปี 1998 ภาคไอทีคิดเป็น 1.2% ของ GDP แต่ในปี 2020 เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.7% เรียกได้ว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสจริง ๆ นอกจากนี้กลยุทธ์ที่เตรียมไว้สำหรับกรณีเลวร้ายในตอน Y2K ได้ถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์ 9/11 ที่ทางสหรัฐฯ ปรับแผนดังกล่าวเข้ากับสถานการณ์ จนบรรเทาความเสียหายในตลาดการเงินไปได้ Y2K ยังถูกนำมาเป็นบทเรียนด้านนโยบายและพฤติกรรมของมนุษย์ ที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การจะให้ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเดียวกันอย่างขมักเขม้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง แต่ความกลัวกรณีเลวร้ายที่สุดจากวิกฤติ Y2K ก็ทำให้ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นได้ บทความโดย : ขัตติยาภรณ์ ด้วงแก้ว ที่มา : https://www.bnomics.co/all-about-history-y2k-year-2000-globalization/
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...