โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง อึ้ง!! เด็ก-เยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษากว่า 6 พันคน ศึกษาธิการตรังสั่งรวบรวม-วิเคราะห์ข้อมูล รับนโยบาย Thailand zero dropout

77kaoded

เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 09.42 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกหนังสือคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีที่ 373/2567 แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ โดยเนื้อหาในหนังสือคำสั่งดังกล่าวระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายปฏิรูปการศึกษา และให้ความสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา การส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษา หรือพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของผู้เรียน รวมถึงการส่งเสริมการสร้างรายได้ระหว่างเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีคุณค่าต่อไปในอนาคต ประกอบกับในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ได้มีมติรับทราบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ตามข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการ

นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งโดยอาศัยอำนาจความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ระดับชาติ หรือมีชื่อย่อว่า “คกศ.”

ในส่วนของศึกษาธิการจังหวัดตรังได้ขานรับนโยบายดังกล่าว เรียกโรงเรียนในสังกัดศึกษาธิการจังหวัดตรัง โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนทัองถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุม เพื่อสำรวจจำนวนนักเรียนที่หลุดออกระบบการศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนที่หลุดออกนอกระบบเป็นรายบุคคล หาสาเหตุที่ทำให้นักเรียนหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งทั้งประเทศมีนักเรียนออกนอกระบบการศึกษากว่า 1 ล้านคน และจังหวัดตรังมีจำนวน 6,553 คน

นางอรทัย เกิดภิบาล ศึกษาธิการจังหวัดตรัง กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ตรังทางศึกษาธิการจังหวัดตรังตั้งเป้าไว้ว่าจะดึงเด็กนอกระบบการศึกษาเข้ามาสู่ระบบการศึกษาให้ได้ และนำข้อมูลของเด็กเหล่านี้มาพัฒนาตามศักยภาพ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ระบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย หากมีเด็กคนไหนต้องการเพิ่มทักษะทางวิชาชีพเรามีภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนที่คอยสนับสนุน ให้เขามีงานทำและมีรายได้ ซึ่งThailand Zero dropout ได้จัดทำระบบฐานข้อมูลที่ดึงมาจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ทราบจำนวนเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งข้อมูลนักเรียนทั้งประเทศมีจำนวนกว่า 1 ล้านคน และ จังหวัดตรังมีจำนวน 6,553 คนที่อยู่ในระบบ ซึ่งต่อไปต้องตรวจสอบว่านักเรียนจำนวนนี้อยู้ในส่วนไหนบ้าง ทั้งนี้ ศกร., สพฐ ได้ทำระบบOBEC zero dropout เพื่อรองรับฐานข้อมูลของเด็ก และเชื่อมต่อกับ Thailand Zero dropout

สำหรับจังหวัดตรังมีเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาทึกช่วงอายุตั้งแต่ปฐมวัย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงอายุ 12-18 ปี ที่จบการศึกษาภาคบังคับแต่ไม่ได้เรียนต่อในการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กเหล่านี้ยังมีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบตามอัธยาศัยได้ โดยเด็กที่หลุดออกนอกระบบการศึกษามีสาเหตุแตกต่างกัน บางคนมีปัญหาเรื่องฐานะครอบครัวมีรายได้ไม่เพียงพอ ต้องออกไปประกอบอาชีพ และมีบางส่วนที่ได้นับการแนะแนวไม่ถูกต้อง แต่หลังจากนี้จะใช้เครือข่ายนำเขากลับมา

นายสถาพร มุ่งเพียรมั่น คณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา (จ.ตรัง) กล่าวว่า ได้มีการนำเสนอข้อมูลเด็ก และจะทำให้เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษากลับเข้าระบบให้ได้ทั้ง 6,553 คน โดยผ่านคณะทำงาน Trang zero dropout โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาอุตสาหกรรม โรงเรียนทุกสังกัด เราได้เข้าไปอยู่ในระยะที่หนึ่งของ Thailand zero dropout และได้รับงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการมาขับเคลื่อนให้กับ สพป.ตรัง เขต 1 และ เขต 2 โดยเป็น 13 จังหวัดนำร่อง และในระยะที่ 2 อีก 25 จังหวัดในปรงบประมาณที่ผ่าน โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนาม MOU ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข ทุกหน่วยงานต้องมาร่วมด้วยช่วยกัน โดยจังหวัดตรังได้นำนักเรียนกลับเข้าระบบ และส่งต่อให้กับ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้มีการประเมินเด็กตามความต้องการที่เขาต้องการเรียนรู้ และเมื่อผ่านการประเมินจะสามารถออกหลักฐานการจบการศึกษาได้ สามารถนำไปทำงานมีรายได้ และนำภาษีเข้าประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...