เหตุผลคนหน้าบาง! ทำไมบางคนถึงทำผิดแต่ไม่กล้ายอมรับ
ขอฟันธงเลยว่าทุกคนต้องเคยเจอคนประเภททำผิดแต่ไม่ยอมรับผิด ให้ตายก็ไม่ยอมพูดขอโทษ ยอมรับ หรือปรับปรุง มันน่าหงุดหงิดที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนแบบนี้มาก ๆ ใช่ไหมล่ะ แล้วรู้ไหมว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นคนแบบนั้น เพราะมันมีอะไรอยู่ภายใต้ความหน้า(กาก)บางยังไงล่ะ จะเรียกว่าเหตุผลหรือข้ออ้างก็แล้วแต่จะตัดสิน!
อีโก้สูง แต่เปราะบาง
ทางจิตวิทยาบอกว่า คนที่ทำผิดแต่ไม่กล้ายอมรับผิด เพราะพวกเขามีอีโก้ที่แสนจะเปราะบาง พร้อมแตกสลายได้ตลอดเวลา แม้รู้ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นจากมือเขาเอง แต่จะไม่มีวันยอมรับออกมาเอง จนกว่าจะถูกต้อนจากหลักฐานแล้วจนมุม! เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ยอมรับผิด เขาจะรู้สึกสูญเสียตัวตน เสียความมั่นใจได้ง่าย และกว่าจะฟื้นความแข็งแรงของใจได้ก็ต้องใช้เวลา จึงต้องดื้อด้านไม่ยอมรับความผิดนั้น แม้ในใจจะรู้เต็มอก แต่นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ เพราะมันสะท้อนตัวตนเขาเองนั่นแหละว่า ไม่ใจเอาซะเลย! คนอะไรจะอีโก้สูง แต่เปราะบางเหลือเกิน
มนุษย์ต่างเกลียดความ(ต้อง)รับผิดชอบ
ไม่มีใครอยากถูกยึดติดหรือต้องผูกความรับผิดชอบอยู่กับอะไรไปตลอด เราต่างก็รักความอิสระเสรี แก๊งคนหน้าบางเหล่านี้ก็เช่นกัน พวกเขารู้สึกว่าความผิดพลาดคือความรับผิดชอบ และแน่นอน พวกเขาไม่รักความรับผิด รักแต่ความชอบ เมื่อทำผิดก็ต้องแก้ไข จัดการ ปรับปรุง แต่พวกเขาไม่ต้องการทำอะไรแบบนั้น ปัดออกไปมันง่ายกว่า แต่นี่มันโลกแห่งความจริง ยังไงความความรับผิดชอบมันก็ต้องมาด้วยกัน ยอมรับซะบ้างเถอะ!
ไม่อยากรู้สึกโดนด้อยค่า
พวกเขารู้สึกว่าการรับความผิดพลาดคือความอ่อนแอ ความสูญเสีย ความด้อย ซึ่งผิดมหันต์ นี่เป็นการมองโลกเพียงด้านเดียว แล้วเป็นด้านมืดซะด้วย ถ้ายังคิดแบบนี้ต่อไปก็คงไม่มีวันจะยอมรับผิดอีกตลอดไปเลย~ ความคิดเป็นต้นเหตุของการกระทำ แต่บางครั้งการกระทำกลับเป็นผลมาจากความ ’ไม่ได้คิด’ การไม่รู้จักยอมรับความผิดพลาดก็เช่นกัน
ใคร ๆ ก็ชอบรับบทผู้ชนะมากกว่า
พวกเขาต้องการให้ใครก็ตามยอมรับผิด แต่ไม่ใช่ตัวเขาเอง สืบเนื่องมาจากข้อด้านบนที่มองว่าการยอมรับความผิดพลาดคือจุดบอดของตัวเอง คนเหล่านี้จึงชอบเล่นบทผู้ชนะแบบขาวสะอาดมากกว่าจะต้องยอมรับว่าบางครั้งความพ่ายแพ้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครชนะไปตลอด ทุกคนล้วนล้มลุกคลุกคลาน มีแต่ในเรื่องแต่งเท่านั้นแหละที่พวกเขาจะสามารถเป็นผู้ชนะตลอดไป (และเป็นเรื่องแต่งที่พวกเขาแต่งแต้มขึ้นมาเองซะด้วยสิ)
เราใช้อารมณ์นำทางเป็นส่วนใหญ่
ใช้อารมณ์เป็นตัวกำหนดการใช้ชีวิตเป็นหลัก ทำอะไรก็ได้ให้รู้สึกพอใจที่สุด ไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ เพราะฉะนั้นเมื่อทำพลาดก็เลยไม่ต้องการรับความผิดนั้น นั่นเพราะคนที่ใช้เหตุผลในชีวิตจะไม่มีวันทำแบบนี้แน่นอน เพราะเขาย่อมรู้ผลดีผลเสียในการลงมือทำอะไรสักอย่าง และไม่รู้สึกจมดิ่งแม้ว่าจะทำผิดพลาด แต่จะกลับไปหาทางออก แก้ไขข้อผิดพลาดนั้นมากกว่าที่จะมานั่งเสียใจไปวัน ๆ
ชอบชีวิตแบบเพอร์เฟ็กต์ ไม่รักความด่างพร้อย
แม้แต่สิ่งของยังมีร่องรอย นับประสาอะไรกับชีวิตมนุษย์ เลิกคิดเรื่องความเพอร์เฟ็กต์ไปได้เลย แต่ไม่ใช่กับเหล่าคนหน้าบาง สาเหตุหนึ่งที่พวกเขาไม่มีวันยอมรับความผิด เพราะไม่ต้องการใช้ชีวิตมีจุดแปดเปื้อน ความผิดจะไม่มีวันมาจากน้ำมือเขาเด็ดขาด แม้ว่าในความเป็นจริงจะตรงกันข้ามก็ตาม อีกอย่างจะเรียกคนเหล่านี้ว่ามีอาการ ‘หลงตัวเอง’ ก็ไม่ผิดนัก เพราะการมองข้ามหรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นจุดไม่สมบูรณ์แบบในตัวของตัวเอง แต่ดันเห็นในตัวคนอื่น เท่านี้ก็แสดงถึงอะไรมากมายแล้วล่ะ ไม่หลงตัวเองทำไม่ได้นะเนี่ย
คิดว่าเดี๋ยวก็มีคนรับผิดเองแหละ
ง่าย ๆ แบบนี้เลย! แต่มีอยู่จริงนะ เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้น บางกรณีอาจจะต้องมีคนรับผิดชอบหลายคน คนหน้าบ๊างบางเหล่านั้นก็คิดว่างั้นไม่เป็นไร อยู่เฉย ๆ ดีกว่า เดี๋ยวก็มีคนรับผิดชอบความผิดพลาดนั้นไปเองแหละ ไม่เห็นต้องเป็นเราเลย หรือไม่ก็คิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป คนก็ลืมไปตามวันเวลา เหมือนที่เคยเห็นกันทั่วไปในสังคมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดระดับไหนก็ตาม สุดท้ายเรื่องก็เงียบไปกับสายลมจริง ๆ ถึงไม่มีใครรู้แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายคนที่รู้อยู่เต็มอกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพวกเขาเองนั่นแหละ
อย่าปล่อยให้คนแบบนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นในสังคมเด็ดขาด เริ่มที่ตัวเราเองกันดีกว่า ทำผิดก็แค่ยอมรับ แล้วหาทางแก้ไขกันไป หากมันไม่สามารถแก้ไขได้แล้วจริง ๆ ก็เป็นบทเรียนให้ครั้งต่อไปไม่ทำผิดพลาดซ้ำ มันก็เท่านั้นเองค่ะ ส่วนคนหน้าบาง ไหนลองแกล้ง ๆ ยอมรับความผิดดูบ้าง จะเป็นไรไป..
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วมีภาพใครผุดขึ้นมาในหัวกันบ้างคะ แล้วปกติรับมือกับคนแบบนั้นกันยังไงบ้าง
.
ขอบคุณข้อมูลจาก